สนพ. เผยกองทุนน้ำมันฯ อ่วม หลังจากต้องชดเชยส่วนต่างราคานำเข้าแอลพีจีเดือนม.ค.2553 กว่า 1,800 ล้านบาทต่อเดือน
พร้อมหารือ กบง. อุ้มค่าเช่าคลังลอยน้ำเดือนละ 30 ล้านบาท เตรียมเคาะสูตรราคาขายแอลพีจีภายในประเทศใหม่ คาดว่าได้ข้อสรุปภายใน 5 เดือนข้างหน้า
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สนพ. อยู่ระหว่างศึกษาสูตรโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลพีจี) ในประเทศใหม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 5 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ คาดว่าหลังจากหมดมาตรการตรึงราคาแอลพีจีของภาครัฐ ภายในสิ้นเดือนส.ค. นี้ อาจจำเป็นต้องพิจารณาราคาขายแอลพีจีในประเทศ ที่ปัจจุบันตรึงอยู่ที่ 18.13 บาทต่อกก. เนื่องจากขณะนี้ราคาแอลพีจีในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในระดับ 738 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ราคาที่ตรึงในประเทศอยู่ที่ 330 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ขณะที่การใช้แอลพีจีสูงขึ้น ส่งผลให้สถานการณ์การนำเข้าแอลพีจีสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในปี 2552 นั้น คิดเป็นปริมาณรวม 753,000 ตัน มูลค่า 15,000 ล้านบาท โดยปริมาณและมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ 67% และ 16% ตามลำดับ
ส่วนในปี 2553 นั้น นายวีระพล กล่าวต่อว่า การใช้แอลพีจีที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาแอลพีจีตลาดโลกที่สูงขึ้น ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องชดเชยส่วนต่างราคานำเข้าแอลพีจีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย อยู่ที่ประมาณ 1,800-1,900 ล้านบาทต่อเดือน เทียบเดือนธ.ค. 2552 ราคาแอลพีจีอยู่ที่ 725 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน กองทุนฯ ชดเชยอยู่ที่ประมาณ 1,400 ล้านบาท ดังนั้นหากการใช้และราคาแอลพีจียังคงปรับขึ้นก็จะกระทบต่อเงินในกองทุนฯตามไปด้วย โดยเดือนม.ค. 2553 การนำเข้าแอลพีจีคาดว่าจะอยู่ที่ 1.1 แสนตัน
ขณะเดียวกันปริมาณนำเข้าแอลพีจีที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้บริษัท ปตท. ต้องเช่าคลังลอยน้ำแอลพีจี ขนาด 44,000 ตัน โดยมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นประมาณเดือนละ 30 ล้านบาท เนื่องจากคลังแอลพีจีหลักที่เขาบ่อยา จ.ชลบุรี มีคลังรับแอลพีจีไม่เพียงพอ โดยภาระดังกล่าว ปตท.หรือกองทุนฯจะเป็นผู้รับภาระจะมีการหารือในที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)
นางพูนทรัพย์ สกุณี ผู้อำนวยการสำนักบริการธุรกิจและการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง กรมธุรกิจพลังงาน กล่าวว่า สำหรับการป้องกันแอลพีจีขาดแคลนภายหลังมีการใช้ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นอกจากจะต้องเตรียมระบบการนำเข้าแอลพีจีแล้ว ในส่วนของผู้ค้าแอลพีจี จะต้องเตรียมการลงทุน สำหรับการสำรองแอลพีจีเพิ่มขึ้น จาก 0.5% เป็น 1% ซึ่งจะมีบังคับใช้ในช่วงเดือนก.ย. 2554
ความคิดเห็นที่ 5
ssak , 25 กุมภาพันธ์ 2553 11:40
คห 1 พูดถูกครับ ใช้ LPG มากขึ้นการใช้น้ำมันก็ลดลง เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ที่เสียผลประโยชน์คือ ปตท. แล้วผมถามรัฐบาลว่า รัฐบาลชดเชย NGV ปีละเท่าไหร่ล่ะ
ความคิดเห็นที่ 4
PLOY , 11 กุมภาพันธ์ 2553 14:40
คุณ ค.ห.3 ครับคุณทำงาน ปตท.หรือเปล่าถ้าใช่ผมไม่ว่าครับ คุณควรกลับไปดูข้อมูลของคุณก่อนครับว่า ภาคอุตสาหกรรมซื้ออยู่ราคาเท่าไหร่ และภาคขนส่งซื้ออยู่เท่าไหร่ และการใช้ ระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่งนั้น ใครใช้มากกว่ากันครับ ใช้ดูที่อัตราการขยายตัวด้วยนะครับ เปรียบเทียบดูได้เลยครับ อย่างเอาความเห็นส่วนตัวมาแสดงความคิดเห็นครับ
ความคิดเห็นที่ 3
klasdfjlafjaf , 10 กุมภาพันธ์ 2553 09:48
พวกคุณไม่มีข้อมูลอย่าพูดลอยๆ ทำให้ระบบเสียหายหมด โดยเฉพาะ คห. 2 ถ้าอยากรู้ว่ามีนำเข้าจริงหรือไม่ ให้ไปตรวจสอบก่อนแล้วเอาหลักฐานมาพูด สังคมวุ่นวายก็เพราะคนสักแต่จะพูด ตั้งข้อสันนิษฐานตามจินตนาการ พอคนเอาไปพูดต่อ เค้าว่างี้ เค้าว่างั้น กลายเป็นประเด็นใหญ่โต คนทำงานจริงๆ จังๆ หมดกำลังใจเพราะพวกปากเสียมานักต่อนัก
ความคิดเห็นที่ 2
จอน , 31 มกราคม 2553 23:24
ไม่รู้ใครให้ข่าวนี้ ถ้าเป็น ปตท. ไม่น่าไว้ใจเพราะครั้งก่อนบอกนำเข้า แต่พอตรวจสอบเข้าจริงๆยังไม่ได้นำเข้าเลย
เที่ยวนี้ไม่รู้จะเป็นข้ออ้างในการขอปรับราคาหรือเปล่า
ความคิดเห็นที่ 1
iPad , 28 มกราคม 2553 11:32
มองอีกมุมนึง ถ้ามีผู้ใช้ LPG มากขึ้นแสดงว่าปริมาณการใช้น้ำมันลดลง ดังนั้นหากต้องนำเข้า LPG เพิ่มขึ้น แต่การนำเข้าน้ำมันก็ลดลง
ถ้ามองภาพรวมแล้วการใช้ LPG ไม่ได้ทำให้ประเทศเสียหาย ก็คงมีแต่ ปตท มั้งที่กระเทือน