นายกฯ ลั่นพร้อมทบทวนภาษี พลังงานเสนอ3สูตรลดเงินกองทุนน้ำมัน-อนุรักษ์ วันนี้
นายกรัฐมนตรี เผยรัฐบาลเตรียมทบทวนมาตรการทางด้านภาษีน้ำมัน-กองทุนฯ หลังจากราคาน้ำมันตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น เน้นดูแลดีเซลต้องไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร ประกาศตรึงราคาเอ็นจีวี-แอลพีจี จนถึงเดือนส.ค. 2553
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์” ถึงปัญหาราคาน้ำมันที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลผลักภาระให้แก่ประชาชน ทั้งที่เคยหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2550 จะลดภาระในเรื่องดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่า ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งช่วงนั้น ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ในระดับค่อนข้างสูง หรือประมาณ 60-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงเสนอให้ลดภาระการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่เมื่อผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ปรากฏว่าภาวะราคาน้ำมันเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ช่วงหนึ่งพุ่งสูงขึ้นถึง 140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงนั้นโครงสร้างการใช้น้ำมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ประชาชนหันมาใช้พลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์-ไบโอดีเซลสูงมาก ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ ก็พร้อมหนุนนโยบายพลังงานทดแทนต่อเนื่อง
รัฐบาลชุดที่แล้วได้แก้ปัญหาน้ำมันแพงด้วยการลดภาษี เมื่อรัฐบาลชุดนี้เข้ามา มาตรการดังกล่าวหมดอายุ ประกอบกับมีการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันตลาดโลกลดลงเหลือ 30-40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทางรัฐบาลได้ตัดสินใจเก็บภาษีในอัตราเดิม และได้มีการขึ้นภาษี 2 บาทต่อลิตร ที่เก็บภาษีมากขึ้น เพื่อก่อให้เกิดการประหยัดพลังงาน และไม่ส่งเสริมให้เกิดการใช้น้ำมันฟุ่มเฟือย จึงเก็บภาษีเพิ่มขึ้นและบริหารเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จนทำให้สถานะกองทุนและการคลังมีความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกได้พุ่งสูงกลับมาอยู่ที่เกิน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น รัฐบาลก็พร้อมที่จะทบทวนนโยบายต่างๆ ทั้งหมด
“อนาคตข้างหน้า หากว่าราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เราพูดกันในเชิงหลักการแล้วว่า รัฐจะดูแลเงินกองทุนน้ำมันไม่ให้เป็นภาระต่อประชาชน โดยจะเก็บเข้ากองทุนฯ เพื่อให้เป็นประโยชน์บางเรื่อง เท่านั้น เช่น อุดหนุนก๊าซหุงต้ม ดูแลราคาแก๊สโซฮอล์ และไบโอดีเซล บี 4 โดยในส่วนของก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีนั้น ตกลงกันแล้วว่าจะตรึงราคาไปจนถึงเดือนส.ค. ปีหน้า” นายกรัฐมนตรี กล่าว
แหล่งข่าวจาก กระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจะเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) วันนี้ (10 ส.ค.) เพื่อพิจารณาลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนเป็นแพ็คเกจ โดยในส่วนของราคาน้ำมันนั้น ได้เสนอแผนการลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในน้ำมันทุกชนิด พร้อมผลกระทบในสามแนวทาง ได้แก่
1. ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งจะทำให้กองทุนฯ ขาดรายได้ 700-900 ล้านบาทต่อเดือน 2. ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนฯ 1.50 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนฯ ขาดรายได้ 1,200-1,300 ล้านบาทต่อเดือน และ 3. ลดการเก็บเงิน 2 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนฯขาดรายได้ 1,700-1,800 ล้านบาทต่อเดือน จากปัจจุบันที่กองทุนฯ มีรายได้รับเดือนละ 3,300 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานอีก 50 สตางค์ต่อลิตร ในน้ำมันเบนซิน 95, 91 และดีเซล โดยการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ ดังกล่าวจะเสนอให้มีผลทันที เพื่อทำให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการน้ำมันลดลง
ขณะเดียวกัน ยังจะเสนอที่ประชุมขออนุมัติในหลักการให้ดำเนินการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ในกลุ่มน้ำมันดีเซลในอนาคต หากราคาน้ำมันใกล้ถึง 30 บาทต่อลิตร เพื่อลดกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนี้ แพ็คเกจที่จะนำเสนอขออนุมัติจาก กพช.ในคราวเดียวกันนี้ ประกอบด้วยการตรึงราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ที่ราคา 8.50 บาทต่อกิโลกรัม และก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) ที่ใช้ในทุกภาคส่วนทั้งภาคครัวเรือนและขนส่งที่ระดับ 18.30 บาทต่อกิโลกรัม ออกไปอีกหนึ่งปีถึงเดือนส.ค. 2553
Tags : เอ็นจีวี • แอลพีจี • น้ำมัน • อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ความคิดเห็นที่ 11
samira , 16 พฤศจิกายน 2553 18:04
เก็บภาษีฯ คนใช้น้ำมันไปอุดหนุน LPG แต่ข้อเท็จจริงในทุกวันนี้ คนจำนวนมากยอมเสี่ยงชีวิตด้วยการติดตั้งระบบ LPG ในรถยนต์ ทำไมรัฐบาลชุดนี้ไม่จริงใจ ทั้งๆที่ LPG นั้นอันตรายสูงถ้าใช้ในยานพาหนะ แล้วมาขูดรีดคนใช้นำ้มัน มันยุติธรรมตรงไหน คิดได้อย่างไร......สาธุ ขอภาวนา..ให้ขบวนรถนักการเมืองได้ชนกับกลุ่มรถยนต์ที่ใช้ LPG ระเบิดไฟลุก แล้วจะได้สอนให้รู้ว่า LPG นั้นอันตรายหรือไม่. ..ทุกวันนี้ที่นำอุปกรณ์ฯ เข้ามาติดตั้ง ขยายกิจการปั้ม LPG เติมรถยนต์ แข่งกับปั้ม CNG.... รัฐบาลนี้ ปากว่าตาขยิบ เพื่อผลประโยชน์ของนักการเมืองใช่มั้ย.....???????....ศรีธนญชัย
ความคิดเห็นที่ 10
Teeruk , 14 กุมภาพันธ์ 2553 03:07
น่าแปลกทั้งๆที่บ้านเราก็มี LPG เยอะอยู่น่ะ ส่วน ngv ไม่ต้องพูดถึง ยังมีเหลือใช้เกินชั่วอายุ ส่วนน้ำมันก็พอมีแต่ไม่น่าจะเยอะมากมายเหมือนมาเล แต่ที่พอรู้มาน้ำมันน่ะจะเอาไปขายยังต่างประเทศเพราะบ้านเรามีปัญหาเรื่องกำมะถัน ส่วน เจ้า LPG ยังต้องนำเข้า LPG อยู่ แล้วที่ผลิตอยู่ทำไมยังต้องส่งไปขายต่างประเทศอีก....ทำไม ไม่พูดเรื่องนี้บ้างอ่ะ เราก็อยู่บริษัทน้ำมันน่ะ
ความคิดเห็นที่ 9
คุณวิว , 23 กันยายน 2552 13:16
ผมได้นำรถยนต์นิสสัน NEOไปติดตั้งแก๊สที่ร้านอุดม ซอยเพชรเกษม 48 ใช้ได้แค่ 1 ปี รถเกิดปัญหาสดุด และ เร่งไม่ขึ้นจึงนำรถไปที่ร้านอุดม ทางร้านแจ้งว่า เนื่องจากตัวแรมด้า (ตัวควบคุมการจ่ายแก๊ส) เสีย โดยทางร้านแจ้งว่า เสียเกือบทุกคันที่ติดไป ผมเลยถามต่อไปว่า แล้วจะทำอย่างไร ทางร้านก็เปลี่ยนเป็นระบบธรรมดาให้ แต่รถผมก็มีปัญหาเหมือนเดิม คือ สดุด เร่งไม่ขึ้น ดับกลางถนน ผมได้ไปที่ร้านอุดมอีกประมาณ 3 ครั้งซึ่งการไปแต่ละครั้งก็จะแก้ปัญหาแบบเดา เช่น ตั้งเบาเครื่อง / ปรับหัวจ่ายแก๊สเนื่องจากแก๊สออกมากเกิน ซึ่งผมก็ขอให้ทางร้านช่วยถอดหม้อต้มออกมาทำความสะอาด แต่ทางร้านบอกว่าไม่มีเวลาทำให้ซึ่งจะต้องมาวันธรรมดา ผมก็บอกไปว่าวันธรรมดา ผมมาไม่ได้ จะให้ทำอย่างไร จะขอนัดล่วงหน้าก็ไม่ได้ ซึ่งผมเห็นว่าการกระทำของร้านอุดม เป็นร้านที่ไม่มีความรับผิดชอบ ตอนไปติดครั้งแรกจะคุยว่ามีความชำนาญแก้ไขได้ทุกกรณี ปัจจุบันผมได้เปลี่ยนร้านและเปลี่ยนเป็นระบบหัวฉีด..ใช้ดีครับ
ความคิดเห็นที่ 8
suthep T. , 10 สิงหาคม 2552 11:22
รัฐบาลนายอภิสิทธิ์...ออกไป..ประชาชนไม่ต้องการแล้ว....นายอภิสิทธิ์...บริหารไม่เก่ง.....เก่งสร้างภาพ.....ไม่มีความจริงใจในการสมานฉันท์.....เอาแต่พูด
ความคิดเห็นที่ 7
vv , 10 สิงหาคม 2552 11:18
ลด นน. ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เพี่ยงพอต่อความต้องการของร่างกาย ได้รับ อย.
ลดแล้วไม่โทรม ไม่เหี่ยว หย่อนคล้อย ผิวพรรณ สุขภาพดี 3- 10 กก./เดือน
ด้วยกลไกการเผาผลาญพลังงาน ตามธรรมชาติของร่างกาย
ไม่ต้องทรมานกับความหิว เหมือนการอดอาหาร
ไม่ขาดสารอาหารเหมือน กับการลด นน. ด้วยการควบคุมปริมาณอาหาร
ร่างกายไม่โทรมเหมือนการใช้ยา ไม่มีสารเคมี และตัวยา
ส่งเสริมให้ร่างกายแข็งแรง ด้วยสารอาหาร ลดภาวะความเสียงต่อการ เป็น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ ด้วย
การสร้าง นน. ตัวที่ได้มาตรฐาน สร้างสุขภาพดี สร้างรูปร่างที่สมส่วน ชวนมอง
สร้างภาวะสมดุลให้แก่ร่างกาย ด้วยโปรแกรมทางโภชนาการ จากธรรมชาติ ที่
Thaidietcenter.com/gooddiet ไม่ต้องพิมพ์ www.
ความคิดเห็นที่ 6
คนวงใน , 10 สิงหาคม 2552 10:01
เราเป๋กันรึเปล่า ตัวปัญหาอยู่ที่โ๕รงสร้างราคาต้นทุนที่ ปตท ใช้ ตั้งแต่ราคาน้ำมันดิบที่ยึดสิงค์โปร์บวกค่าเดินทางมาเป็นต้นทุนพื้นฐาน โครงสร้างค่าการกลั่น โดย ปตท หรือกลุมมาเฟียโรงกลั่นฉลาดพอที่จะหมกกำไรไว้ในต้นทุนเบื้องต้นแล้วมาให้การขายปลีกขาดทุนมั้ง เท่าทุนมั้ง ดังนั้นต้องเปลี่ยนกรรมการกำหนดราคาให้มีส่วนของประชาชนมากขึ้น รัฐบาล ปชป รู้ดี ตอนอ๓ิปรายไม่ไว้วางใจก็อ๓ิปรายแล้ว ทำไมพอเป็นรัฐบาลแล้วยังปล่อยอีก : ความเห็นจากผู้อยู่ในวงการคนหนึ่งครับ
ความคิดเห็นที่ 5
liumhere , 10 สิงหาคม 2552 09:43
เรียน คคห3 ผมว่าเป็นเรื่องยากมากๆครับ เพราะ กำไร ปตท ถือเป็นน้ำเลี้ยงนักการเมือง และผมว่าควรจะไปทวงสัญญา ไอคนที่พูดว่า ถ้ามันได้เป็นรัฐบาล มันละลดราคาทันที 3บาท แต่นี่มันไม่ลดราคา แล้วมันยังขึ้นราคาเกินพอดีอีกด้วย
ความคิดเห็นที่ 4
liumhere , 10 สิงหาคม 2552 09:40
ที่ ออกซ์ฟอร์ด เขาสอนมาดีครับว่า คิดอะไรไม่ออก ให้รีด ภาษี ง่าย รวดเร็ว ได้ผล เอิ๊กๆ
ความคิดเห็นที่ 3
คขสีห์ , 10 สิงหาคม 2552 09:31
ขอให้พิจารณาการโอนบริษัทน้ำมันมาให้รัฐบาลกำกับดูแลเพราะเงินเดือนพนักงานบริษัทพวกนี้สูงมากเกินกว่าที่จะขาดของผูกขาด(ขนาดเอามาตั้งไว้ริมถนนก็มีคนมาแย่งซื้อ) ถ้าเอามาบริหารจัดการเองน้ำมันจะลดราคาได้ลิตรละ 10 บาทโดยไม่ต้องลดเงินเข้ากองทุนเพราะอย่างไรก็ต้องเอาภาษีไปอุด
ความคิดเห็นที่ 2
เสรีไซเบอร์ , 10 สิงหาคม 2552 09:16
ราคาน้ำมันควรมีราคายุติธรรม อย่าให้ประชาชนเดือดร้อน อย่าเก็บเข้ากองทุนสูงเกินไป
ความคิดเห็นที่ 1
*** , 10 สิงหาคม 2552 08:58
รัฐเก็บภาษีเป็นเรื่องจำเป็น
แต่รีดภาษีน้ำมันมากๆเป็นเรื่องมักง่าย
กองทุนฯเป็นการแทรกแซงชนิดหนึ่ง
การเก็บและใช้ขาดความโปร่งใส
ค่าการตลาดขึ้นลงน่ากังขา
ประชาชนถูกกระทำอยู่ร่ำไป
คนมีหน้าที่ดูแล ไม่ทำหน้าที่
ชวนให้คิดว่ามีผลประโยชน์ร่วมกับ
ผู้ค้าน้ำมัน
รัฐควรมียุทธศาสตร์ราคาน้ำมันที่ชัดเจน
โปร่งใสและตรวจสอบได้
ยุทธศาสตร์น้ำมันควรอยู่บนพื้นฐานว่า
คนในประเทศนี้ควรใช้นำมัน
ราคาเท่าไรที่ไม่กระทบค่าครองชีพ
มากไปและไม่ทำให้ฟุ่มเฟือย
แล้วแปรเป็นค่าการตลาดที่เหมาะสม
ทั้งผู้ค้าน้ำมันเเละประชาชน
แล้วดูแลให้เกิดความเป็นธรรม
รวมทั้งอัตราภาษีต่างๆทั้งภาษี
สรรพสามิต เทศบาล มูลค่าเพิ่ม
และประกาศให้ประชาชนทราบทุกวัน
เรื่องยุทธศาสตร์ราคาน้ำมัน
สำหรับคนไทยมีหรือไม่ไม่เคยปรากฏ
นักการเมือง ข้าราชการไม่เคยพูด
สื่อมวลชนไม่สนใจตรวจสอบ
นักวิชาการหน้าจอก็มีแต่วาระตนเอง
น่าเสียใจที่บุคคลเหล่านี้ไม่ได้คิด พูด
ทำที่เป็นวาระเพื่อประชาชนที่แท้จริง
มีแต่กล่าวอ้างถึงประชาชนเพื่อวาระตนเอง