เซียนหุ้นร้อยล้าน 'กิติชัย เตชะงามเลิศ' ประเมินหลังเดือนกุมภาพันธ์ SET มีโอกาสปรับตัวแรงที่ 950-980 จุด ก่อนจะค่อยๆ Sideway Up
โดยจุดสูงสุดของปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1,200 จุด บวกลบ
กิติชัย เตชะงามเลิศ นักลงทุนรายใหญ่เจ้าของพอร์ตลงทุน "หลายร้อยล้านบาท" มองว่า ในปี 2555 ตลาดหุ้นน่าจะเล่นง่ายขึ้น ความผันผวนจะน้อยกว่าปี 2554 โดยในปีที่ผ่านมา SET Index วิ่งขึ้นไปสูงสุดที่ 1,145.37 จุด แล้วลงมาต่ำสุด 843.69 จุด มีความผันผวนถึง 301.38 จุด
"ผมคาดว่าปีนี้เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ SET น่าจะทำจุดสูงสุดประมาณ 1,080-1,122 จุด (1,122 จุด เป็นแนวต้านที่แข็งแกร่ง) ช่วงที่หุ้นขึ้นน่าจะค่อยๆ ขายหุ้นลดพอร์ต ดัชนีคงจะปรับตัวแรงๆ ลงมาที่ 950-980 จุด จากการคาดการณ์กำไรที่จะแย่ในไตรมาส 4 ปี 2554 อย่าลืมนะครับว่า SET วิ่งมาจาก 843.69 จุดขึ้นมากว่า 1,060 จุด ยังไม่มีการปรับตัวจริงๆ จังๆ เลย ทำให้ฐานที่ปรับตัวขึ้นไปไม่แข็งแรง"
เขายังมองว่า หลังจากดัชนีปรับฐานเรียบร้อยแล้วตลาดน่าจะค่อยๆ Sideway Up (ค่อยๆ ขึ้น) โดยจุดสูงสุดของปีนี้ คาดว่าน่าจะอยู่ที่ 1,200 จุด บวกลบ แต่มีความน่าจะเป็นที่ดัชนีจะขึ้นสูงกว่า 1,200 จุด เพราะว่าตั้งแต่ไตรมาส 2 เศรษฐกิจไทยจะดีมากเมื่อเทียบปีต่อปี หรือไตรมาสต่อไตรมาส จากความต้องการที่อัดอั้นจากการหยุดผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะฮาร์ดดิสก์ จะเริ่มเห็นการบูรณะซ่อมแซมสร้างใหม่ของโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ และบ้านเรือนของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม
สิ่งเหล่านี้จะกระตุ้น GDP ของไทยให้เติบโต สังเกตจากญี่ปุ่นที่ประสบภัยสึนามิเมื่อเดือนมีนาคม 2554 หลังจากนั้นไตรมาส 3 ญี่ปุ่นมี GDP เติบโต 5.7% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงมาก จากปกติจะโตเพียง 1-2% เท่านั้น ซึ่งประเทศไทยน้ำท่วมหนักในไตรมาส 4 ปี 2554 ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะโตกระฉูดแน่ และไตรมาส 4 ปี 2555 ก็จะเป็นอีกไตรมาสหนึ่งถ้าเทียบปีต่อปีที่จะโตมาก เพราะว่าฐานไตรมาส 4 ปี 2554 เราติดลบ และโครงการป้องกันน้ำท่วมน่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้
ประกอบกับไตรมาส 4 ปีนี้สหรัฐอเมริกาจะเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ปกติปีที่จะเลือกตั้งเศรษฐกิจของอเมริกาจะดี ขณะนี้ก็เริ่มเห็นตัวเลขคนว่างงานที่ลดลงและการคาดการณ์ยอดค้าปลีกของอุตสาหกรรมค้าปลีกของอเมริกา เริ่มมีมุมมองที่ดีขึ้น
"ผมเชื่อว่ารัฐบาลนายบารัก โอบามา ต้องพยายามทำให้ตัวเลขทางเศรษฐกิจให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเขาอยากกลับมาเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเริ่มฟื้นจริงก็จะไปหักล้างกับปัญหาความวุ่นวายทางเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งผมยังเชื่อว่าเศรษฐกิจยุโรปไม่น่าจะเลวร้ายไปกว่านี้มาก ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ เช่น GDP ของจีน ที่เพิ่งประกาศออกมาก็ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และปีนี้ มีแนวโน้มที่จีนจะมีนโยบายผ่อนคลายทางเศรษฐกิจ หลังจากมีมาตรการเข้มงวดมานาน เนื่องจากปัญหาเงินเฟ้อเริ่มชะลอตัวลงแล้ว"
เซียนหุ้นรายใหญ่วิเคราะห์ต่อว่า ถ้าเครื่องจักรใหญ่ของโลก 2 ตัว คือ สหรัฐอเมริกา และจีน เริ่มทำงานตลาดหุ้นที่กังวลว่าจะปรับตัวลงแรงๆ ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการลงทุนในปี 2555 น่าจะง่ายกว่าปี 2554 มาก จากความผันผวนที่น้อยลงแล้ว ยังมองตลาดเป็นขาขึ้นเพียงแต่อาจปรับตัวแรงในช่วงต้นปี
นอกจากนี้การขึ้นเงินเดือนพนักงานที่จบปริญญาตรีเป็นขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน และขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันในบางจังหวัดจะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้มากขึ้น การจับจ่ายใช้สอยย่อมมากขึ้นตามไปด้วย และนโยบายบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรก จะไปกระตุ้นความต้องการรถและบ้านมากขึ้น
สุดท้ายการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 23% ในปีนี้ และเหลือ 20% ในปีหน้า จะทำให้กำไรของบริษัทต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ค่า P/E ของบริษัทจดทะเบียนลดต่ำลงโดยอัตโนมัติ แล้วปีนี้จะไม่ซื้อหุ้นไทยได้อย่างไร
สำหรับหุ้นรายตัวกิติชัยวิเคราะห์ให้ฟังว่า ส่วนตัวชอบหุ้นกรุงเทพประกันชีวิต (BLA) และหุ้นไทยพาณิชย์ประกันชีวิต (SCBLIF) เหตุผลเพราะหุ้นกลุ่มประกันชีวิตรัฐบาลให้การส่งเสริม และทั้ง 2 ตัวนี้มีอัตราการเติบโตสูง แต่ค่า P/E ยังต่ำมาก นอกจากนี้ยังชอบหุ้น สหวิริยาสตีลอินดัสตรี (SSI) ในปี 2556 คาดว่าจะเป็นปีทองของ SSI เพราะว่าบริษัทที่ไปลงทุนไว้ที่ประเทศอังกฤษจะผลิตได้เต็มกำลังการผลิต เป็นหุ้นเทิร์นอะราวด์ที่น่าสนใจ จากข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้น SSI ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2554 พบว่าเซียนหุ้นรายนี้ถือหุ้น SSI อยู่จำนวน 125 ล้านหุ้น สัดส่วน 0.69%
นอกจากนี้ ยังมีหุ้นอีก 2 ตัวที่กิติชัยแนะนำ คือ หุ้น ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด (ASIAN) เงินบาทที่อ่อนค่าทำให้รายได้และกำไรของ ASIAN จะดีเพราะว่าสินค้าส่วนใหญ่เป็น Local Content ปีนี้ยอดส่งออกกุ้งของอุตสาหกรรมโดยรวมจะเติบโตได้ดี ตัวสุดท้ายหุ้น อาร์เอส (RS) กิติชัยให้เหตุผลที่ชอบหุ้นตัวนี้ว่า ชอบธุรกิจทีวีดาวเทียมที่อาร์เอสเป็นเจ้าของคอนเทนท์ที่ดี และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปีนี้คงเห็นการฟื้นตัวของรายได้และกำไรที่ดีขึ้น ซึ่งจากข้อมูลโครงสร้างผู้ถือหุ้น RS ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 พบว่ากิติชัยถือหุ้น RS อยู่จำนวน 13 ล้านหุ้น สัดส่วน 1.47%
Tags : กิติชัย เตชะงามเลิศ • หุ้น • SET
