กรุงเทพธุรกิจ

ธุรกิจ : BizWeek

วันที่ 27 กันยายน 2552 10:00

เจาะรหัส Gen Y โรดแมพความสำเร็จ เรียน-อาชีพ

บุปผาวดี โอวรารินท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัทสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด

บุปผาวดี โอวรารินท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัทสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

บรรดากูรูจากหลายวงการร่วมกันไขรหัส เพื่อนำทางสู่ความสำเร็จของเด็กรุ่นใหม่ Gen Y

ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตบนเส้นทาง "เรียน" และ "อาชีพ" ของคนรุ่นใหม่ Gen Y โจทย์ใหญ่ที่เกิดขึ้นทั้งกับตัวเด็กเอง ครอบครัว สถาบันการศึกษา  รวมถึงบริษัทเอกชนในฐานะ "ผู้ว่าจ้าง" ต่างอยู่ในช่วงรอยต่อของการค้นหา ตัวตน แนวคิด และทำความเข้าใจการใช้ชีวิตของเด็กกลุ่มนี้ให้มากขึ้น

ตลอด 2 วันของงานแฟร์ "กรุงเทพธุรกิจ Education Fair" เมื่อวันที่ 19-20 กันยายน  2552 ณ ชั้น 8 ZEN Gallery  ที่บรรดากูรูจากหลายวงการร่วมกันไขรหัส เพื่อนำทางสู่ความสำเร็จของเด็กรุ่นใหม่ Gen Y (คนที่เกิดตั้งแต่ปี 2520) เพื่อสกัดออกมาเป็นข้อมูลที่ผู้เกี่ยวข้อง "ต้องรู้" หากหวังจะดึงพลังจากเด็กรุ่นใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจและประเทศ

"รู้เขา รู้เรา" กับ  4 Fs และ 1 T 

หากต้องการดึงความสามารถของเด็ก Gen Y ออกมาใช้งานให้ได้มากที่สุด ดร.จิราพร พฤกษานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินดิโกคอนซัลติ้ง กรุ๊ป จำกัด แนะว่า ต้องทำการเรียนรู้ และเข้าใจให้มากๆ

บุคลิกของเด็กรุ่นนี้ เรียกง่ายๆ ว่า  4 Fs และ 1 T คนกลุ่มนี้จะให้ความสำคัญกับครอบครัว (Family) เพื่อน (Friend) ชอบสนุกสนาน (Fun) ไปปาร์ตี้ แฮงเอาท์  ชอบออกกำลังกาย (Fitness) ให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพ และตามติดเทคโนโลยี (Technology) ทุกฝีก้าว

คนกลุ่มนี้จะมีแรงบันดาลใจ และพยายามทำตามความฝัน

เมื่อบวกกับความเปลี่ยนแปลงของสังคมยุคดิจิทัล จึงมีอาชีพใหม่ๆ หรืออาชีพที่คาดว่าจะฮอตฮิตและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนGen Y และที่สำคัญยังสามารถกวาดเงินเข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย

หนึ่งในอาชีพที่น่าจับตามอง และอยู่ในความสนใจเป็นลำดับต้นๆ ของเด็ก Gen Y คือกลุ่มของดิจิทัล คอนเทนท์ ทั้งยังเป็นทิศทางการขับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ อาทิเช่น ครีเอทีฟ โปรแกรมเมอร์ กราฟฟิกดีไซเนอร์ เป็นต้น

สมบุญ เกรียงอารีกุล แฟนพันธุ์แท้ไอ้มดแดง เป็นอีกหนึ่งตัวจริงที่คร่ำหวอดในแวดวงดิจิทัลคอนเทนท์  บอกว่า นโยบายของหลายโลกทั่วโลกให้ความสำคัญกับ Creative Economy หรือเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ และรัฐบาลไทยก็ประกาศถึงทิศทางนี้เอาไว้อย่างชัดเจน ในชื่อโครงการ Creative Thailand  ซึ่งกลุ่มธุรกิจ หรืออาชีพที่ได้รับการสนับสนุนเป็นลำดับต้นๆ จะอยู่ในกลุ่มดิจิทัล คอนเทนท์ แม้ว่าที่ผ่านมาอุตสาหกรรมนี้ในไทยยังผลิตผลงานออกมาน้อยมาก แต่ก็มีแนวโน้มว่าเป็นงานที่สามารถสร้างมูลค่าสูงมากในอนาคต โดยเป็นการพัฒนาทั้งกระบวนการทำงาน เริ่มต้นตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ

“คนต้นน้ำ เป็นกลุ่มสร้างสรรค์ผลงาน มองหาแรงบันดาลใจ มีโอกาส มีอนาคต มีรายได้มาก คนกลางน้ำ คือ คนที่นำไอเดีย มาสร้างให้เป็นรูปธรรม เป็นระบบกระบวนการผลิต ปลายน้ำ คือกลุ่มนำงานไปต่อยอดเป็นแอพพลิเคชั่น เช่น เพลง เมื่อก่อนจะเป็นซีดี ตอนนี้เน้นขายไลเซ่น ขายไฟล์เพลงดิจิทัล” รณพงศ์ คำนวณทิพย์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยูนิเวอร์แซล มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด ให้ความเห็นและบอกว่า จะมีงานหรืออาชีพที่เกิดต่อเนื่องจาก Creative Economy อีกจำนวนมากตามมา

เช่นเดียวกับ ลักษมณ์ เตชะวันชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย (TACGA) ที่บอกว่า การออกแบบคาแรคเตอร์ เป็นอีกหนึ่งอาชีพของคนยุคนี้ โดยความรู้และประสบการณ์ที่ได้นั้นจะสามารถนำไปใช้ต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก  อีกทั้งยังเป็นอาชีพที่เด็กรุ่นใหม่ๆ ให้ความสนใจ

"นักออกแบบการ์ตูนญี่ปุ่น ที่เพียงทำการสร้าง และพัฒนาตัวการ์ตูนสักตัวขึ้นมา แล้วนำมันขึ้นไปอยู่ข้างกล่องนม นอกจากจะเป็นจุดดึงความสนใจแล้วยังกระตุ้นให้เกิดความต้องการซื้อตามมา" 

คาแรคเตอร์ดีๆ สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างมาก  สมบุญ ยกตัวอย่าง คาแรคเตอร์การ์ตูน ที่เพียงเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านมือถือก็มีพลังมากพอที่จะทำให้สตูดิโอยักษ์ใหญ่ของโลกกล้าเทเงินมหาศาลเข้าลงทุน

เมื่อธุรกิจขับเคลื่อนได้ด้วยคาแรคเตอร์ ส่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ การศึกษาด้านแอนิเมชันที่บูมขึ้นมาอย่างมาก เมื่อเทียบกับ 7 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้มีหลายๆ มหาวิทยาลัยเปิดสอน ดิจิทัล คอนเทนท์โดยตรง เช่น มหาวิทยาลัยรังสิต ศรีปทุม จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ศิลปากร เริ่มจาก ผลิตนักศึกษาจำนวน 30 คน มาเป็น 100-200 คน รวมแล้วน่าจะผลิตเด็กใหม่เฉพาะสาขานี้ได้ราว  2-3 พันคนต่อปี

“เด็กไทยส่วนใหญ่มีพื้นฐานศิลปะดีมาก หากเรียนพวกซอฟต์แวร์จะดีมาก แต่ต้องให้การสนับสนุน”

เมื่อก่อนศิลปินอาจไส้แห้ง แต่ตอนนี้คนที่ทำงานอาร์ตและครีเอทีฟ รายได้สูงทีเดียว โดยเฉพาะคนที่เก่งคอมพิวเตอร์กราฟฟิก

นอกจากอุตสาหกรรมดิจิทัล ยังมีอีกหลากหลักสูตรและหลายอาชีพที่คาดไม่ถึง แต่หากเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงคน HR จะพบว่า ยังมีโอกาสอีกมากที่รอเด็กรุ่นใหม่ให้ไปจับจอง

บุปผาวดี โอวรารินท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วัทสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า ยังมีอีกหลายสาขาอาชีพที่เหมาะกับเด็กรุ่นใหม่ๆ เพราะอาศัยความชอบ รู้ลึกเฉพาะทาง แต่สามารถสร้างรายได้ดี ยกตัวอย่างเช่น เว็บมาสเตอร์ หากเป็นคนเก่งๆ จะหายาก ค่าตัวจึงแพงมาก และต้องจองกันเป็นเดือน

ที่ต้องแนะนำอย่างมาก คือ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย เป็นอาชีพที่สำคัญและทำงานที่ยากมาก เพราะต้องตีค่าทุกอย่างออกมาเป็นเงิน เช่น การเกษียณอายุ ทำให้เป็นอาชีพที่มีรายได้ดีมากๆ  ดังนั้นตอนนี้หลายๆ มหาวิทยาลัยทั้งรัฐบาลและเอกชน เช่น จุฬา มหิดล หรือเอแบค ต่างเปิดหลักสูตรนี้เพื่อผลิตคนขึ้นมาสอดรับกับความต้องการ "คน" ของภาคธุรกิจ

อีกอาชีพที่ "รุ่ง" ไม่แพ้กัน คือ นักวิจัยในบริษัทยา ไฟแนนเชียล แบงกิ้ง ซึ่งคนในวงการธนาคารตามซื้อตัวกันจ้าละหวั่น ไม่ว่าจะเป็น คอนซูเมอร์ แบงกิ้ง โฮลเซลล์ แบงกิ้ง และรีเทล แบงกิ้ง เพราะเป็นกลุ่มอาชีพที่หาเงินเข้าองค์กร ที่พบเห็นได้เป็นเรื่องของการซื้อตัวกันไปมาด้วยอัตราเงินเดือนใกล้ๆ  7 หลัก ยิ่งซื้อตัวมาจากค่ายคู่แข่ง จะจ่ายโบนัสเป็นเงินสูงถึง 8 หลัก ภายใน 4-6 เดือนแรกที่เข้าทำงาน เพราะคนกลุ่มนี้มีบทบาทอย่างมากในการหาเงินเข้าธนาคาร คร่าวๆ  พอร์ตอย่างต่ำเป็นหลัก 10 ล้านดอลลาร์

ด้าน ปรียกร มิมะพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดล คาร์เนกี (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า อาชีพนักธรณีวิทยา พวกสำรวจและขุดเจาะน้ำมัน ก็เป็นที่ต้องการของบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ ยิ่งในอนาคตน้ำมันจะหมดลงเรื่อยๆ ก็ต้องยิ่งเร่งสำรวจแหล่งน้ำมันและทรัพยากรใต้ดิน

“จริงๆ แล้วต้องดูความชอบของตนเองเป็นหลัก และค่อยมาพิจารณากับความต้องการของตลาดแรงงาน”

คนรุ่นใหม่ ไม่ชอบให้บังคับ ดังนั้นหากต้องการประสบความสำเร็จด้านการงาน กูรูแนะตรงกันว่าต้องทำงานที่  “ชอบ”  และทำจน “รู้ลึกเฉพาะทาง” จึงจะ...รุ่ง

Tags : Creative Economy MBA Gen Y

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4

***โซ่เหล่านั้นที่ถูกกำหนดโดยสภาพสังคมถ้ามีกิจการ1เกิดขึ้นจะทำให้วางแนวป้องกันหรือกำหนดได้โดยที่ไม่ต้องระแวงกับการเมืองที่เขาทะเลาะกันกำหนดชีวิตได้อีกเยอะเลยครับแต่ขอดูจุดที่4แป๊บแต่ทำแล้วน่าจะดีมั้งไม่รู้จิ

ความคิดเห็นที่ 3

***ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่ามั่วๆเอาเพราะการทำนายอนาคตและบอกแนวก็จะเป็นแนวแนวนี้กันทั้งนั้นแหละครับตั่งคำถามให้คิดว่าใช่หรือไม่แล้วก็วางแนวหาทางแก้ไว้ให้ไปในตัว

ความคิดเห็นที่ 2

***มีอะไรแปลกๆให้คิดรู้แต่ว่าระบบการเรียนถูกผูกไว้ตั่งแต่อดีตซึ่งอาจจะเกี่ยวเนื่องจากคำถามอะไรแปลกๆนี้หรือเปล่าไม่รู้ไม่แน่ใจเพราะไม่อยากจะหาคำตอบเหมือนกัน
1.เป็นโจทย์ปัญหาของ อัลเบิร์ท ไอสไตน์
นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ของโลกเรา...และว่ากันว่ามนุษย์ทั้งโลก
98% ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้

แหม...แบบนี้มันท้าทายว่าเราจะเป็น 2 เปอร์เซนต์ที่ตอบได้หรือเปล่า...มาลองทำดีกว่า

เรื่องมีอยู่ว่ามีบ้านอยู่ 5 หลัง ในแต่ละหลังมีสีต่างกัน
แต่ละบ้านมีคนอยู่ 1 คน ต่างกัน 5 ชนชาติ
ทุกคนจะดื่มน้ำที่แตกต่างกัน สูบบุหรี่ยี่ห้อแตกต่างกัน
และเลี้ยงสัตว์ต่างชนิดกัน ดังนี้


1. คนที่เป็นชาวอังกฤษอยู่บ้านสีแดง

2. คนที่เป็นชาวสวีเดนเลี้ยงหมา

3. คนที่เป็นชาวเดนมาร์กดื่มชา

4. บ้านสีเขียวอยู่ทางซ้ายของบ้านสีขาว


5. เจ้าของบ้านสีเขียวดื่มกาแฟ

6. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Camel เป็นคนเลี้ยงนก


7. เจ้าของบ้านสีเหลืองสูบบุหรี่ยี่ห้อ
Dunhill

8. คนที่อยู่บ้านหลังกลางดื่มนม

9. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่บ้านหลังแรก


10. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro อยู่ติดกับคนเลี้ยงแมว


11. คนที่เลี้ยงหนูแฮมเตอร์อยู่ติดกับของที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ
Dunhill

12. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Kent ดื่มเบียร์


13. คนที่เป็นชาวเยอรมัน สูบบุหรี่ยี่ห้อ
Vogue

14. คนที่เป็นชาวนอร์เวย์อยู่ติดกับบ้านสีฟ้า


15. คนที่สูบบุหรี่ยี่ห้อ Marlboro เป็นเพื่อนบ้าน(บ้านติดกัน)กับคนดื่มน้ำส้ม
***แก้ไข***


คำถาม....... ใครเป็นคนเลี้ยงปลา?
" คําตอบนี้ก็ผิด ทั้งสองคนออกมาจากปล่องไฟเก่าเหมือนกัน
จะเป็นไปได้ไงที่คนหนึ่งสะอาด อีกคนหนึ่งจะสกปรก
นี่แหละที่เขาเรียกว่า " ตรรก " "



************ผู้ปกครองน้องปลาครับรายงานตัวด้วย***********************************************

2.มีห้องสี่เหลี่ยมมุมฉาก(มันบี้ไม่ได้นะ
ไม่ต้องพยายามบี้ห้อง) เช่นห้องนอน (กว้าว
* ยาว*สูง) อยู่ห้อง หนึ่ง และในห้องนี้มีมดอยู่ตัวหนึ่ง
ซึ่งอยู่มุมซ้ายบน จงหาเส้นทางที่มดจะเคลี่อนที่ได้สั้นที่สุด
ที่จะไปถึงมุมขวาล่าง ที่อยู่ทะแยงกันและคนละด้านกันนะครับ

อธิบายเพิ่มเติมโจทย์-สมมุติว่าคุณไปยืนกลางห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่งและหันหน้าเข้ากำแพงด้านใดด้านหนึ่ง
แล้วมองไปข้างหน้าที่ซ้ายมือบนมีมดอยู่ตัวหนึ่งกำลังจะเดินไปที่มุม
(มองไปข้างหลังขวามือ) ขวาล่าง

-มดบินไม่ได้

-ห้องสี่เหลี่ยมแบบไหนก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็น
สีเหลี่ยมจตุรัส


ให้แนวคิดดี และแม่นในหลักการไม่หลงติดกับภาพลวง
เมื่อความคิดของคนเราถูกชักนําจนสะดุด
ก็จะไม่สามารถแยกแยะและหาเหตุผล
แห่งเรื่องราวที่แท้จริงออกมาได้ นั่นคือ " ตรรก "



*************เหมือนสูตรการหาสามเหลี่ยมพิกล*********************************************

3. มีถุงทองอยู่ทั้งหมด 12 ถุงซึ่งแต่ละถุงจะมีทอง
อยู่ และใน 12 ถุงนี้มีถุง นึงที่เป็นทองปลอมทั้งถุง
(เหรียญทองจริงหนัก = 10 g ,เหรียญทองปลอมหนัก
= 9 g )

จะต้องชั่งน้ำหนักอย่างน้อยที่สุดกี่ครั้ง
ถึงจะรู้ว่า ถุงไหนเป็นของปลอม

-จำนวนเหรียญทองในแต่ละถุงไม่เท่ากัน

-ชั่งด้วยเครื่องชั่งแบบไหนก็ได้

-การชั่งไปแล้วค่อยๆนำเหรียญออกหรือเพิ่มถือว่า
เป็นการชั่งครั้งใหม่

ยากที่สุดที่ผมเคยคิดมาครับและคิดไม่ออกด้วย
จะหาตรรกได้ก็ต้อง กระโดดออกมาจาก
" พันธนาการของความเคยชิน "



*************ได้เวลาตัดสินใจที่จะเลือกเอาเงินออกจากถุงเพื่อลูกแล้ว**********************************************

4. เคยเล่นเกมส์ 24 หรือเปล่าครับ คล้าย ๆ
กับ เกมส์ 180 ไอคิว คือ มีตัวเลขโดดมา 4 ตัว

ในที่นี้ คือ 1/4/5/6 ใช้ได้เฉพาะ บวก,ลบ,คูณ,หาร
ทำยังไงให้ได้ 24

เช่น 2/7/7/1 ทำให้ได้ 24 คือ 7*7 = 49 เอาไป ลบ 1
ได้ 48 แล้ว หาร 2 ได้ 24 ครับ

-คิดได้ 2 วิธี

-การทำให้ค่าของเลขเพิ่มขึ้นไม่จำเป็นต้องบวกหรือคูณเสมอไปนะครับ
ถ้าคิดว่าต้องแล้วข้อนี้คิดยังไงก็ไม่ออก
**ข้อนี้ดีมากครับ***

-ยกกำลัง ถอดราก ใช้ไม่ได้ครับ

เล่นได้ตั้งแต่เด็ก ป.5 ป.6 ไปจนถึง ระดับ
ด็อกเตอร์ เพราะว่ามี บวก ลบ คูณ หาร แต่ยิ่งเรียนสูงยิ่งคิดไม่ออก
เป็นโจทย์ของเกมส์การแข่งขัน ของม. ต้นมั้งครับ
ระดับประเทศ ใช้เวลาคิดไม่ถึง 10 หรือ 5 วินาทีครับ
แต่ผมคิดเป็น วัน
หลบเลี่ยงจาก
" กับดักทางความคิด "

***************ตัวเลขคณิตศาสตร์กับเครื่องหมายคณิตศาสตร์พวกนี้คุ้นๆมากเหมือนตอนเมื่อเข้าเรียนใหม่ๆ*******************************************

5. มีเพื่อนอยู่ 3 คนไปกินข้าว พอกินเสร็จ
ก็เรียกพนักงานมาเก็บเงิน ทั้งหมด 25 บาท
เพื่อน 3 คน ก็เลยควัก แบงค์ 10 คนละใบ รวมกันได้
30 บาท ที่นี้ พอจะหารมันหารไม่ลงตัว กัน
พนักงานก็เลยเสนอว่า "เอางี้นะครับ เงินทอน
5 บาท พี่เอาคืนกันไปคนละ 1 บาท แล้ว อีก
2 บาท ทิปให้ผม"

ขณะที่กำลังเดินทางกลับ มีเพื่อนคนนึงคิดขึ้นมาว่า
เฮ้ย เราออกกันไป 9 บาท สามคน ก็ 27 บวกกับ
เงินทิป2 บาท มันก็ได้ 29 แล้ว หายไปไหน บาทนึงว่ะ!!


ถามว่า เงินหายไปไหน 1 บาท


-ข้อนี้ง่ายสุด (หลังจากเจอข้อยาก ๆ มาผ่อนคลายกันดีกว่า)
แต่อาจทำให้คนงง หรือ เออจริงแหะ ได้ว่ามันไปไหน


เวลาไปกินข้าว อย่าเพิ่งไปทะเลาะกัน เพราะมันอาจเกิดขึ้นได้จริง
หลีกหนีจาก
" สิ่งที่ทําให้หลงทางจากความรู้จริง "
ขจัด
" ทิฐิแห่งกลมสันดาน "


**************ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ จากเดิมที่กินด้วยกันเริ่มวงแตกด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ที่ชีวะตัดสินใจแล้วว่าจะอยู่ฝ่ายไหนเพราะเข้าข้างฝ่ายไหนได้ต่อบอีกฝ่ายชัวส์*********************************************

6. ข้ามแม่น้ำ คำถามนี้เจอบ่อยที่สุดแล้วมั้ง
หลายคนอาจจะคุ้น แต่คิดอีกทีอาจจะไม่ออก

มี พ่อ แม่ ลูกชาย 2 คน ลูกสาว 2 คน นายพราน
เสือ รวมทั้งหมด 8 ชีวิต


และมีเรือพาย 1 ลำ นั่งได้สูงสุด 2 ชีวิต
คนที่สามารถพายเรือได้ มีอยู่ 3 คน พ่อ แม่
นายพราน


ข้ามแม่น้ำผมมีลิ้งค์ให้เล่นผ่านเน็ต
จะได้ไม่ต้องมานั่งลบ แต่อยากให้คิดมากกว่าจะนั่งกดไปเรื่อย
ๆ นะ

หมายเหตุ-เปลี่ยนจากนายพรานเป็น ตำรวจ
เปลี่ยนเสือ -เป็นโจร

**ถ้ามีใครอยู่กับโจรต้องมีตำรวจอยู่ ไม่งั้นโจรจะทำร้าย
ประชาชน

จะทำยังไงให้ข้ามไปได้ทั้งหมด

โดยมีเงื่อนไขที่ว่า

1.พ่อถ้าอยู่กับลูกสาวต้องมีแม่อยู่ไม่งั้น
พ่อจะตีลูกสาว

2.แม่ถ้าอยู่กับลูกชายต้องมีพ่ออยู่ไม่งั้น
แม่จะตีลูกชาย

3.ถ้ามีใครอยู่กับเสือต้องมีนายพรานอยู่ด้วยไม่งั้น
คนจะกินเสือ เอ้ย ! ไม่ใช่ เสือจะกินคน

-ข้อนี้คล้ายข้อแรกครับ คิดหน่อยเดี๋ยวก็ออกทางไปไม่กี่ทาง

-มีจุดหลอกล่ออยู่จุด - สองจุด

-ใช้กระดาษมาตัดหรือสิ่งของจะง่ายกว่าครับ

ข้อนี้เป็นการฝึกให้คิดอย่างมีเหตุผลว่าอันไหนจริง
หรือทำได้กรณีเดียว ต้องมั่นใจว่าไม่ผิด
แล้วคำตอบจะอยู่ไม่ไกล
จะหา ตรรก ได้ก็ต่อเมื่อ คุณสลัดหมากทั้งหมด
ที่คนเขาจัดฉาก วางล่อคุณไว้ //// ครูอาจาร์ยรวมทั้งพ่อแม่ได้เวลาพาลูกหลานท่านข้ามฝั่งให้อยู่รอดปลอดภัยได้แล้วถึงเวลาเลือกอนาคตอีกที

ความคิดเห็นที่ 1

***ไม่มีแฮะนึกไปเองเมื่อคืนพีเขียนแนวแบบให้โกรธเหมือนเดิมพอดีอยากจะรู้อะไรบางอย่างในเว็ปรู้สึกแปลกๆมา2-3วันล่ะ ภาคการศึกษาไทยที่เปรียบเสมือนครูอาจาร์ยเป็นพ่อแม่คนที่ 2ทำสำเร็จมาตั่งนานแล้วครับเนื่องด้วยผลการกระทำที่เปลี่ยนแนวการพัฒนาการเรียนการสอนทุกเทอมทุกปีและทุกคนนั้นก็คือมั่นใจได้ว่าพ่อแม่กลุ่มนี้เขาไม่ได้ทิ้งเราไปไหนหรอกเหตุที่การเรียนเป็นแบบแนวจำ90คิด10ของทุกช่วงที่ผ่านมาก็คือสภาพสังตมสั่งให้ทำต้องเข้าใจว่างานที่อยู่นอกระบบการศึกษาครูอาจาร์ยเขาก็อยากให้ลูกเขาทุกคนเรียนจบและมีทุกคนแต่ที่มีและยากออกมาเป็นจำนวนน้อยก็เพราะสังคมบีบจำเป็นต้องหาลูกที่ตั่งใจถึงจะได้งานดีดี และที่มั่นใจได้เลยว่าเขาไม่ทิ้งเราก็คือในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เขาไม่ได้หลอกนักศึกษาไปพบอันตรายเหมือนเดิมในอดีตเมื่อ77ปีที่แล้วดูในภาพก็จะรู้ได้เลยว่าไม่มีลูกจากภาคการศึกษาไปร่วมทำเรื่องอันตรายแบบนั้นหลัง77ปีที่แล้วอีก และจุด4จุดที่ดีก็ออกมาแล้วมั้งครับในเมืองไทยเพราะถ้าทำกิจการหรืออะไรบางอย่างภาคการศึกษาจะไม่ต้องคอยกลัวภาคการเมืองที่คอยเจ้ากี้เจ้าการคอยกำหนดชีวิตลูกๆท่านอยู่ข้างหลังได้อีกเยอะเลยเพราะเป็นจุดที่คอยเช็คและคอยหนุนด้านนี้อยู่แต่ยังขาดจุดที่4อยู่เพราะถ้ากิจการนี้ทำแล้วจะดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement