กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2555 01:00

บ้านหลังนี้ชื่อ "โสมภาส เอ็นจิเนียริ่ง 2005"

“สมพงษ์ พวงเวียง” ประธานกรรมการ บริษัท โสมภาส เอ็นจิเนียริ่ง 2005 จำกัด

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"โสมภาส เอ็นจิเนียริ่ง 2005" ไม่ใช่บ้านหลังที่สองของพนักงานแต่พวกเขาคือ "ครอบครัวเดียวกัน" ไปนานแล้ว

"โสมภาสก็เป็นเหมือนบ้าน ที่นี่มีครบทุกอย่าง มีพ่อคืออาจารย์สมพงษ์ พวงเวียง มีแม่คือ ยาย ที่บางวันจะมากินข้าวกลางวันด้วยกัน มีลุง ญาติ เพื่อน พี่น้อง ครบหมด พวกเราอยู่ด้วยกันที่นี่ เป็นครอบครัวเดียวกัน"

หนึ่งเสียงของพนักงาน บริษัท โสมภาส  เอ็นจิเนียริ่ง 2005 จำกัด จังหวัดมหาสารคาม บรรยายความรู้สึกที่มีต่อองค์กรของพวกเขา สะท้อนความผูกพันลึกซึ้ง...ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ทำงาน แต่เป็นเสมือน “บ้าน” ของพวกเขา

 “โสมภาส  เอ็นจิเนียริ่ง 2005” คือหนึ่งในองค์กรหลากสุข จากโครงการ “ถอดรหัส 100 องค์กรหลากสุข” โดยความร่วมมือของหลักสูตรพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และองค์การภาคพิเศษ  สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.

จุดเริ่มต้นของความอบอุ่น มาจากผู้นำมากวิสัยทัศน์  “สมพงษ์  พวงเวียง” ประธานกรรมการ บริษัท โสมภาส  เอ็นจิเนียริ่ง 2005 จำกัด อดีต นักบวช อาจารย์สอนหนังสือ และปัจจุบันคือ "นักธุรกิจ" ผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีพนักงานกว่า 500 คน รองรับกำลังการผลิตปีละกว่า 40,000,000 ชิ้น

สิ่งที่เราสนใจมากไปกว่าความสำเร็จทางธุรกิจ คือ วัฒนธรรม"เฉพาะตัว"ที่แฝงอยู่ในองค์กรแห่งนี้

โสมภาสเป็นโรงงานอินเตอร์ ที่มีไม่ได้มีแต่คนงานไทย แต่มีชาวต่างชาติปะปนอยู่ด้วย ชาติที่เยอะมากก็ต้องยกให้ “เขมร” วิธีจะกลืนกลายคนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ให้เป็นครอบครัวเดียวกันได้นั้น ต้องเริ่มจากการ “พูดจาภาษาเดียวกัน”

“เราพยายามให้พนักงานต่างชาติรู้จักและฝึกภาษาไทยแบบง่ายๆ โดยให้คนที่เข้าใจภาษาเขมรหรือคนที่เคยอยู่ใกล้ชายแดนเป็นคนช่วยแปลให้ แล้วจำไว้ใช้สื่อสารกัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำยกย่องชมเชยหรือติเตียน โดยหลักแล้วพนักงานต้องเรียนรู้ทั้งภาษาไทยและภาษาอีสาน เช่น มื้ออื่นเจอกันเด้อ (พรุ่งนี้เจอกันนะ) เฮ็ดจังซี่ (ทำแบบนี้) เป็นต้น”

แง่มุมน่ารักๆ ที่คนโสมภาส บอกเล่าให้ฟัง แน่นอนว่าไม่เพียงกับคนงานต่างชาติเท่านั้น ที่ได้เรียนรู้ศัพท์แสงเหล่านี้ แม้แต่คนงานต่างถิ่น ก็มีโอกาสปรับตัวเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตชนบทแบบนี้ด้วย โดยพนักงานท้องถิ่นจะนำ “ภาษาอีสานวันละคำ” มาแบ่งปันเพื่อนพนักงาน บ่อยครั้งที่จะแกล้งสอนผิดสอนถูก เพื่อให้เกิดบรรยากาศสนุกสนาน

การวางตัวของผู้บริหาร ที่เป็นเหมือน “พ่อบ้าน” มากกว่า “เถ้าแก่” สร้างความอบอุ่นให้กับผู้คนที่นี่ เช่น  การมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้เพื่อนร่วมงานหรือพนักงานอยู่เป็นประจำ แม้ไม่ได้เป็นการจงใจมากนัก แต่มาจากวิธีคิดที่ว่า

“เมื่อเราต้องไปทำธุระที่อื่น อย่างน้อยก็ยังสามารถฝากให้พวกเขาช่วยดูแลบ้านให้ได้ ซึ่งสิ่งที่ได้รับกลับมาคือเมื่อพวกเขาไปไหนก็จะมีของฝากมาให้เช่นกัน อย่าง ลำไยหนึ่งเข่ง ปลาหนึ่งถังพร้อมอัดน้ำแข็ง แม้ไม่ได้หวังผลว่าจะได้รับสิ่งเหล่านี้  เพราะสิ่งที่หวัง คืออยากให้ทุกคนที่อยู่รอบข้างเรามีความสุขเท่านั้น” สมพงษ์บอกเล่าวัฒนธรรมการให้ ที่เบ่งบานอยู่ทั่วโรงงาน

ความสุขของพนักงาน เริ่มต้นจากการสร้างองค์กรแสนสุขทุกแง่มุม ไล่ตั้งแต่ “วัฒนธรรมการกิน” เพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้พนักงาน โดยพยายามเปลี่ยนความคิดพนักงาน ให้หันมาดูแลพฤติกรรมการกินเพื่อห่างไกลโรค

เวลาเดียวกัน ก็ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างกัน พวกเขายกตัวอย่าง พนักงานที่มีกลิ่นตัวแรง จนเพื่อนร่วมงานไม่อยากเข้าใกล้ ก็จะมีวิธีแก้ปัญหาให้กับสมาชิกท่านนี้

“เราจะแก้ไขโดยเรียกพนักงานคนนั้นมาคุย ตักเตือนเขาเหมือนลูกหลาน บางคนพูดเตือนแล้วยังไงก็ไม่ยอมทำตาม จนกระทั่งพนักงานในสายการผลิตเดียวกันรวมเงินซื้อลูกกลิ้งให้ พนักงานคนนั้นก็ดีใจนะ แทนที่จะโกรธ พูดได้ว่า คนที่นี่เมื่อให้อะไรไปแล้ว มักจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกลับมาเสมอ การพูดคุยกัน ก็ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อม พูดอย่างตรงไปตรงมาได้”

“หวย” กับคนไทย ดูจะเป็นของคู่กันไปแล้ว สำหรับที่โสมภาสไม่ได้ปิดกั้นให้พนักงาน “ซื้อหวย” หรือฝากความหวังไว้กับหวย แต่ผู้บริหารจะคอยเตือน คอยแนะนำ ที่ทุกคนจะได้ยินบ่อยก็คือ

“ถ้าซื้อแล้วขาดทุนหรือซื้อแล้วจนลง ก็ไม่ควรซื้อ เพราะเมื่อซื้อแล้วถูก ก็มักจะเลี้ยงญาติเลี้ยงเพื่อน ซึ่งบางครั้งเงินที่ถูกหวยก็ไม่เหลือ บางครั้งขาดทุนเพราะเลี้ยงคนอื่นมากเกินไป”

ความผูกพันที่โสมภาสมีให้กับพนักงาน ยังทอดยาวไปถึงครอบครัวของพนักงาน ในแต่ละปีที่นี่จะมอบทุนการศึกษาให้กับบุตรพนักงาน บางครั้งก็อาจเป็นขนมหรือเงินซื้อขนม บางครั้งใช้งบบริษัท บางครั้งผู้บริหารก็ควักกระเป๋าเองขณะที่คนกรุงเทพอาจมองถึงของที่ให้กันเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต แต่กับคนที่นี่ ของเล็กน้อยที่มาจากใจก็ถือว่ามีค่ายิ่งใหญ่แล้ว

“ที่นี่ไม่เหมือนกรุงเทพฯ ที่การซื้อของฝากต้องดูดี ขนมปังชิ้นละ 5 - 10 บาท ลูกอม นม ก็ใช้ได้แล้ว การซื้อของฝากจึงไม่ใช่ทำเพื่อเอาหน้า แต่เป็นการฝากด้วยมิตรไมตรี เมื่อมีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันได้”

การเริ่มต้นสร้างสุข ด้วยความเข้าอกเข้าใจพนักงาน นำมาสู่หลากไอเดียน่ารักๆ ที่คงมีแต่คนโสมภาสเท่านั้นที่เข้าใจความอบอุ่นแบบนี้ เช่น การให้โบนัสพนักงาน เป็น “ควาย” ด้วยแนวคิดลึกซึ้งที่ผู้บริหารบอกเราว่า วิถีชีวิตคนที่นี่คือทำนา แต่ทุกวันนี้ควายเหล็กแย่งอาชีพควายพื้นบ้านไปหมดแล้ว การให้โบนัสพนักงานเป็นเจ้าทุยก็หวังฟื้นวิถีชาวนาแบบโบร่ำโบราณให้กลับมาอีกครั้ง และยังเป็นการสอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้กับพนักงานไปในตัวด้วย

...ลึกซึ้ง ได้ใจ จนองค์กรยักษ์ใหญ่ที่ยังแข่งเรื่องตัวเลขโบนัสต้องอายม้วน

ในขณะที่หลายองค์กรเต็มไปด้วยกฎระเบียบเคร่งครัดควบคุมการทำงานของพนักงาน ทว่าที่นี่มีแต่ความยืดหยุ่นประสา “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เช่น อนุโลมเรื่องการลา อย่าง ช่วงทำนา ก็ไปทำนาก่อนแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อได้

ปัญหาหนี้นอกระบบ กระทบกับชนชั้นแรงงานไปถ้วนทั่ว การแก้ปัญหาของที่นี่คือมีเงินกู้ยืมให้ รวมถึงการมีค่าตอบแทนที่เหมาะสม มีเงินออม สอนเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง จนหลายคนนำแบบอย่างไปใช้กับครอบครัวของตนเองด้วย

วิถีบ้านๆ ที่หลายคนอาจปรามาสว่าไม่ทันโลก แต่คนของโสภาสก็ไม่ได้อ่อนเปลี้ยที่จะต่อสู้กับการเปิดตลาดอาเซียน สมพงษ์บอกว่า แม้ไม่ได้เตรียมพร้อมในเรื่องนี้มากนัก แต่พนักงานของพวกเขาจะได้รับการพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพร้อมในการทำงาน ส่วนเรื่องภาษาเขาบอกว่ายังสอนเท่าที่จำเป็นต้องใช้ การที่คนอีสานมักไปทำงานต่างประเทศบ่อยๆ เรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับคนที่นี่ ซ้ำยังจะมีทักษะภาษาต่างประเทศที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนระหว่างเพื่อนร่วมงาน อย่างรู้ภาษาเขมรหรือภาษาพม่า  มาสร้างแต้มต่อให้คนที่นี่อีกด้วย

การอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ก่อเกิด “ความสุข” ในการทำงาน และความสุขที่ว่าสุดท้ายก็ส่งผลกลับมายังองค์กรอยู่ดี

“แค่ได้ทำงานก็มีความสุขแล้ว เพราะได้เจอหน้าเพื่อนๆ ไม่รู้สึกอึดอัดกับงาน จะมีปัญหาบ้างก็ช่วงเวลาที่งานเร่งทำงานไม่ทัน กลับถึงบ้านยังฝันถึงงาน เป็นห่วงงาน พนักงานที่นี่รักงาน รักบริษัทนะ เพราะทำให้พวกเราได้ทั้ง งาน และ ครอบครัว”

เสียงสะท้อนจากพนักงานที่รู้สึกต่อองค์กรของพวกเขา ย้อนกลับมาเป็นความมุ่งมั่นผลิตผลงานคุณภาพ เพื่อองค์กร..ครอบครัวแสนอบอุ่นของพวกเขา

นี่คือตัวอย่างขององค์กรหลากสุข ซึ่งยังมีอีกหลายต้นแบบให้เรียนรู้ที่งาน "Happy workplace Forum 2011" 5 Apps to Happy Workplace 3.0 ในวันจันทร์ที่ 5 มีนาคม 2555 ณ ห้องบอลรูม ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ด้วยหลากแนวคิดทันยุค เช่น สัมมนาและปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “การสร้างคนในองค์กรเเห่งความสุขเพื่อผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่  : www.happy8workplace.com

 

 

Tags : โสมภาส เอ็นจิเนียริ่ง 2005 สมพงษ์ พวงเวียง Happy Workplace

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2 2

advertisement

advertisement