ถ้าลองตั้งคำถามกับนักเที่ยวตัวยงดู ว่ารู้จักเชียงคานหรือเปล่า และ เชียงคาน เป็นอย่างไรนั้น
... คำอธิบายแบบง่าย และ สั้นที่สุด เห็นจะหนีไม่พ้นการเปรียบเทียบ ว่า "เชียงคานวันนี้ ก็คือปายเมื่อวาน"
และในทางกลับกัน เชียงคานในวันพรุ่ง จึงน่าที่จะเดินตามรอยเมืองปายในวันนี้ อย่างยากที่จะหลีกหนีได้พ้น
กล่าวถึงความฮ็อตของปายในวันนี้ น้อยคนนักที่จะไม่รู้ แต่หากเปรียบให้ปายเป็นเหมือนแฝดผู้พี่ ที่โดนกระทำอย่างไร้ความปราณี โดยคนที่เรียกตัวเองว่านักท่องเที่ยว อย่างอยากที่จะหยุดได้แล้วนั้น
จะมีใครเคยคิดถาม "เชียงคาน" กันบ้างหรือไม่ ว่าคิดเห็นอย่างไร หากจะต้องตามรอยผู้พี่ไปเช่นนั้น
"ลุงโกและป้าติ๋ม" แห่งโรงแรมสุขสมบูรณ์ เล่าให้ฟังว่า อยู่เชียงคานมา 60 ปี เพิ่งจะเคยได้เห็นภาพความฮอตฮิตของเชียงคานก็เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมานี่เอง ถนนหนทางเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย รถราขวักไขว่ โรงแรมและเกสต์เฮาส์ถูกจองเต็มตั้งแต่ 2-3 เดือนก่อนหน้า
พ่อค้าแม่ค้า ขายของกันแทบไม่ทัน บางรายของไม่พอขาย ร้านอาหารบางร้านเหนื่อยจัดถึงขนาดปิดร้านเสียดื้อๆ ด้วยเหตุผลว่าคนเยอะ ทำไม่ทัน ขายไม่ทัน เดี๋ยวลูกค้าจะไม่ประทับใจ
- ปกติเชียงคานมีคนมาเที่ยวเยอะหรือเปล่า?
ป้าติ๋ม : เมื่อก่อนที่นี่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบ้าง มีมาเรื่อยๆ ทั้งคนไทย คนฝรั่ง มาเดี่ยว มาคู่ มากลุ่ม หรือมาเป็นทัวร์ ที่โรงแรมเราก็รับคนทั้งปี ไม่มาก แต่ก็มีไม่ขาด อาจจะเพราะที่นี่เป็นเมืองเงียบๆ ไม่ค่อยมีอะไร
ลองสังเกตดูสิ ที่นี่พอ 2 ทุ่ม คนก็ขึ้นบ้าน ปิดไฟนอนกันหมดแล้ว
- เชียงคานมีดีที่ตรงไหน ทำไมคนถึงมาเที่ยว?
ป้าติ๋ม : ป้าเคยถามเขาเหมือนกันว่ามาทำอะไรอะไรที่เชียงคาน ไปเที่ยวไหนกัน ส่วนใหญ่บอกว่าอยากมาอยู่เฉยๆ พักนิ่งๆ มาชาร์จแบตให้ตัวเองสดชื่น เพราะ ที่นี่ (เชียงคาน) สงบดี ไม่วุ่นวาย
แต่เมื่อซักกลางปีที่แล้ว (2551) ก็เริ่มมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเชียงคานมากขึ้น มีคนมาถ่ายรูปมุมโน้น มุมนี้ แล้วเอาไปลงเน็ต คนอื่นๆ ก็เลยได้รู้จักเชียงคานไปด้วย
แล้วก็คงบอกต่อๆ กันแบบปากต่อปาก ปีใหม่ที่ผ่านมา (2552) ก็เลยมีคนมาเที่ยวเชียงคานเยอะไปหมด หอบกระเป๋า ข้าวของมาเพียบ ใครจองที่พักไว้ก็สบายหน่อย หมดห่วง แต่คนที่ไม่ได้จองที่พักนี่น่าสงสาร มาตั้งไกล เหนื่อยก็เหนื่อยมาถึงก็ไม่มีที่นอน
ป้ายังแนะนำแขกบางคนว่าให้ลองไปติดต่อพระที่วัดดูซิ เพราะที่วัดท่านมีห้องที่สร้างไว้สำหรับพระใหม่ หรือช่วงบวชเณรเยอะๆ ตอนนี้ว่างหรือเปล่า ถ้าว่างก็ขอท่านพักค้างคืน ไม่งั้นก็ขอท่านกางเต็นท์ แล้วเราก็ทำบุญค่าน้ำ ค่าไฟ ตามแต่ศรัทธา
ลุงโก : ลูกค้าบางคนบอกว่า ปกติไปเที่ยวที่ปาย แต่ตอนนี้ไม่อยากไปแล้ว เพราะปายคนเยอะ วุ่นวาย ไม่สวยแล้ว ก็เลยลองเปลี่ยนเป็นมาเที่ยวเชียงคานแทน ปรากฏว่าเงียบสงบถูกใจ เขาก็เลยมาเที่ยวกันอีกเรื่อยๆ แต่ลุงก็ไม่รู้ว่าปายเป็นยังไงนะ เพราะลุงไม่เคยไป เลยเปรียบเทียบไม่ถูก
- คนมาเที่ยวเยอะแบบนี้ดีไหม?
ป้าติ๋ม : มีคนมาเที่ยวก็ดี แต่มาเยอะมากเกินก็ไม่ดี มาแล้วต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ไม่ดี ป้ากลัวว่าคนที่มาเที่ยวแล้วเขาจะรู้สึกไม่ประทับใจ ไม่ชอบเชียงคาน ไม่อยากให้เขารู้สึกแบบนั้น
ป้าอยากให้แบ่งๆ กันมา มากันคนละช่วง เพราะที่นี่ไม่ได้มีแต่อากาศหนาวกับหมอกเท่านั้น แต่ยังมีประเพณีพื้นบ้านอย่างช่วงสงกรานต์ เข้าพรรษา ออกพรรษาให้คนที่มาเที่ยวได้ร่วมสนุกด้วย จริงๆ แล้วเชียงคานนี่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี
- ถ้าคนมาเที่ยวเยอะมากขึ้นจะทำยังไง?
ลุงโก : ก็คงทำอะไรไม่ได้ แต่ใจจริงอยากให้ผลัดเปลี่ยนกันมา ลุงเป็นเจ้าบ้านก็อยากต้อนรับแขกให้ทั่วถึง
- ตั้งแต่นักท่องเที่ยวมามากขึ้น เชียงคานเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน?
ลุงโก : เท่าที่ดูตอนนี้ก็เปลี่ยนแปลงไปไม่มากนะ จะมีก็ร้านขายของที่ระลึกผุดขึ้นมา 2-3 ร้าน เป็นคนที่อื่นมาทำ เพราะบ้านแถวนี้จะเป็นตึกแถวเก่าบ้าง อาคารพาณิชย์บ้าง ส่วนใหญ่เจ้าของไม่ค่อยได้อยู่ พอลูกเต้าโตมีงานทำก็ไปอยู่กับลูก บ้านก็ปล่อยให้เช่า
ที่เห็นหลังใหญ่ๆ อย่างนี้ (ชี้มือไปที่บ้านไม้ 2 ชั้น หลังข้างๆ) ค่าเช่าเดือนละพันเอง ฝรั่งเขาก็มาเช่าเปิดร้านเหล้า แล้วก็ทำเกสท์เฮ้าส์
- ไม่กลัวว่าเชียงคานจะเป็นเหมือนปายเหรอ?
ลุงโก : ลุงว่าไม่น่าจะเหมือนกันนะ เพราะคนที่นี่ไม่ค่อยสนใจเรื่องธุรกิจ บ้านก็ปล่อยเช่า อย่างเมื่อปีใหม่คนมาเยอะ น่าจะเป็นโอกาสหาเงิน แต่บางร้านก็ไม่ขาย เพราะกลัวจะทำไม่ทัน กลัวคนไม่ชอบ
อีกอย่างที่นี่ก็ไม่ค่อยมีความเจริญเท่าไหร่ มืดหน่อยก็นอนแล้ว เคยมีเซเว่น (7/11) มาสำรวจพื้นที่ 2 ครั้ง แต่เขาบอกเปิดแล้วไม่คุ้ม คนมันน้อย ใจลุงอยากให้เปิดนะ เพราะเวลากลางคืนนักท่องเที่ยวจะได้มีร้านไว้ซื้ออะไรกิน
- คิดว่า ถ้าความเจริญเข้ามา ก็ต้องตามมาด้วยความเสื่อมหรือเปล่า?
ลุงโก : ก็มีความเป็นไปได้ แต่ก็ต้องอยู่ที่คนพื้นที่แล้วล่ะว่าจะเข้มแข็งแค่ไหน อย่างพวกที่ให้เช่าบ้านนี่ เขาจะกำหนดว่าห้ามต่อเติม ห้ามดัดแปลงบ้านเป็นอย่างอื่น ทำเป็นเกสเฮ้าส์ ร้านอาหาร กาแฟ ก็พอได้อยู่ แต่จะเปิดเป็นผับ เสียงดังคงไม่ได้ เพราะยังไงที่นี่ก็เป็นชุมชน มีบ้านคน กลางคืนคนนอนคงจะมาทำเสียงดังไม่ได้หรอก
... จบบทสนทนา ที่แม้จะสั้น แต่ก็น่าจะสะท้อนมุมมองของคนเชียงคานแท้ๆ อย่าง "ลุงโก-ป้าติ๋ม" แห่งโรงแรมสุขสมบูรณ์ ว่าคิดเห็นอย่างไร หากเชียงคานจะเจริญรอยตามเมืองผู้พี่อย่างปาย ภายในระยะเวลาไม่นานนับจากนี้
ได้แต่หวังว่า เชียงคาน จะไม่ใช่สถานีต่อไปในเร็ววัน เพื่อกว่าจะถึงวันนั้น ชาวบ้านคงพอมีเวลาเตรียมตัวเตรียมใจกันได้บ้างสักหลายปี
Tags : เชียงคาน • ปาย • การท่องเที่ยว




ความคิดเห็นที่ 6
99 , 23 มกราคม 2554 18:23
ใครจะคิดยังไงก็ชั่ง แต่ชั้นยังรักปาย
และยังอยากไปเที่ยวปายอยู่
ความคิดเห็นที่ 5
PPnurse , 16 ธันวาคม 2553 17:00
เชียงคานต้องคงเป็นเชียงคานที่ต้อนรับผู้มาเยือนได้อย่างยั่งยืนขอให้พี่น้องชาวเชียงคานเข้มแข็ง อย่าหวังเพื่อกอบโกยอย่างเดียว ให้หวังอนาคตที่มีผู้มาเยี่ยมเยือนตลอดไป อย่าให้กลายเป็น ปาย สอง
ความคิดเห็นที่ 4
chiangkhan.com , 11 มีนาคม 2552 22:30
มองมุมนี้ก็ดี พูดถึงให้เยอะๆ คนเชียงคานจะได้รูจัก ระวัง ไม่ระเริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น.....ผมว่าคนเชียงคานรุ่นใหม่มองเห็นอย่างที่คุณปานใจเห็น และพร้อมที่จะไม่ให้เป็นอย่างปาย เชียงคานมีวิถีของเมืองอยู่แล้ว...จาก เชียงคาน.คอม www.chiangkhan.com
ความคิดเห็นที่ 3
นี , 9 มีนาคม 2552 09:41
อยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
อดีต นักศึกษา ปี 1 ขอตังค์พ่อแม่ใช้
ปัจจุบัน นักศึกษา ปี 2 ร าย ได้ 3 หมื่น กว่า / เดือน
อดีต พนักงานบริษัทฯ ร า ยได้ หมื่นเศษ
ปัจจุบัน รายได้ 1.5 แสน / เดือน
อดีต นักศึกษา ปี 4
ปัจจุบัน 12 ปียังไม่จบ ร าย ได้ 5 แสน / เดือน
คุณหละอยากมีธุรกิจส่วนตัวไหม ???
สนใจดูที่ http://bestjob.321.cn/
http://slinq.net/2466
ความคิดเห็นที่ 2
ดำปี๋ , 9 มีนาคม 2552 01:36
ในความคิดของผมเองนะครับ
ไม่ว่าจะเป้นปายหรือเชียงคานก็ตามที
ทั้งสองสิ่งถูกกระตุ้นด้วยสื่อทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นรุปแบบไหนก็ตามที
ยุคสมัยนี้ผู้คนบริโภคข่าวสารแล้วก็ความบันเทิงกันเยอะ
ฉนั้นเมื่อสิ่งที่สื่อนานาชนิดได้ประโคมลงไปก็ย่อมทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการรับรุ้หรือได้สัมผัสมากขึ้น เลี่ยงไม่ได้หรอกครับที่จะต้องเสื่อมโทรม
เพราะเมื่อทุนเข้ามาสิ่งต่างๆก็จะเปลี่ยนไป
อยากวิงวอนขอพี่ๆสื่อทุกแขนงนะครับช่วยกันเพื่อให้ลูกให้หลานเราได้เห็นความเป็นธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติน่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ดำปี๋ , 9 มีนาคม 2552 00:26
ในความคิดของผมเองนะครับ
ไม่ว่าจะเป้นปายหรือเชียงคานก็ตามที
ทั้งสองสิ่งถูกกระตุ้นด้วยสื่อทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็นรุปแบบไหนก็ตามที
ยุคสมัยนี้ผู้คนบริโภคข่าวสารแล้วก็ความบันเทิงกันเยอะ
ฉนั้นเมื่อสิ่งที่สื่อนานาชนิดได้ประโคมลงไปก็ย่อมทำให้ผู้บริโภคเกิดความต้องการรับรุ้หรือได้สัมผัสมากขึ้น เลี่ยงไม่ได้หรอกครับที่จะต้องเสื่อมโทรม
เพราะเมื่อทุนเข้ามาสิ่งต่างๆก็จะเปลี่ยนไป
อยากวิงวอนขอพี่ๆสื่อทุกแขนงนะครับช่วยกันเพื่อให้ลูกให้หลานเราได้เห็นความเป็นธรรมชาติที่เป็นธรรมชาติน่ะครับ