กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 26 กรกฎาคม 2555 01:00

“GREENVOLUTIONS” ธรรมชาติรังสรรค์ธุรกิจ

“ฐากูร โฆษินทร์เดชา” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอาท์ออฟเดอะกรีนบ็อกซ์ จำกัด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

จากแกลบไร้มูลค่าพัฒนาสู่ผลิตภัณฑ์รักษ์โลกไอเดียผู้ประกอบการหัวใจสีเขียว ที่มีเป้าหมายคือ ผลักดันแบรนด์ของพวกเขาให้แทนที่พลาสติกได้มากที่สุด

“เราไม่ได้เข้ามาเพื่อเป็นคู่แข่งของกรีนโปรดักท์ แต่อยากเข้ามาแทนที่บรรจุภัณฑ์พลาสติก”

“ฐากูร โฆษินทร์เดชา” ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เอาท์ออฟเดอะกรีนบ็อกซ์ จำกัด เจ้าไอเดียผลิตภัณฑ์จากแกลบ แบรนด์ “กรีนโวลูชันส์” (GREENVOLUTIONS) บอกความ (นัย) ใจของพวกเขาในตอนเริ่มต้น

GREENVOLUTIONS” เป็นหนึ่งในวัสดุนวัตกรรมจากฐานข้อมูล Material ConneXion Bangkok ห้องสมุดเพื่อการออกแบบ โดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ TCDC พวกเขาได้ร่วมแสดงผลงานในเทศกาล “เปิดเส้นทางธุรกิจ..พิชิตตลาดสร้างสรรค์ Business Check-up Festival 2012” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและ TCDC เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

ฐากูร ตัดสินใจออกจากงานประจำ มามุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สีเขียวร่วมกับหุ้นส่วน เมื่อเห็นโอกาสของตลาดรักษ์โลก

“ผมกับพาร์ทเนอร์ มองว่ากรีนโปรดักท์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และมีอนาคต แต่เราอยากทำอะไรที่แตกต่าง ซึ่งทุกวันนี้ อีโคโปรดักท์ มีเยอะแล้ว ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลก็เยอะมาก เราจึงมองที่จะทำของที่เป็นธรรมชาติไปเลย คือมาจากวัสดุธรรมชาติ ใช้สารประกอบทุกอย่างจากธรรมชาติ และผ่านกระบวนการที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด”

ที่มาของ “GREENVOLUTIONS” ผลิตภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติอย่าง “แกลบ” นำมาผ่านกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ใส่ใจทุกกระบวนการให้ห่างไกลจากสารเคมี จนได้ชุด จาน ชาม ช้อน และของใช้บนโต๊ะอาหาร ที่สามารถย่อยสลายได้ในธรรมชาติ ไม่เป็นอันตราย และปลอดภัยจากสารพิษ มีคุณสมบัติเช่นเดียวกับเมลามีน ทนความร้อนได้ถึง 120 องศาเซลเซียส

ตอบไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ “โดนใจ” คนรักสุขภาพและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ทว่ากว่าจะมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เฉิดฉายในตลาดอย่างวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาแบ่งปันอุปสรรคการทำธุรกิจสีเขียวในไทย

“เราเจอปัญหาเยอะมาก เรียกว่าแทบทุกอย่างที่นึกขึ้นได้ก็เป็นปัญหาหมด เราใช้เวลาเป็นปีกับการวิจัยและพัฒนา กว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความเป็นธรรมชาติแบบที่เราต้องการ ทำเสร็จก็ต้องหาวิธีที่จะควบคุมให้ได้คุณภาพและมาตรฐานอย่างนี้ไปตลอด พอได้ผลิตภัณฑ์ออกมายังต้องเจอกับปัญหาใหญ่ คือ การตอบรับจากลูกค้า”

ฐากูร บอกสถานการณ์ชีช้ำ เกิดขึ้นเมื่อ 6 เดือนแรก ไร้เงาคำสั่งซื้อจากลูกค้า

“ผมเริ่มตลาดที่เมืองไทย ช่วง  6 เดือนแรก บอกได้เลยว่าไม่มีออเดอร์แม้แต่บาทเดียว เจ็บปวดมาก ครั้งแรกที่ผมเข้าตลาด คือไปงาน Baby Best Buy โดยทำผลิตภัณฑ์ชุดเด็กมาขาย ตั้งราคาอยู่ที่ชุดละ 300 บาท เรียกว่าถูกมาก แพ็คเกจจิ้ง อย่างดี ตอนนั้นคิดว่าขายได้แน่นอน ปรากฏขายไม่ออก วันแรกของงานขายได้แค่ 4 ชุด”

หมดเงินกับงานวิจัยไปเป็นหลักล้าน แต่วันแรกที่ทำตลาดกลับได้เงินกลับมาแค่เศษผง เขาบอกว่าปัญหาสำคัญอยู่ที่ทัศนคติของคนไทย เมื่อจินตนาการถึง “แกลบ” ก็มโนภาพแค่สินค้า “โอท็อป” ของถูกไม่อยากซื้อ วันต่อมาพวกเขาลองปรับราคาเป็น 899 บาท เมื่อประเมินดูแล้วว่าสินค้าในงานส่วนใหญ่ล้วนราคาสูงลิ่ว

สิ่งที่เกินคาด คือ ของแพงกลับขายได้กว่าร้อยชุด

“ผมมองว่ากรีนโปรดักท์ในการรับรู้ของคนไทย เขามองว่าต้องแพง ของดีต้องแพงแน่นอน พอเราเสนอเขาในราคาที่ถูก เรียกว่าต่ำกว่าการคาดหวังของเขา เขาเลยรู้สึกว่าไม่อยากซื้อ ยิ่งกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงบน พอเขามาเจอราคาที่ต่ำกว่าราคาความเป็นจริง ก็จะยิ่งรู้สึกว่ากระจอก งานแรกเรารู้เลยว่าเมืองไทยคนรวยรับราคาแพง ไม่รับราคาถูก”

ช่วงแรกยังเป็นการทดสอบตลาด พวกเขาจึงลองศึกษาตลาดล่างดูบ้าง เรียกว่าไม่ต้องคิดถึงกำไร แค่ดูว่าตกลงตลาดไทยรับสินค้าแบบไหนกันแน่ เลยตั้งราคาให้ต่ำสุดๆ ขายแค่ชิ้นละหลักสิบบาท ดูสิว่าตลาดล่างจะเมินอีกไหม

“เราอยากวัดใจว่าคนไทยอยากได้อะไรกันแน่ พอลองไปขายจริงๆ ปรากฏตลาดล่างไม่ซื้อแม้กระทั่งของหลักสิบ เพราะเขามองว่ากรีนโปรดักท์ไม่ใช่ของที่ใกล้ตัว เขาไม่ได้สนใจคอนเซปต์นี้ มองว่าใช้เมลามีนดีอยู่แล้ว ทำไมต้องมาเปลี่ยน”

นี่คือโจทย์ใหญ่สาหัสสากรรจ์..ลองเปลี่ยนใหม่ ไม่เอาแล้วตลาดไทย ไปโกอินเตอร์ดูบ้าง ซึ่งผลที่ได้กลับตรงกันข้าม

“ที่แรกที่ไปคืออเมริกา ทุกคนจะตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์เรามาก ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเขามองกรีนโปรดักท์อย่างไร แต่เป็นการปลูกฝัง เป็นจิตสำนึกของเขาที่ต่างจากคนไทย เขามองว่าตัวเขากับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งเดียวกัน สุขภาพสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เชื่อว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ช่วยโลก แต่ดีกับตัวเขาเองด้วย”

มุมมองที่แตกต่างและการให้ความสำคัญที่ต่างกัน ทำให้ “GREENVOLUTIONS” ทำตลาดได้อย่างงามงดในต่างประเทศ ผู้คนให้ความสนใจ และยินดีสนับสนุนผลิตภัณฑ์รักษ์โลกของพวกเขา รวมถึงการได้เข้าเป็นสมาชิกของ Material ConneXion ฐานข้อมูลวัสดุเพื่อการออกแบบ ที่ให้บริการอยู่ใน 5 ประเทศทั่วโลก ทั้ง นิวยอร์ก มิลาน โคโลญ แดกู (ประเทศเกาหลีใต้) และกรุงเทพ ทำให้วัสดุจากแกลบมีโอกาสไปอวดสายตาชาวโลก จนปัจจุบันขายไปใน 15-16 ประเทศทั่วโลก

แม้เพิ่งเริ่มธุรกิจมาได้เพียง 1 ขวบปี แต่เขาบอกว่าปีนี้จะมียอดขายแตะ 2 ล้านเหรียญดอลลาร์แล้ว

“จากที่ขายไม่ได้เลยในครึ่งปีแรก พอเราเปลี่ยนไปทำตลาดต่างประเทศ สินค้าของเรากลับขายดี โดยที่ผ่านมาเราพยายามนำผลิตภัณฑ์ไปเทสต์มาตรฐานของประเทศต่างๆ เพื่อให้สามารถขายได้ในหลายๆ ประเทศ จะขายไม่ขายก็ทำเทสต์ไว้หมด ทุกอย่างที่สามารถทำได้ หมดค่าเทสต์ไปเยอะมาก แต่จำเป็น เพราะต้องสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้”
 ตลาดนอกเดินหน้าได้ แต่ตลาดไทยก็ดูจะยังไม่พัฒนาไปไหน

“ผมเชื่อว่ากรีนโปรดักท์ทุกวันนี้ไม่มีใครเน้นตลาดในไทยหรอก ตลาดในไทยทุกคนเล็กหมด ไม่ใช่ไม่มีใครอยากขายคนไทยนะ แต่ตลาดยังไม่รับ ต้องให้ความรู้กันต่อไป พยายามต่อไปเรื่อยๆ”

การทำตลาดของ “GREENVOLUTIONS” เรียกได้ว่าหาทุกช่องทางที่จะขยับขยายได้ ใครจะรับไปขาย ใครจะขอให้ผลิตให้ก็ทำได้หมด เพียงแต่ขอเพียงว่าให้มีชื่อแบรนด์ของพวกเขาอยู่รวมในสินค้าที่ทำออกมาด้วยเท่านั้น

“โรงงานในบ้านเราเก่งมาก แต่ทั่วโลกมีใครรู้บ้าง ว่าหลายแบรนด์ที่ดังๆ ผลิตในไทยทั้งนั้น ผมมองว่าเมื่อเราทำสินค้าขึ้นมาสักอย่าง เราต้องการโดดเด่น ให้ทุกคนรู้ว่านี่ คือ ตัวเรา ใครลอกเลียนแบบไม่ได้ เราไม่ทำโออีเอ็ม ทำได้ก็ขอใช้เป็นโคแบรนด์ ทุกชิ้นที่ผลิตต้องมีชื่อของเราอยู่ด้วย เพราะอยากสร้างตัวตนขึ้นมา ให้รู้ว่าคนไทย แบรนด์ไทย ก็สามารถทำได้”

เขาบอกความคาดหวัง ที่ตั้งใจมาแต่ต้น และบอกถึงเป้าหมายในอนาคตกับภารกิจขับเคลื่อนกิจการสีเขียว

“เราพยายามพัฒนาสินค้าให้หลากหลาย ยังมีอะไรที่น่าตื่นเต้นอีกเยอะในแผนของเรา ผมอยากให้แกลบเป็นวัสดุที่ไปแทนที่พลาสติก ปัญหาคือพลาสติกขึ้นรูปได้เยอะกว่าเรามาก เพราะเทคนิคการผลิตง่ายกว่า แต่ในส่วนที่เราทำได้เราจะพยายามให้ถึงที่สุด และจะมุ่งพัฒนาวัสดุนวัตกรรม และเป็นนวัตกรรมที่เพิ่มมูลค่าด้วย”

เพื่อเป็นหนึ่งแบรนด์ที่มีตัวตนบนโลกธุรกิจ และเป็นหนึ่งแรงร่วมขับเคลื่อนสังคมสีเขียวในวันนี้ 

 

 

Tags : GREENVOLUTIONS ผลิตภัณฑ์จากแกลบ

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement