กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 6 สิงหาคม 2555 09:00

โชว์กึ๋น “นักการเงิน” เลือดใหม่

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เปิดมุมคิด 4 เด็กหนุ่มผู้ชนะเลิศการแข่งขัน Young Financial Star Competition ท่ามกลางปัญหาขาดนักการเงินคุณภาพรองรับเปิดเสรีที่จะมาถึง

 เวทีแข่งขัน Young Financial  Star Competition 2011 เป็นโครงการที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำในสาขาต่างๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจประกันชีวิต บริษัทหลักทรัพย์ ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อค้นหาสุดยอด “นักการเงินรุ่นใหม่” โดยมีรางวัลทั้งสิ้น  4 รางวัล คือ นักวางแผนการเงิน นักวางแผนการลงทุน นักวางแผนประกันชีวิต และนักการเงินหัวใจซีเอสอาร์

 จากผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นนักศึกษาปริญญาตรีและปริญญาโทอายุไม่เกิน 25 ปีกว่า 500 คน ถูกคัดจนเหลือ 50 คนสุดท้าย ก่อนจะนำไปเข้าค่ายเก็บตัวเพื่อเรียนรู้เรื่องการเงินอย่างเข้มข้นรวมถึงเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นแต่ละคนจะได้รับแจกโจทย์ตามหัวข้อ เพื่อเฟ้นหา 3 คนสุดท้ายในแต่ละรางวัล จากนั้นจะถูกส่งขึ้นไป “วัดกึ๋น” ตอบคำถามจากกรรมการแบบสดๆ โดยให้เวลาคิดเพียงหนึ่งนาที !! จนกระทั่งได้ผู้ชนะใน 4 รางวัลดังกล่าว

 ภายหลังจากการแข่งขัน ทั้งสี่คนจะได้รับโอกาสเข้าทำงานในองค์กรด้านการเงินชั้นนำของประเทศทั้งหมด ถือเป็นการการันตีความสามารถของพวกเขา

 ภายใต้สถานการณ์การขาดแคลนบุคลากร (เชิงคุณภาพ) ทางด้านการเงินของประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศข้างเคียงอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย ตลอดจนกระแสการเปิดเสรีด้านต่างๆ รวมถึงประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 3 ปีจากนี้ (ปี 2558) เด็กหนุ่มทั้งสี่ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคตได้ พวกเขาได้ร่วมกัน "เปิดมุมมอง" ที่มีต่อนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้อย่างคมคาย !!

 คนแรก “น้องปอ” กวิน ภาณุสิทธิกร เพิ่งเรียนจบจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ล่าสุดทำงานเป็นนักวิเคราะห์วาณิชธนกิจที่ บล.ภัทร โบรกเกอร์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีมาตรฐานการทำงานเทียบเคียงสากล รางวัลที่เขาได้รับ คือ Muang Thai Star Insurance Planner หรือการประกวดนักวางแผนประกันชีวิต

 ปอ บอกว่า ได้รู้จักโครงการนี้ซึ่งตรงกับสาขาวิชาที่เรียนอยู่ จึงตัดสินใจลงสมัคร สาเหตุที่ชื่นชอบด้านการเงิน เพราะมองว่าการเงินเป็นส่วนผสมระหว่างศาสตร์และศิลป์ทำให้ไม่มีคำตอบที่ตายตัวถือเป็นความท้าทายของคนในอาชีพนี้ ยิ่งเมื่อได้มาเรียนในคณะบริหารธุรกิจยิ่งรู้สึกอินกับสาขาการเงินมากที่สุด

 เขาบอกว่า สิ่งที่ได้จากการเข้าแข่งขันในครั้งนี้คือความรู้ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ที่ไม่สามารถหาได้ในตำรา โดยการแข่งขันหลังจากได้ 25 คนสุดท้าย กรรมการจะให้แบ่งกลุ่มเพื่อให้ช่วยกันคิดผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและออกมาพรีเซ้นท์ ก่อนจะคัดเลือกเป็นรายบุคคลให้ขึ้นมาตอบคำถามสดเป็นเวลา 3 นาทีแต่ให้เวลาคิดเพียงนาทีเดียว หลังจบการแข่งขันทำให้รู้จักธุรกิจประกันชีวิตมากขึ้นว่าไม่พียงแค่การขายประกัน แต่ยังเป็นการช่วยวางแผนการเงินส่วนบุคคลได้ด้วย

 การทำงานที่ บล.ภัทร ยังช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ เพิ่มวิสัยทัศน์ที่ไม่เคยพบมาก่อน เช่น การฟังเรื่องธุรกิจจากซีอีโอและซีเอฟโอของบริษัทชั้นนำของประเทศ ทั้งที่เพิ่งทำงานได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน

 ในมุมมองของเขา ยังเห็นว่านโยบายขององค์กรและกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆ ของภาครัฐ ค่อนข้างดีอยู่แล้ว อาทิเช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ แต่บางนโยบายควรปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดอย่างเสรีไม่เข้าไปแทรกแซงมากนัก การเข้าไปค้ำจุนในบางอุตสาหกรรมอาจจะทำให้อุตสาหกรรมนั้นขาดความพร้อมที่จะต่อกรกับประเทศอื่นหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

 “ผมยังมองว่าระบบเศรษฐกิจของเราผูกติดกับการเมืองเยอะทำให้พัฒนาช้า รวมถึงพวกนโยบายประชานิยม เช่น การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท จะทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา เช่น เงินเฟ้อ รัฐบาลจึงควรเข้าไปช่วยเหลือค่าครองชีพด้านอื่นมากกว่า เช่น การให้ความรู้เพื่อปรับทิศทางการพัฒนาประเทศไปยังอุตสาหกรรมอื่นที่ทำรายได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงาน ถ้าทำเช่นนั้นได้เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตแข็งแกร่งกว่านี้”

 ปอ ทิ้งท้ายว่า คนรุ่นใหม่ควรที่จะมีความรู้เรื่องการเงินมากขึ้น เพราะเมื่อคนเราเริ่มทำงานมีตำแหน่งงานสูงขึ้น มีเงินเดือนมากขึ้น ก็ต้องหาวิธีที่จะบริหารการเงิน แต่หลายคนยังไม่สนใจด้านนี้เลย ขณะที่ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานักการเงินมีจำนวนมากขึ้น พร้อมที่จะให้บริการปรึกษาทางการเงินส่วนบุคคล  ส่วนในภาคธุรกิจ การใช้ผลิตภัณฑ์การเงินจะช่วยให้ธุรกิจพัฒนาไปได้เร็วมากขึ้น

 คนถัดไป "น้องนอต" สัจจวัฒน์ จันทร์หอม บัณฑิตปริญญาโทจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของรางวัล K Star Financial Planner  (นักวางแผนการเงิน) ปัจจุบันทำงานเป็นผู้สอบบัญชีอยู่ที่บริษัทไพรซ์วอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส จำกัด เล่าให้ฟังว่า ตัดสินใจเข้าแข่งขันเพราะต้องการหาประสบการณ์ใหม่ และเห็นว่าความรู้ที่ได้รับจะนำมาประยุกต์ใช้กับการทำงานเป็นผู้สอบบัญชี ซึ่งต้องทำความรู้จักกับภาคธุรกิจทั้งทางกว้างและทางลึก

 โดยการแข่งขันนักวางแผนการเงินจะต้องนำทฤษฎีไปใช้กับชีวิตจริงของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยวางแผนการลงทุน การเกษียณอายุ โดยกรรมการจะให้กรณีศึกษามาคนละกรณีศึกษา โดยให้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อในการทำแผนการเงินส่วนบุคคล ก่อนจะมาพรีเซ้นท์และคัดให้เหลือ 3 คนสุดท้าย เพื่อไปตอบคำถามสดบนเวที

 “ส่วนตัวแล้วสนใจเรื่องวางแผนการเงินมาตั้งแต่ ม.ปลาย คิดว่าไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะในชีวิตคนเราจะทำอะไรก็ต้องเกี่ยวกับเงินทั้งนั้นหากต้องการวางแผนชีวิตให้เป็นไปตามเป้าหมาย”

 ในฐานะที่ทำงานด้านตรวจสอบบัญชี เขาอยากฝากให้ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองให้ความสำคัญกับ "การป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน" ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของในสังคมไทย เพราะโครงการดีๆ หลายโครงการไม่สามารถเกิดขึ้นได้ก็เพราะนักการเมืองโกงกิน ถ้าเราสามารถหยุดการคอร์รัปชันได้ประเทศจะพัฒนาไปได้อีกมาก

 ส่วนเรื่องของการเงินกับคนรุ่นใหม่ นอต บอกว่า คนรุ่นใหม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องการเงินมากขึ้น ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเปิดเสรีหรือไม่ เยาวชนจำเป็นต้องรู้ 2 เรื่องคือการรู้เท่าทันสื่อ กับความรู้เรื่องการเงิน สมควรที่จะต้องสอดแทรกอยู่ในบทเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ

 “การวางแผนการเงินมีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของเราทุกคน เช่น จะซื้อของ เรียนต่อ แต่งงาน ต้องใช้เงินทั้งนั้น เราอยู่ในสังคมทุนนิยมถ้าไม่สามารถหาเงินได้มากกว่าที่ใช้ไปก็จะมีปัญหาในอนาคต เราควรต้องปลูกฝังเยาวชนเรื่องการใช้เงินด้วย ตอนนี้เห็นเด็กตัวเล็กๆ ใช้มือถือแพงๆ เพราะไปผ่อนมาดูแล้วไม่เหมาะสม ผมว่าเรื่องนี้น่าจะตั้งเป็นวาระแห่งชาติด้วยซ้ำ”

 ด้าน “น้องเอ็ม” ณพล กำธรกิตติกุล เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล่าสุดเพิ่งทำงานในตำแหน่งนักวิเคราะห์วาณิชธนกิจ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เขาบอกว่า ที่ตัดสินใจเข้าแข่งขันเพราะส่วนตัวชอบการแข่งขัน ตอนอยู่มัธยมปลายก็ไปแข่งคณิตศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หุ่นยนต์ และสนใจเรื่องการลงทุนในหุ้นจึงมาแข่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ไม่สำเร็จปีนี้เลยมาใหม่ นอกจากเรียนวิศวะคอมพิวเตอร์แล้ว เขายังลงเรียนวิชาการเงินที่ ม.รามคำแหง ร่วมด้วย

 น้องเอ็มบอกว่า สาเหตุที่เลือกเรียนวิศวะฯเพราะอ่านบทความในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเรื่องศิษย์เก่าวิศวะจุฬาฯสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารประเทศและองค์กรใหญ่ๆ มากมาย จึงตัดสินใจมาเรียนที่นี้ไว้ก่อน แล้วไปลงเรียนการเงินเสริม

 รางวัล SET Star Investment Planner (นักวางแผนการลงทุน) ที่เขาได้รับมานั้นจะเป็นการแข่งขันวางแผนลงทุนจะเน้นที่หุ้นเป็นหลัก โดยจะต้องวางแผนให้ลูกค้าว่าควรลงทุนในสินทรัพย์ใด หุ้นตัวไหน กองทุนอะไร ส่วนตัวสนใจเรื่องการลงทุนตั้งแต่เรียนมัธยมเพราะมองว่าเป็นความท้าทาย การมาแข่งขันครั้งนี้ยังทำให้ได้รู้จักคนที่สนใจเรื่องเดียวกัน ทำให้ได้เรียนรู้อะไรที่กว้างขึ้น เกณฑ์การตัดสินแพ้ชนะจะวัดกันที่แผนลงทุนว่าเหมาะสมกับลูกค้าแค่ไหน เหตุผลที่หยิบหุ้นตัวนี้ขึ้นมาลงทุน

 “ตอนเด็กๆ ผมมองหุ้นเป็นเกมๆ หนึ่งที่แข่งแล้วเอาชนะไม่ได้ แต่สงสัยว่าทำไมคนอื่นเล่นแล้วได้เงิน เลยทิ้งไม่ได้ต้องการที่จะเอาชนะ ตอนหลังถึงรู้ว่าการลงทุนมีประโยชน์มากกว่านั้น”

 การทำงานเป็นวาณิชธนกร เขามองว่าเป็นงานที่ทำให้เห็นโอกาสเยอะ ได้เจอกับลูกค้าที่เป็นนักธุรกิจหลากหลายทั้งธุรกิจขนาดเล็กและขนาดใหญ่ว่าเขามีวิธีหาเงินและบริหารเงินกันอย่างไร ตั้งแต่ธุรกิจคนจีนโบราณไปจนถึงผู้บริหารมืออาชีพ สิ่งที่ได้คือมุมมองที่หลากหลายขึ้น

 ส่วนความเห็นที่มีต่อแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ น้องเอ็มคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะต้อง "เปิดอย่างเสรี" ซึ่งถือเป็นระบบที่ดีที่สุด เพราะการแข่งขันอย่างเต็มที่จะทำให้เกิดการพัฒนา ถ้าไปกดอีกฝั่งหนึ่งไว้ อีกฝั่งก็จะได้รับการค้ำจุน พอออกไปข้างนอกจะไม่สามารถต่อสู้กับคนอื่นได้ แต่ถ้าเราเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมกันให้เข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ได้เหมือนกัน ใครที่มีความสามารถสูงกว่าก็จะไปได้ไกลกว่า

 การที่เราจะเปิดเสรีด้านต่างๆ สนามมันจะใหญ่ขึ้น คนที่เก่งที่สุดคือผู้ชนะ ทุกคนจึงควรพร้อมที่จะแข็งขันได้ด้วยตัวเอง นโยบายภาครัฐจึงน่าจะเป็นการให้ความรู้มากกว่าไปอุดหนุนโดยตรง หรือรัฐควรสนับสนุนให้เข้าถึงเครื่องมือทางการเงินเหมือนกัน ดีกว่าไปคอยปกป้อง

 “เรื่องการเงินมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปิดเสรีแล้ว แม้เราจะไม่ยุ่งกับภาคการเงินโดยตรง แต่ตอนนี้มันเกี่ยวถึงกันไปหมด เช่น เวลาที่ดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศทาง ภาคธุรกิจก็กระทบไปด้วย เราต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับเราต่อไป ต้องรู้เท่าทันให้ได้”

 คนสุดท้าย “น้องเบน” ณัฐวัตร อธึกโยธิน กำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 4 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เจ้าของรางวัล PTT CSR Star Team  (นักการเงินหัวใจซีเอสอาร์) บอกว่า ส่วนตัวที่มาสมัครเพราะต้องการทดสอบตัวเอง ได้มาเจอคนเก่งๆ หลากหลาย ทำให้มีมุมมองที่เปิดกว้างขึ้นจากเดิมที่มีความรู้เรื่องบัญชีอย่างเดียว

 นอกจากนี้ ส่วนตัวยังลงเรียนคณะนิติศาสตร์ที่ ม.รามคำแหงไว้ด้วยเพราะอยากเป็นผู้พิพากษา แต่การทำงานแคบกว่าการเงินมากเลยตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเดิน

 การแข่งขันหัวข้อ CSR จะได้เข้าไปอยู่กับชุมชนจริง ได้เรียนรู้วิถีเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงเวลา 4 วัน ทำให้เปิดมุมมองว่าแวดวงการเงินจะต้องคิดถึงคนที่อยู่ข้างล่างด้วย แม้ธุรกิจหรือเศรษฐกิจจะเจริญก้าวหน้าไปเพียงใด แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานความพอเพียง สิ่งที่ต้องทำคือการวางแผนพัฒนาโครงการต่างๆ ในชุมชน เช่น สร้างแหล่งปันน้ำให้เพียงพอต่อการทำเกษตรโดยนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับชุมชน ทำให้ได้เรียนรู้หลักพื้นฐานของเศรษฐกิจพอเพียง

 แม้ปัจจุบันน้องเบนจะยังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 แต่สามารถสอบชิงทุนของกรมสรรพากร ส่วนวางแผนนโยบายภาษีได้แล้ว โดยเขามีความเห็นส่วนตัวว่า ถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้ใหญ่ในกรมสรรพากร มุมมองส่วนตัวที่มีต่อนโยบายประชานิยม เช่น การลดภาษีนิติบุคคลอาจไม่เหมาะสม แม้จะบอกว่านี่คือการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ช่วยเหลือภาคธุรกิจ แต่ต้องมองอีกด้านว่ามันไปทำลายระบบการกระจายรายได้หรือไม่ ประโยชน์ที่รัฐควรจะได้ต้องเสียไปหรือไม่ คนที่มีความมั่งคั่งอยู่แล้วจะเสียภาษีน้อยลงเพราะไปจดทะเบียนตัวเองเป็นนิติบุคคลหรือไม่

 ถ้าเป็นแบบนั้น โอกาสที่ภาครัฐจะได้ใช้นโยบายการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศจะหายไป ยิ่งกรมสรรพากรเป็นหน่วยงานที่อยู่ใต้กระทรวงการคลัง ต้องพยายามอย่าให้ถูกครอบงำ เหมือนกับธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ต้องมีอิสระในการทำงาน

 “ที่สำคัญแนวคิดที่ว่าขอให้ทำงานได้จะทุจริตบ้างก็ไม่เป็นไร มุมมองนี้อันตรายต่อประเทศมาก ทุกภาคส่วนต้องหันมาแก้ไขแนวคิดนี้โดยเฉพาะในทัศนะของคนรุ่นใหม่ หากทำได้จะช่วยแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันได้ในระยะยาว”

 เขายังมองว่า ภาคการเงินไม่ว่าจะเป็นการลงทุน ประกันชีวิต สามารถยกระดับชีวิตของคนได้ ความรู้ด้านการเงินยังช่วยให้เราอยู่เหนือกว่าประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เขามีความสามารถด้านนี้เหนือกว่าเราถึงได้พัฒนาไปไกลกว่า เราต้องมาทบทวนตัวเองให้สามารถนำเงินไปใช้ได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น

 ทั้ง 4 คนยังช่วยกันสรุปปิดท้ายเรื่องเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันว่า เศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ การอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อแก้ไขปัญหา เช่น การพิมพ์พันธบัตรเพิ่ม สุดท้ายประชาชนก็เป็นผู้แพ้เพราะเงินในมือแทบไม่มีค่า
 

 สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับชาติในเอเชียไม่ว่าจะ "จีนและอินเดีย" รวมถึง "อาเซียน" ที่กำลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในการก้าวขึ้นมามีบทบาททางการเงินต่อเศรษฐกิจโลก ยิ่งอาเซียนเป็นแหล่งรวมของสินทรัพย์ต่างๆ ที่มีมูลค่าสูง เห็นได้จากตลาดหุ้นที่ขึ้นมาได้เรื่อยๆ ถือเป็นโชคดีที่พวกเราเกิดมาในยุคนี้

 การเงินจะยิ่งทวีความสำคัญต่อชีวิตของเรามากขึ้นหลังจากนี้ (อย่างแน่นอน)
------------------------
ตลาดทุนไทยขาด “มาร์เก็ตติ้ง” รอบรู้

 กิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บล.โกลเบล็ก ยอมรับว่า ปัจจุบันตลาดทุนไทยยังขาดเจ้าหน้าที่การตลาดที่มีคุณภาพ ความหมาย คือ รอบรู้ในทุกผลิตภัณฑ์การเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะรู้จักเฉพาะบางโปรดักท์ เช่นหุ้นเท่านั้น ดังนั้น แผนการสร้างเจ้าหน้าที่การตลาดรุ่นใหม่ที่รอบรู้ทุกด้านจึงเป็น "ภารกิจเร่งด่วน" ของสมาคมบริษัทหลักทรัพย์รวมถึงบริษัทเอง

 “การเปิดเสรีค่าคอมมิชชั่นรวมถึงการเปิด Asean Linkage ทำให้เจ้าหน้าที่การตลาดยุคใหม่ต้องรอบรู้มากขึ้น สามารถให้คำแนะนำด้านการลงทุนได้ครบทุกโปรดักท์ ต้องรู้ลึก รู้กว้างและรู้จริง จะรู้แค่หุ้นไม่ได้”

 ปัจจุบัน บล.โกลเบล็ก พยายามสร้างมาร์เก็ตติ้งรุ่นใหม่ที่มาจากกลุ่มนักศึกษาจบใหม่มากขึ้น ด้วยการเปิดรับตั้งแต่ก่อนจบชั้นปีที่ 4 และให้ความรู้ด้านการเงินการลงทุนทุกด้าน ข้อดีนอกจากได้มาร์เก็ตติ้งหน้าใหม่ไฟแรงแล้ว ยังมีความสามารถรอบด้าน ตั้งแต่เรื่องการลงทุน การดูแลพอร์ตลูกค้า เช่นเดียวกันความสามารถด้านภาษาอังกฤษ ยังเป็นคุณสมบัติสำคัญของมาร์เก็ตติ้งรุ่นใหม่ด้วย เพราะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้ต้องติดต่อกับนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น

 

 

 

Tags : นักการเงิน Young Financial Star Competition 2011

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement