กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 15 ตุลาคม 2555 01:00

เจาะตลาด (สว.) สูงวัย ไฮโซ !!!

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ขณะที่เด็กๆ ถูกส่งมาจุติน้อยลง คนกลุ่มหนึ่งก็กำลังขยับขึ้นมาเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ มาร่วมเซาะ แงะ แกะไอเดียตลาดสูงวัย ทำอย่างไรให้เข้าถึงโดนใจ

 มีสินค้ามากมายที่รอสนองใจตลาด “สูงวัยไฮโซ”

 กลุ่มคนมีเงินยุค Baby Boomer หรือ Generation B  ประชากร “รุ่นเดอะ” อายุระหว่าง 48-66 ปี (เกิดในช่วงปี พศ. 2489-2507 หรือยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ซึ่งมีอยู่ประมาณ 13 ล้านคนทั่วประเทศ

 นักการตลาดประเมินความหอมหวานให้ฟังคร่าวๆ ว่า คนที่มีรายได้มากกว่า 80,000 บาท ต่อเดือนขึ้นไป น่าจะมีอยู่ประมาณ 23% ของเบเบี้บูมเบอร์ทั้งประเทศ หรือ ประมาณ 3 ล้านคน  ส่วนที่เงินเดือนแสนอัพ ก็มีไม่น้อยกว่า 13% หรืออยู่ที่ประมาณ 1.7 ล้านคน

 คนกลุ่มนี้มีประสบการณ์ชีวิตสูง สั่งสมเงินเก็บจำนวนมาก ถ้ายังทำงานอยู่ก็ไม่พ้นผู้บริหารระดับสูง เป็นข้าราชการก็อยู่ระดับเหนือกว่า C7 เป็นกลุ่มคนที่มีบทบาทค่อนข้างสูงในประเทศ ณ วันนี้

 โดยเฉพาะที่นักการตลาดปลื้มเอามากๆ ก็คือ กลุ่ม “ผู้สูงอายุรุ่นใหม่” ซึ่งมีทั้งความมั่งคั่ง และไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยกว่าในอดีต ไม่หัวโบราณและพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อรับสิ่งใหม่ๆ ได้

 แต่ไม่ว่าจะแบบไหน ก็ทำตลาดยากเย็นทั้งนั้น !

 “นักการตลาดสนใจกลุ่มนี้แน่นอน จากจำนวนกลุ่มผู้สูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ด้วยปริมาณที่มากขึ้น สามารถทำการตลาดได้เยอะขึ้น ที่สำคัญคือ รายได้และวัยของเขา โดยเฉพาะกลุ่มการศึกษาสูงและมีความคิดก้าวหน้า (Educated Progressives) แต่วิธีการที่จะเข้าถึงไม่ง่าย การทำตลาดกับกลุ่มนี้ ต้องมีข้อมูล ใช้เหตุผล และเข้าใจพฤติกรรมการใช้เงินของเขาจริงๆ เรียกว่าเป็นการสื่อสารที่ยากกว่ากลุ่มอื่นๆ”

 ปัทมวรรณ สถาพร ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจ มายด์แชร์ ประเทศไทย เอเยนซีเครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร ที่เกาะเทรนด์ผู้บริโภคทั่วโลก บอกงานหนักของการทำตลาดกับกลุ่ม สูงวัยไฮโซ 

 เริ่มที่พฤติกรรมการใช้เงิน เพื่อสินค้าหรือบริการ กลุ่มนี้ มีเงิน แต่เน้นคุณภาพ ซึ่งคำว่าคุณภาพ ไม่ได้หมายความว่าจะปฏิเสธของถูกหรือซื้อแต่แบรนด์เนมเท่านั้น

 ทว่าต้องเป็นสิ่งที่เขารู้สึกว่า “คุ้มค่าเงิน” (Value for money) และใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ในการตัดสินใจซื้อ
 สื่อ ที่เข้าถึงยังให้ความสำคัญกับการอ่าน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่ได้ทำงานและมีเวลาว่างมากขึ้น ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างนิตยสาร และหนังสือพิมพ์ แต่ที่มองข้ามไม่ได้เลย คือ อินเตอร์เน็ต แม้ไม่ได้ใช้งานหนักหน่วงเหมือนช่วงวัยอื่น แต่คนกลุ่มนี้ก็เข้าไปใช้สื่อออนไลน์เพื่อหาข้อมูลอยู่บ่อยครั้ง

 ใช่ว่าจะตกยุคอย่างใครคิด !

 คนกลุ่มนี้อาจช้อปไม่บ่อย แต่ช้อปที่เรียกว่าจัดหนักจัดเต็ม แต่ไม่ใช่ประเภทเดินไปเห็นสินค้าแล้วจะซื้อเสียเดี๋ยวนั้น ไม่ใช่โปรโมชั่นซื้อหนึ่งแถมหนึ่งอยู่ตรงหน้า แล้วจะวิ่งเข้าหาทุกครั้งไป ไม่ต้องมาลูกเล่น ไม่ต้องมาซับซ้อน เพราะกลุ่มนี้ผ่านประสบการณ์มาเยอะ เห็นกลยุทธ์การตลาดมาก็มาก

 เรียกว่า “รู้ทัน” อย่ามาหลอกกันเสียให้ยาก

 “กลุ่มนี้โฆษณาจะมีผลกับเขาน้อยลง และเริ่มให้ความสำคัญกับองค์กร ไม่ใช่แค่แบรนด์ นั่นหมายความว่าเขาจะดูไปถึงว่า สินค้านั้นมาจากบริษัทไหน ทำธุรกิจที่ดีหรือเปล่า องค์กรนี้ทำอะไรให้กับสังคมบ้าง และสนใจสิ่งแวดล้อมหรือไม่ นี่คือตัวอย่าง จะเห็นชัดว่าเขามองลึกและจะยิ่งลึกมากขึ้นเรื่อยๆ”

 องค์กรน้ำดี เริ่มมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ของกลุ่มสูงวัยไฮโซ และมีพัฒนาการการเข้าถึงที่ยากมากขึ้นเรื่อยๆ...ไม่ง่ายเลย หากจะดึงเม็ดเงินในกระเป๋ากลุ่มคนเหล่านี้ 

 สุพรรณี วาทยะกร อาจารย์ด้านการตลาด และผู้ประกอบการที่เลือกเจาะตลาด Baby Boomer ร่วมแบ่งปันพฤติกรรม ความคิด และไลฟ์สไตล์ ของกลุ่มสูงวัยไฮโซ หนึ่งตลาดที่เธอยกให้ “สุดหิน” ในยุคนี้

 “ที่ต่างจากคนรวยในช่วงวัยอื่น คือ พฤติกรรมการซื้อที่ฉลาดขึ้น เลือกเป็น มีเงิน แต่ใช้แบบคุ้มค่า เลือกสินค้ามีแบรนด์ในระดับหนึ่ง แต่ยังคิดว่าการซื้อของดีที่ไม่แพง เป็นการซื้อที่ฉลาด”

 สุพรรณีเปิดมุมมอง คนมีเงินที่ผ่านประสบการณ์ชีวิตมาพอสมควร จนฉลาดซื้อ ฉลาดใช้ ตามช่วงวัยของพวกเขา ไม่พ่ายให้กับเล่ห์เหลี่ยมนักการตลาด

 การอยู่ในช่วงวัยที่ทำเพื่อคนอื่นมามาก ทั้งครอบครัวและการงาน คนกลุ่มนี้จึงเริ่ม"คิดถึงตัวเอง"มากขึ้น ขณะคนกลุ่มหนึ่งอาจยึดเก้าอี้ในองค์กร ทำงานจนล่วงเลยวัยเกษียณ แต่กับ Baby Boomer กลุ่มหนึ่ง พวกเขาเลือกเกษียณตัวเองให้เร็วขึ้น เพราะความคิดสั้นๆแค่

 “กลัวตาย ก่อนได้ใช้เงิน”

 การเกษียณที่ว่า ก็ใช่จะหยุดทำงานไปเลย เพราะถ้าให้มาเป็นคนแก่เฝ้าบ้าน คนกลุ่มนี้ก็ยอมรับไม่ได้ แต่อาจเลือก มาทำ "อาชีพอิสระ" ทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง ตลอดจนนั่งเป็นที่ปรึกษาในองค์กรต่างๆ เรียกว่าทำงานน้อยลง เพื่อที่จะไม่ต้องเครียดกับลูกค้า เครียดกับงาน จนสุขภาพย่ำแย่เหมือนขณะทำงานเต็มเวลา

 เรื่องสุขภาพกลายเป็นความกังวลสำคัญ กลุ่มนี้จะยอมจ่ายได้ถ้าแลกมากับสุขภาพที่ดี  อย่างการใช้บริการ เมดิคอล สปา มีชื่อทั้งหลาย

 การใช้บริการโรงพยาบาล จะเลือกแบบฉลาดขึ้น อย่างจากเดิมที่เน้นแต่โรงพยาบาลเอกชนมีชื่อ ก็มาเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อ แต่ต้องได้รับการดูแลที่พิเศษ หลายแห่งจึงมีคลินิกพิเศษ ที่เรียกว่า ซูเปอร์กว่าคลินิกพิเศษทั่วไป คืออาจแพงกว่าเอกชนสัก 30% แต่ได้ระดับอาจารย์หมอมารักษา และมีบรรยากาศที่ดึงดูดใจมากขึ้น

 คนกลุ่มนี้กลัวแก่ กลัวมะเร็ง กลัวโรคหัวใจ ยอมทุ่มยอมจ่ายไปกับสถานออกกำลังกาย บางคนถึงขนาดเข้าสาขาโน้นออกสาขานี้ จนเรียกได้ว่า “อาชีพหลักคือการออกกำลังกาย” ไปเลยก็มี

 “อีกกิจกรรมที่ชอบทำกัน คือ แดนซ์ ส่วนหนึ่งเพราะเป็นการปลดปล่อยด้วย อย่างสมัยก่อนอาจทำแต่งาน ไม่ค่อยได้แสดงออกเท่าไร พอมาเต้นก็เต็มที่ แล้วอย่างเสื้อผ้านี่ก็จัดเต็มมาเลยนะ ชุดพร้อม รองเท้าแพงๆ นี่คือไลฟ์สไตล์ของ Baby Boomer ที่มีเงินเลย”

 กลุ่มผู้หญิงยอมจ่ายเพื่อความสวย แต่แอนตี้ “ศัลยกรรม” แบบสุดๆ เพราะกลัวเจ็บ กลัวหน้าพัง กลัวทำแล้วหน้าออกมา..ไม่ได้ดั่งใจ ต่างจากเด็กเจนวาย ที่อารมณ์ “นึกจะผ่าก็ผ่า” อยากสวยเมื่อไรก็วิ่งหาศัลยกรรมได้ง่ายๆ

 “กลุ่มนี้จะไม่ยอมแก่ และหาทางชะลอวัย แต่ ไม่เอาศัลยกรรมนะ ยกเว้นพวกดารา หรือคนที่วัยสาวสวยมาก แล้วรับไม่ได้ที่หน้าตาตัวเองเปลี่ยนไป แต่สำหรับ Baby Boom ทั่วไป จะแอนตี้ศัลยกรรมมาก กลัวเจ็บ กลัวหน้าออกมาประหลาด เลยเลือกไปหาหมอดังๆ เพื่อทำเลเซอร์ ยกกระชับ ดูแลผิวพรรณ นวดสบายๆ บ้าง แต่แบบเจ็บตัว..ไม่เอา”
 

 ไฮโซสูงวัยชอบการดูแลแบบ “Privileged” ให้สิทธิพิเศษ ดูแลเป็นพิเศษเหนือกว่าใคร อย่างบรรดา “เฮลท์คลับ” ไฮโซ ที่แม้ค่าสมาชิกปีละเป็นแสนๆ แต่ถ้าดูแลอย่างดี กลุ่มนี้จะรักแล้วรักเลย ซื้อกันยาว ไม่เปลี่ยนใจไปหารายอื่นง่ายๆ

 “ตอนแรกอาจขายยากหน่อย แต่ถ้ารักแล้วรักเลย นี่คือเสน่ห์ของลูกค้ากลุ่มนี้”

 สุพรรณี ยกตัวอย่าง Women’s club แห่งหนึ่ง ที่เธอเป็นสมาชิกมาหลายสิบปี เพราะพอใจในการบริการที่ดี บวกวิธีการขาย ที่ไม่ใช่ประเภทจิกเพื่อขายให้ได้ แต่จะใช้วิธี “ขายเหมือนไม่ขาย” คือเสนอการขายด้วยความจริงใจ พูดคุยถูกใจ รู้ใจไปหมดทุกอย่าง แบบนี้โดนใจกลุ่ม สว. กระเป๋าหนัก ที่สำคัญไม่ใช่ประเภทเอาใจแต่ช่วงแรกๆ พอตัดสินใจซื้อแล้วก็ทิ้ง เพราะลูกค้ามีเงินจะรู้ทันว่าแค่มาหลอก แล้วความสัมพันธ์ก็จะสิ้นสุดลงแค่นั้น!

 หลายคนบอกว่า “ลูกค้าคือพระเจ้า” ฉะนั้นเสียงบ่นของลูกค้าก็น่าจะเป็นเสียงบ่นจากพระเจ้า ที่เราจะเมินเฉยไม่ได้ ทว่าถ้าเสียงนั้นมาจากลูกค้าสูงวัยไฮโซแล้วล่ะก็ นักการตลาดบอกเราว่าไม่ต้องเก็บมาใส่ใจมากนักก็ได้

 “บางคนขอให้ได้บ่น ฟังฉันหน่อยเถอะ ขอแค่ให้ได้ตำหนิอะไรบ้างเท่านั้น แต่ก็เหมือนเห่อเป็นพักๆ เดี๋ยวก็เปลี่ยน เดี๋ยวก็ลืมแล้ว  ซึ่งเวลากลุ่มนี้พูด เราไม่จำเป็นต้องทำตามทุกอย่างก็ได้”

 เรามักจะจินตนาการว่า คนสูงวัยไม่ว่าจะหัวสมัยใหม่หรือหัวเก่า แต่ก็น่าจะสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม รักษ์โลก ให้ความสำคัญกับสินค้ากรีนอยู่บ้าง 

 แต่เดี๋ยวก่อน..อย่ามองโลกสวยแบบนั้น

 “คนกลุ่มนี้ ปากกับใจไม่ตรงกัน เราดูแล้วว่าเขาน่าจะรักษ์โลก แต่จริงๆ ยังติดพฤติกรรมเดิมๆ คือถ้า Go Green แล้วชีวิตลำบากขึ้น ก็ไม่เอานะ อย่างตอนรณรงค์ให้ใช้ถุงผ้า ลดการใช้พลาสติก กลุ่มนี้ก็จะบอกว่า ทำไมต้องหอบถุงผ้าไปด้วย ในเมื่อถุงพลาสติกยังเอามาใส่ขยะ มาใช้ประโยชน์ต่อได้ ต่างจากคนในเจนเอ๊กซ์ หรือเจนวาย ที่เขาอยู่ก้บปัญหาสิ่งแวดล้อม จึงตระหนักกับเรื่องกรีนมากกว่า”

 ขณะที่กลุ่มนิยมสินค้าออร์แกนิก ก็เลือกแบรนด์ที่เขาเชื่อถือเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นแบรนด์นอก หรือที่ได้รับมาตรฐานออร์แกนิกต่างประเทศ ไม่ใช่แบรนด์ไทยทำ 

 สูงวัยไฮโซ ยังไม่ใช้สินค้าโอทอป เพราะไม่เชื่อเรื่องคุณภาพ

 ในอดีตเรื่องการตลาดออนไลน์ อาจขายได้เฉพาะเจนวาย หรือบางส่วนของเจนเอ็กซ์ แต่ ณ วันนี้ กลุ่มสูงวัย ก็เข้าถึงสื่อออนไลน์แล้ว เพียงแต่อาจยังไม่ซื้อผ่านช่องทางนี้ แต่เข้าไปเพื่อหาข้อมูล และใช้แบบง่ายๆ ไม่ซับซ้อน

 เทคโนโลยีกลายเป็นอุปกรณ์ “โชว์ออฟ” แสดงความเป็นคนทันสมัย ทันยุคของตัวเอง เล่นให้เป็น เพื่อขอแค่มาเกทับเพื่อนได้บ้างอะไรบ้าง มีไอโฟน ไอแพด ติดตัวเพื่อไม่ให้กลายเป็นคนหัวเก่า ตกยุคไรบ้าง

 คนมีลูกจะทุ่มเทกับลูก โดยเฉพาะการศึกษา ทว่าไม่ใช่ทุ่มให้หมดทุกอย่าง แต่จะเริ่มรักและคิดถึงตัวเองมากขึ้น

 “Baby Boom ไม่เหมือน Post-war หรือ พ่อแม่ของ Baby Boom  ที่มีอะไรก็ยกให้ลูกหมด แต่ Baby Boom  เริ่มรักตัวเองมากขึ้น อยากจะใช้เงิน อยากเที่ยว ทำบุญ บริจาค เรียกว่า เริ่มคิดถึงตัวเองมากขึ้น” 

 ขณะกลุ่มที่ยังไม่แต่งงานหรือไม่มีลูก ก็เริ่มวางแผนชีวิตตัวเองล่วงหน้ารับช่วงบั้นปลายที่ไม่มีลูกหลานคอยดูแล ด้วยการนำเงินไปลงทุนที่ไม่เสี่ยงมาก อย่าง ซื้อกองทุน  ลงทุนในทองคำ ประกันชีวิตและอสังหาริมทรัพย์ ส่วนรายไหนที่ปันใจไปเล่นหุ้น แล้วผิดหวังมา ก็มักจะเข็ด ไม่กล้าเข้าไปอีก ไม่เหมือนกับคนในช่วงวัยอื่น

 พฤติกรรมการลงทุน สอดรับไปกับผลวิจัยของมายแชร์ ที่ศึกษากลุ่มผู้หญิงมีฐานะ “Power of The Purse” วัย 40-59 ปี รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 8 หมื่นบาท ต่อเดือน พบว่า การบริหารเงินในกระเป๋าของสาวรุ่นเดอะกลุ่มนี้ จะแบ่งเป็นเงินออมทรัพย์ ซึ่งไม่ได้เยอะมาก เรียกว่า มีเงินออมไว้เพื่อใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และถือเงินสดแค่พอใช้ ส่วนที่เหลือจะเป็นเรื่องของการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ อย่าง บ้าน คอนโด เพื่อปล่อยให้เช่า ลงทุนในกองทุน ตลอดจนทองคำ

 “ผู้บริหารบางคนเงินเดือนออก ย้ายไปซื้อทองเลย หลายคนสนใจทองเพราะมองเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า และราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่อย่างหุ้นจะเป็นจะเป็นความสนใจส่วนบุคคล ซึ่งต่างบอกว่า เล่นหุ้นต้องมีความรู้ และแม้แต่อสังหาริมทรัพย์ก็ต้องศึกษา เช่น คอนโดทำเลไหนดี กลุ่มนี้ไม่ใช่มีแค่เงิน แต่มีสมองด้วย” สุชาดา สุภาการ ผู้อำนวยการวางแผนและพัฒนาธุรกิจ มายแชร์ เจ้าของผลงานวิจัยบอกกับเรา

 หลายคนพอมีเงิน มีเวลา ก็เริ่มคิดถึงการท่องเที่ยว แต่เป็นเที่ยวที่คุ้มค่ามากขึ้น จากต่างประเทศ ก็มาในประเทศ หรือประเทศใกล้เคียงมากขึ้น และที่พิเศษกว่าการเที่ยวทั่วๆ ไป คือมีเรื่องทัวร์ธรรมะ และไหว้พระเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะเริ่มคิดเรื่องการสั่งสมบุญให้ตัวเองมากขึ้น

 เบาะๆ เบาๆ กับไลฟ์สไตล์ (บางส่วน) ของกลุ่มสูงวัยไฮโซ ที่นักการตลาดสรุปให้เราฟัง ว่า..

 จะวิ่งหาตลาดนี้ ต้องเข้าให้ถึงห้วงลับเหวลึกข้างในตัวเขา ทั้ง ความคิด และเจตคติ ต้องสื่อถึงคนกลุ่มนี้ให้ชัด เข้าให้ถึงใจ ถึงความต้องการที่แท้จริง เสนอสิ่งที่ไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก อย่าตอกย้ำเรื่อง “สูงวัย”เป็นอันขาด แต่ให้ดูแลแบบคนพิเศษ ให้ความสำคัญ ทุกอย่างต้อง Privileged 

 กลุ่มอนุรักษ์นิยม ยังถือตัว หลีกเลี่ยงคำตีสนิทอย่าง “คุณพี่” แต่ให้ใช้คำว่า “คุณลูกค้า” แทน 

 กลุ่มนี้รักแล้วรักเลย ก่อนจะรักอาจเรื่องเยอะ แต่ถ้ารักจะให้เต็มที่  ไม่ชอบการออกคำสั่ง ไม่ชอบการบังคับ อย่ามาตั้งกฎให้กับเขา เบบี้บูมไม่ได้ดูแค่แฟชั่น แต่ต้องการคุณภาพและสุขภาพด้วย 

 ครบสูตรเจาะตลาดรุ่นเดอะไฮโซ ที่เริ่มต้นอาจยาก แต่ถ้าฝ่าด่านอรหันต์ไปได้ ตลาดนี้ ก็หอมหวานสุดๆ
....................

สะกดจิต "ไฮโซ"

 “ดลชัย บุณยะรัตเวช” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท Brandscape จำกัด แบ่งตลาดสูงวัยกระเป๋าหนัก ออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ซึ่งเขาบอกว่า นักการตลาดต้องเข้าใจจิตวิทยาของคนกลุ่มนี้

 1.พวกที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำงานหนัก อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และความคาดหวัง ทำเพื่อคนอื่นมาเยอะ
 คนกลุ่มนี้บั้นหลายชีวิตจึงอยากให้รางวัลกับตัวเอง ทำอะไรตามใจตัวเอง เช่น อยากไปเที่ยวก็ไป  อยากไปสปา อยากทำงานอดิเรกที่รักที่ชอบ ทำเต็มที่ไม่ต้องปรึกษาใคร

 2.พวกที่อยู่ในวัยรู้ตัวแล้วว่าชอบอะไร ดังนั้นสิ่งใดที่เป็นตัวตนของตัวเอง กลุ่มนี้จะไม่ฝืนในสิ่งที่ไม่อยากทำ
 หรือไม่ชอบอีกต่อไป เช่น บางคนอาจแค่อยากอยู่บ้าน ซ่อมแซมบ้าน ไม่ต้องดิ้นรน ไม่ต้องขวนขวายหาโลกกว้าง เพราะรู้หมดแล้ว รู้จักตัวเองแล้ว

 3.Back to basic สูงสุดคืนสู่สามัญ คนกลุ่มนี้มองว่าแค่ปัจจัย 4 พอแล้ว เริ่มอยู่กับสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น จะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นกับชีวิตทิ้งไป เช่น พวกเครื่องเพชร ความหรูหรา รถหรู ของแต่งบ้านราคาแพง ที่เคยให้ความสำคัญ ก็กลับสู่สามัญ ขอแค่ปัจจัย 4 กลุ่มนี้จะเริ่มแสวงหาธรรมะ และสนใจศึกษาธรรมะมากขึ้น

 ขณะที่นักศึกษาการตลาดวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล แบ่ง "ไลฟ์สไตล์" ของ Baby Boomer ออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

 Best เป็น Baby Boom ตอนต้น ที่ชอบความล้ำสมัย ก้าวทันเทคโนโลยี ให้ความสำคัญในการดูแลสุขภาพ  พบปะปฏิสัมพันธ์กับผู้คนค่อนข้างมาก ดูแลภาพลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน เลือกใช้สินค้าคุณภาพดี ที่เสริมบุคลิก ทานอาหารเสริม ไปสถานออกกำลังกาย นิยมท่องเที่ยวทั้งในและนอกประเทศ มีพฤติกรรมการใช้บัตรเครดิตเพื่อจับจ่ายใช้สอย ตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการโดยพิจารณาคุณภาพและคุณประโยชน์ มีการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการจากทาง website อ่านนิตยสารประเภทธุรกิจหรือสารคดี

 Bright กลุ่ม Baby Boom ตอนกลาง ดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ โดยวิถีธรรมชาติ เช่น การปฏิบัติธรรมตามสถานปฏิบัติธรรม ออกกำลังกายตามแหล่งธรรมชาติ นิยมอาหารชีวจิต ทานวิตามินหรืออาหารเสริม กิจกรรมยามว่าง คือ ดูทีวี อ่านนิตยสาร หรือพบปะเพื่อนสนิทกลุ่มเล็กๆ อยู่เสมอ ซื้อสินค้าและบริการโดยให้ความสำคัญเรื่องความคุ้มค่า รับสื่อหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือ website  ชอบการสื่อสารแบบ Personal Selling โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ให้ความรู้ 
 Basic หรือกลุ่ม Baby Boom ตอนปลาย ส่วนใหญ่จะเกษียณแล้ว กิจกรรมหลักคือดูทีวี อ่านนิตยสาร ให้ความสนใจกับสินค้าที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน มองเห็นง่าย เช่น โทรศัพท์มือถือที่มีปุ่มกดขนาดใหญ่หน้าจอกว้างเพื่อให้เห็นตัวเลขได้ชัดเจนขึ้น สินค้าและบริการที่ถูกใจคนกลุ่มนี้ คือ สินค้าขายตรง ชอบซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านด้วยตนเองและราคาสมเหตุสมผล เพราะคนกลุ่มนี้จะค่อนข้างมัธยัสถ์ 
...................

โปรดักส์ โดนๆ 

 มีผลิตภัณฑ์มากมายที่รองรับตลาดสูงวัยไฮโซ โดยเฉพาะรุ่นเดอะยุคใหม่ ที่เปิดกว้าง และมีเงิน เรียกว่าไล่กันตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการลงทุน ประกันภัย โภชนาการ กีฬา ท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ ข้าวของเครื่องใช้ที่มาอำนวยความสะดวกในชีวิต ไล่ไปจนยาและเวชภัณฑ์ แต่ที่ดูจะเป็นสีสันสุดๆ ก็ต้อง ธุรกิจบริการสำหรับกลุ่มผู้สูงวัย ตั้งแต่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บริการจัดส่งคนไปดูแลตามบ้าน เฮลท์คลับ ตลอดจน คอนโด และบ้านจัดสรร สำหรับชีวิตบั้นปลายคนวัยเกษียณ ที่กำลังเป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ

 หนึ่งผู้เล่นในสนาม “จีรัง เรสซีเด้นซ์” โครงการ “หมู่บ้านสุขภาพ” รับตลาด Aging Society ที่“ล้วนชาย ว่องวานิช” ประธานกรรมการบริหาร บอกว่า สนใจตลาดกลุ่มนี้ เพราะกำลังกลายเป็นคนหมู่มากของโลกและประเทศไทย

 “เราพบว่าตลาดกลุ่มนี้  เขาไม่ต้องการ เจ็บ ป่วย อยากมีอายุยืนยาว การจะทำให้เขาบรรลุสิ่งเหล่านี้ก็คือการเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ สถานที่อยู่ การกิน การใช้ชีวิต มีจิตใจที่สุขสงบ และรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย เราตั้งใจทำที่นี่ ให้กับกลุ่มที่กำลังมองหาสนามบินเพื่อแลนดิ้งชีวิต หลังเลิกทำงานแล้ว”

 โจทย์ที่นำมาสู่การออกแบบหมู่บ้านสุขภาพ จีรัง เรสซิเด้นส์ ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ผู้ที่เกษียณหรือวางแผนจะเกษียณ ได้มาใช้ชีวิตบั้นปลาย รวมถึงเป็นบ้านหลังที่สองของกลุ่มสูงวัยรุ่นใหม่ ที่เขาบอกว่าตั้งแต่ 40 ปลายๆ ขึ้นไป ได้มาพักผ่อน ดูแลตัวเอง ก่อนกลับไปเผชิญกับงานหนักต่อไป โดยตั้งแต่เปิดขายโครงการเมื่อต้นปีที่ผ่านมา สามารถขายไปได้แล้วกว่าครึ่ง จากจำนวนบ้านทั้งหมด 50 หลัง มีทั้งลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นกลุ่มสูงวัยรุ่นใหม่ ที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ ลูกหลาน เพราะมองว่าแม้ห่างกันแต่ก็ติดต่อผ่านเทคโนโลยีได้

 “การพัฒนาธุรกิจในอนาคต เรายังเน้นทำ Retirement Community ต่อไป และไม่ใช่แค่เกษียณ แต่เน้นการดูแลสุขภาพในทุกๆ ด้าน โดยมองว่ายังเป็นตลาดที่เติบโตอีกมากในอนาคต รับการขยายตัวของสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก”
 ไอเดียคูลๆ ของการเจาะตลาดสูงวัย แบบรู้ทัน รู้ใจ และเข้าถึง

Tags : ตลาดสูงวัย ไฮโซ

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement