การเปิดประเทศพม่า ยั่วนักธุรกิจน้อยใหญ่ทั่วสารทิศ ดาหน้าเข้าไป "ขุดทอง" แต่ใช่ว่าจะเข้าถ้ำเสือที่ "โนว์ฮาว" ไม่สำคัญเท่า "โนฮู" ได้โดยง่าย
ระหว่างนั่งรอเครื่องบินที่สนามบินในประเทศ ณ กรุงย่างกุ้ง เห็นนักธุรกิจญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่ร่วม 20 คน นั่งแออัดรอขึ้นเครื่องไป "มัณฑะเลย์" เมืองเศรษฐกิจอันดับสองของพม่า พวกเขามาพร้อมความหวังจะไป "ขุดทอง" โอกาสจากความล้าสมัยเหมือนประเทศไทยเมื่อ 30 ปีที่แล้ว พม่าต้องการทุกอย่างที่นำไปสู่ความเจริญ
Go! เมียนมาร์ ไปขุดทองกัน !!!
แม้พม่าจะมีเจตนาเปิดประเทศรองรับการลงทุนจากต่างชาติด้วยความเต็มใจ แต่ใช่ว่าใครก็เข้าไปได้ง่ายๆ นักธุรกิจรายหนึ่ง บอกว่า ทำธุรกิจกับพม่า "โนว์ฮาว" ไม่สำคัญเท่า "โนฮู" เมื่อมี "คอนเนคชั่น" แล้วคุณก็ต้อง "มีเงิน" ไปลงทุนก่อน แล้วค่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ในภายหลัง ธุรกิจเกือบทุกประเภทในพม่าต้องมี "รัฐบาล" (ทหารพม่า) เข้าไปมีเอี่ยวไม่เบื้องหน้าก็เบื้องหลัง จะทำธุรกิจกับพม่าต้อง "มองยาวๆ"
ก่อนจะยกเคส เปรมชัย กรรณสูต มีผลงานไปสร้างสนามบินมัณฑะเลย์ ซึ่งใหญ่ที่สุดในพม่ารองรับผู้โดยสาร 3 ล้านคนต่อปี บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ก็ได้รับตอบแทนด้วยโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย ระหว่างทาง "ไกด์ ชาวพม่า" ชี้ให้ดูโรงแรม 5 ดาว ชื่อว่า Chatrium Hotel Royal Lake Yangon ก่อนจะเฉลยว่าเป็นของ "คนไทย" นามว่า ชาตรี โสภณพนิช
ผ่านสก็อตมาร์เก็ต (Scott Market) แหล่งชอปปิงที่ฮอตที่สุดในกรุงย่างกุ้ง เห็น นมเปรี้ยวดัชมิลล์ ธุรกิจของคนไทยกำลังทำตลาดส่งเสริมการขายให้คนพม่าชิมนมเปรี้ยวฟรี! ป้ายโฆษณา "ซันซิล" ของยูนิลีเวอร์กลายเป็นที่บังแดดหน้าร้านค้า เห็นถึงการรุกคืบของ "ทุนต่างชาติ" เข้าไปในพม่าอย่างรวดเร็ว
เมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าสัวบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ก็เพิ่งควง พิพัฒ พะเนียงเวทย์ เจ้าพ่อมาม่า ไปดูลู่ทางสร้างโรงไฟฟ้าของ บมจ.สหโคเจน (ชลบุรี) และ บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ กำลังจะขยายโรงงานผลิตมาม่าเพิ่ม การลงทุนจะต้องเช่าที่ดิน 60 ปี เบื้องต้นราคาที่ดินเช่าที่กรุงย่างกุ้ง เฉลี่ยอยู่ที่ 3 ล้านบาทต่อไร่ ส่วนราคาที่ดินเช่าที่เมืองมัณฑะเลย์ เมืองเศรษฐกิจอันดับสองยังค่อนข้างถูก
ปัจจุบันมาม่ามีโรงงาน 1 แห่งที่ย่างกุ้งมีเครื่องจักร 6 ตัว ผลิตได้แค่ 30,000 หีบต่อเดือน สินค้าไม่พอขาย ขณะที่เครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) เตรียมเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานผลิตปูนซิเมนต์ในประเทศพม่าเช่นเดียวกัน
การที่พม่าถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกมานาน เมืองเศรษฐกิจสำคัญจึงยังเหมือนต่างจังหวัดของไทย ที่พม่าไฟฟ้าเพิ่งใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อเร็วๆ นี้เอง ไฟดับทุกวันเป็นเรื่องปกติ นักธุรกิจรายหนึ่ง เล่าว่า รัฐบาลรับประกันการจ่ายไฟฟ้าให้โรงงานอุตสาหกรรมแค่วันละ 2 ชั่วโมง เวลาที่เหลือไม่รับประกันต้องไปหาเครื่องปั่นไฟเอาเอง
ตามท้องถนนเห็นรถราเก่าๆ จากญี่ปุ่นวิ่งเกลื่อนถนน ทะเบียนรถยนต์ที่นี่ถูกควบคุม จึงเป็นเรื่องยากที่ประชาชนจะมีรถยนต์เป็นของตัวเอง ในกรุงย่างกุ้งห้ามรถมอเตอร์ไซค์วิ่ง รถเมล์เก่าๆ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงจึงเบียดเสียดยัดเยียดไปด้วยผู้คนแน่นทั้งวัน ที่พม่าไม่มีการใช้บัตรเครดิต ไม่มีระบบสินเชื่อทุกอย่างรับจ่ายกันเป็น "เงินสด" พกกันเป็นฟ่อนๆ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ปริมาณการค้ายังไม่เติบโตเท่าที่ควร
ถนนหนทางในเมืองเศรษฐกิจทั้งย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ ยังต้องการการบูรณะซ่อมแซมเกือบทั้งเมือง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานยังไม่พร้อม นักธุรกิจชาวจีนต้องเหมาโรงแรม 5 ดาวเป็นออฟฟิศทำงาน โรงแรมไม่เพียงพอรองรับนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ไกด์ชาวพม่า เล่าว่า ที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติมีไม่เพียงพอ ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ในพม่าราคาค่อนข้างแพงประมาณ 500 ดอลลาร์ต่อเดือน หรือประมาณ 15,000 บาท ขณะที่คนจบปริญญาตรีที่พม่ารับราชการได้เงินเดือนประมาณ 4,000 บาท คนพม่าจึงไม่ส่งเสริมให้บุตรหลานเรียนสูงให้มาทำงานที่ประเทศไทยก็ได้ 4,000 บาท เท่ากัน
ตัวเลขทางการพม่าระบุว่ามีแรงงานชาวพม่า 3 ล้านคน เข้ามาขายแรงงานในประเทศไทย เช่นเดียวกับ "นักธุรกิจไทย" ไปขุดทองที่พม่ามีมูลค่าการลงทุนเป็น "อันดับสอง" รองจากนักธุรกิจจีน หลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกในรอบ 20 ปี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2553 ส่งผลให้เศรษฐกิจพม่าขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย (ADB) คาดว่าเศรษฐกิจพม่าจะขยายตัวเฉลี่ย 5.5% ในช่วงปี 2554-2555
สลิบ สูงสว่าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไฮโดรเท็ค นักธุรกิจไทยที่กำลังจะไปขุดทองในประเทศพม่า โดยเตรียมร่วมมือกับนักธุรกิจชาวพม่ารับงานผลิตน้ำประปาในพื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของกรุงย่างกุ้ง มูลค่างาน 400-500 ล้านบาท ให้ข้อมูลว่า พม่าเต็มไปด้วยโอกาสทางธุรกิจ พม่ามีพื้นที่ 676,577 ตารางกิโลเมตร มากกว่าไทย 10-15% มีประชากรประมาณ 60 ล้านคน ใกล้เคียงประเทศไทย ปัจจุบันพม่าย้ายเมืองหลวงไปอยู่เมืองเนปิดอว์ แต่เศรษฐกิจหลักยังอยู่ที่ย่างกุ้งที่มีประชากรที่มากสุดประมาณ 6 ล้านคน
นอกจากบริษัทสนใจธุรกิจผลิตน้ำประปาในกรุงย่างกุ้งแล้ว ตอนนี้ทางการพม่าโดยกระทรวงเกษตรและชลประทานกำลังจะออกกฎหมายเรื่องสิ่งแวดล้อม โรงงานต่างๆ 80-90% ยังไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียจะต้องลงทุนเรื่องนี้ ซึ่งอีก 2-3 เดือนพอกฎหมายตัวนี้ออก โรงงานต่างๆ ก็ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสีย ทำให้บริษัทยังมีโอกาสอีกมากมาย
ในอนาคตโครงการทวายที่อิตาเลียนไทยฯ ร่วมกับทางการพม่ามีขนาดใหญ่กว่ามาบตาพุดของไทย 10 เท่า เมื่อโรงงานขนาดใหญ่เกิดขึ้น โอกาสจะต่างๆ จะตามมาอีกมากมาย เขาให้มองทวายเหมือนมาบตาพุดของไทยเมื่อปี 2518 สมัยนั้นก็ยังไม่มีอะไรเลย ที่ผ่านมา ก็มีโรงงานจากทั่วโลกแห่กันเข้ามาตั้ง ภาพจะคล้ายๆ กัน
มีคำถามว่าการลงทุนในพม่าเต็มไปด้วยความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ในเรื่องนี้สลิบ บอกว่า ทุกอย่างมีช่องทางแก้ไขถ้ามีคอนเนคชั่นก็ไม่มีปัญหา งานที่พม่าส่วนใหญ่ไม่มีการประมูลแต่จะให้กับคนที่รู้จักกันมากกว่า การทำธุรกิจในพม่า "โนฮู" จึงสำคัญกว่า "โนว์ฮาว" ส่วนประเด็นเรื่องการถือครองที่ดิน เรื่องการรับจ่ายเงินหรือโอนเงินออกนอกประเทศก็มีวิธีทำให้ถูกต้องและไม่มีความเสี่ยง
ชวลิต หวังธำรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ผลธัญญะ ที่มีธุรกิจส่วนตัวค้าขายวัสดุก่อสร้างในพม่ามากว่า 20 ปี บอกว่า การที่คนทั่วไปมองพม่าว่ามีความเสี่ยงทางด้านการเมือง และนโยบายมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกเมื่อ มองอีกมุม นี่คือ "ข้อดี" ที่ทำให้การทำธุรกิจมีการแข่งขั้นต่ำ
ขณะเดียวกัน เมื่อเร็วๆ นี้ นักการทูตสหภาพยุโรป (อียู) เปิดเผยล่า อียูกำลังพิจารณายกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าในเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปในพม่า เช่นเดียวกับการเดินทางมาเยือนพม่าของนางฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศสหรัฐ เมื่อต้นเดือนธันวาคมเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนแรกของสหรัฐฯที่มาเยือนพม่าในรอบ 50 ปี และมีโอกาสเข้าพบนางอองซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า บุคคลสำคัญที่จะนำพม่าไปสู่ประชาธิปไตย นำไปสู่การเปิดประเทศ และการไหลบ่าของทุนข้ามชาติ ในประเทศปิดที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
มองอีกมุมฝรั่งก็กลัวตกรถไฟ กลัวคนเอเชียหยิบชิ้นปลามันไปกินคนเดียว
-------------------------------------------------
ยักษ์เล็ก-กลาง บุกถ้ำเสือ 'พม่า'
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.สามารถ คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า บริษัทกำลังให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศพม่าและลาว หลังจากที่เข้าไปบุกเบิกธุรกิจที่ประเทศกัมพูชามาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว เหตุผลเพราะพม่ากำลังเปิดประเทศมีความต้องการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างมาก อีกทั้งยังมีชายแดนติดกับไทยไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายงาน โดยธุรกิจที่มองไว้ คือ พลังงาน บริหารการบิน และโทรคมนาคม
“ยอมรับว่ามีความเสี่ยง อย่างอิตาเลียนไทยฯ แม้จะมีเงินแสนล้านบาทรออยู่ก็ยังต้องคิด แต่เราก็ไม่ทิ้งโอกาสแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อมีโครงการทวายเป็นตัวนำแล้วเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยอีกมาก”
สำหรับขั้นตอนการเข้าไปติดต่อ เนื่องจากเป็นประเทศใหม่คงต้องใช้เวลาอนุมัติโครงการพอสมควร สำหรับบริษัทเราที่เพิ่งเข้าไปคงต้องใช้เวลา 6 เดือนขึ้นไป รูปแบบการลงทุนอาจจะต้องมี "ผู้ร่วมทุนท้องถิ่น" ก่อนเหมือนสมัยที่เข้าไปลงทุนที่กัมพูชาช่วงแรกจากนั้น ก็ค่อยเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้น
กอบชัย ธนสุกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการเงินและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บมจ.โตโย-ไทย คอร์ปอเรชั่น บอกว่า บริษัทไปตั้งสำนักงานที่ประเทศพม่า โดยมีสองจุดประสงค์สำคัญ คือ รองรับโปรเจคทวายซึ่งบริษัทได้งานเป็นผู้ร่างมาสเตอร์แพลนกลุ่มปิโตรเคมีภายในนิคมฯ และรองรับการขยายธุรกิจงานวิศวกรรมครบวงจร หรือ EPC โดยเฉพาะธุรกิจด้านพลังงาน
พิจารณาจากศักยภาพของประเทศพม่าแล้วมีการเติบโตอีกมากแน่นอนและจำเป็นต้องมีงานก่อสร้าง ส่วนตัวเชื่อว่าการติดต่อหน่วยงานราชการน่าจะได้รับความร่วมมืออย่างดี แต่เบื้องต้นบริษัทจะหาพันธมิตรท้องถิ่นเพื่อร่วมกันหางานก่อสร้าง โดยโตโย-ไทย มองการลงทุนที่พม่าในระยะยาวต้องใช้เวลาอีกมากถึงจะเห็นภาพชัดเจน
“เรื่องกฎหมายการร่วมทุนของต่างชาติคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ปัจจัยเสี่ยงที่เราต้องพิจารณาคือการเปิดเสรีในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนทั้งขาเข้าและขาออกรวมถึงระบบภาษีจะต้องดูให้ดีก่อนมากกว่า”
สัมพันธ์ วงษ์ปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.ถิรไทย เปิดเผยว่า บริษัทกำลังให้ความสนใจที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศพม่า หลังจากที่จำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าให้กับพม่ามาได้ระยะเวลาหนึ่งโดยผ่านตัวแทนจำหน่าย คือ บมจ.กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง สาเหตุเพราะพม่ากำลังเปิดประเทศ นโยบายต่างๆ ทั้งการค้าและการเมืองเริ่มเป็นในทิศทางบวก ที่น่าสนใจคือจำนวนประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทยแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐานยังต่างกันอยู่มาก เขายังล้าหลังกว่าเราถึง 30 ปี
“รูปแบบน่าจะเป็นการร่วมลงทุนกับพันธมิตรท้องถิ่น เพราะพม่ามีกฎหมายจะต้องหาผู้ร่วมที่เป็นท้องถิ่น ต่างชาติยังไม่สามารถลงทุนได้ 100% คาดว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับหม้อแปลงไฟฟ้าในกลุ่มพลังงานเพราะมีโอกาสที่จะขยายตัวได้อีกมาก ตอนนี้เห็นสัญญาณนักธุรกิจไทยระดับกลางถึงเล็กอยากจะเข้าไปลงทุนที่พม่ากันมาก”
สำหรับปัจจัยเสี่ยง ในอดีตอาจเป็นเรื่องของนโยบายแต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว หลังจากที่ทางการปล่อยตัวนางอองซานซูจี ทำให้ภาพลักษณ์ของพม่าเริ่มดูดีขึ้น อย่างไรก็ตาม “การเมือง” ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญเนื่องจากยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยเฉพาะปีนี้พม่าจะมีการเลือกตั้งภายใน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้นำรัฐบาลคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายหลักๆ มากนัก
“ยอมรับว่าเรื่องของเส้นสายก็มีความสำคัญในการที่จะไปติดต่อเจรจากับทางการ เพราะนิสัยคนพม่าก็คงคล้ายคลึงกับคนไทยและในภูมิภาคนี้ จะทำอะไรคงต้องมีคนท้องถิ่นช่วยสนับสนุน แต่เราก็ไม่กังวลมากนักเพราะนิสัยน่าจะไปด้วยกันได้”
กัลกุล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง เปิดเผยว่า บริษัทเข้าไปลงทุนในประเทศพม่ากว่า 15 ปีแล้ว โดยขายอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า จนเป็นแบรนด์ที่คุ้นชื่อคนพม่า ช่วงแรกๆ ถือว่าไม่ง่ายนัก 5 ปีแรกขาดทุนมาตลอด แต่ล่าสุด บริษัทกำลังเข้าไปดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 1,000 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการกว่า 60,000 ล้านบาท โดยบริษัทจะถือหุ้น 20% ที่เหลือจะเชิญ กฟผ.ของไทย รัฐบาลพม่า นักลงทุนต่างชาติ ธนาคารเพื่อพัฒนาเอเชีย และธนาคารโลก มาร่วมถือหุ้น
“ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายที่พม่า 3 แห่งที่ มัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง และเนปิดอว์ พม่ากำลังเปิดประเทศจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจมาก”
สำหรับปัจจัยเสี่ยงคงเป็นประเด็นเรื่องของประเทศที่เพิ่งเปิดตัวทำให้การประสานงานกับชาวต่างชาติอาจจะมีปัญหาบ้าง ผู้ที่จะเข้าไปใหม่ควรจะมีที่ปรึกษาในการติดต่อกับราชการหรือขอคำแนะนำในการทำตลาด นิสัยคนพม่าเหมือนคนไทยถ้าติดต่อพูดคุยไปเรื่อยๆ จะคุ้นเคยกันไปเอง อย่างบริษัทเข้าไปพม่า 15 ปีแล้วรู้หมดว่าอะไรคืออะไรสำหรับคนมาใหม่อาจจะต้องมีทางลัดบ้าง
ปัจจุบันรัฐบาลพม่ากำลังอัดเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะน้ำมันและพลังงานทดแทน ทำให้คาดว่า GDP ของพม่าจะเติบโตเร็ว ประเด็นสำคัญ คือ พม่ามีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก ตอนนี้ได้ยินมาว่านักธุรกิจจากเวียดนามและสหรัฐจะเข้ามาลงทุนในพม่ามากขึ้นยิ่งทำให้การลงทุนในพม่ายิ่งน่าสนใจมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ อู โซ เถียน รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของพม่า กล่าวในโอกาสเข้าร่วมการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม (ดับเบิลยูอีเอฟ) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า รัฐบาลพม่ากำลังร่างกฎระเบียบเพื่อสร้างแรงจูงใจด้านภาษี แก่บรรดาบริษัทต่างชาติที่ต้องการเข้าไปลงทุนในพม่า พร้อมทั้งเตรียมกระตุ้นการเติบโตของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ให้ได้ตามเป้า 6% ในปีนี้
ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และเลขาธิการสภาธุรกิจไทย-พม่า เปิดเผยว่า รัฐบาลพม่ากำลังเปิดประเทศและปรับปรุงกฎระเบียบต่างๆ เพื่อส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ปัจจุบันระบบการเงินในพม่ายังมีปัญหาเพราะอัตราแลกเปลี่ยนในระบบและนอกระบบแตกต่างกันมาก ในระบบอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 บาท ต่อ 4.5-5 จ๊าด
ส่วนนอกระบบอยู่ที่ 1 บาท ต่อ 27 จ๊าด ทำให้การนำเงินเข้าพม่าผ่านระบบแล้วไม่คล่องตัว ทำให้รัฐบาลพม่าต้องการปรับระบบการเงินของประเทศให้เป็นที่ยอมรับและให้ไอเอ็มเอฟ เข้ามาช่วยดูระบบการเงิน เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาเพราะถ้าทำทันทีเศรษฐกิจภายในพม่าจะปรับตัวไม่ทัน
ทั้งนี้ รัฐบาลพม่ามีกฎหมายเขตเศรษฐกิจ 3 แห่ง ซึ่งกำหนดให้ใช้เงินดอลลาร์ และเงินหยวนลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ โดยเห็นว่าระหว่างที่ระบบการเงินของพม่ายังไม่เข้าที่ควรเจรจาให้พม่ายอมให้ใช้เงินบาทลงทุนในบางพื้นที่ได้ ทำให้นักลงทุนไทยไม่ต้องมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
ธนิต กล่าวอีกว่า ปัจจุบันพม่ายังคงใช้กฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศปี 2541 กำหนดให้การลงทุนภาคอุตสาหกรรมมีมูลค่าอย่างน้อย 500,000 ดอลลาร์ ภาคบริการ 300,000 ดอลลาร์ เมื่อได้รับอนุมัติจากทางการพม่าแล้วต้องนำเข้ามาฝากกับธนาคารในพม่าอย่างน้อย 50% ภายใน 20 วัน และต้องฝากให้ครบภายใน 180 วัน เป็นข้อจำกัดให้ผู้ที่จะลงทุนต้องเร่งนำเงินเข้าพม่า ถ้ามีการออกกฎหมายการลงทุนจากต่างประเทศใหม่ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรนขึ้น จะทำให้พม่าน่าสนใจลงทุนมากขึ้น
Tags : พม่า • กลยุทธ์ลงทุน
