กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
ad a1

ยานยนต์ : ออโต้ คลีนิค

วันที่ 2 เมษายน 2555 08:33

มอเตอร์โชว์ที่เปลี่ยนไป

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

งานแสดงรถยนต์ที่เรียกกันว่า มอเตอร์โชว์ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเกือบ 35 ปีที่ผ่านมา

ภายใต้การจัดงานของผู้จัดทำนิตยสารกรังด์ปรีซ์ และงานในลักษณะดังกล่าวยังมีเกิดตามขึ้นมาอีกหลายผู้จัด แต่ที่เติบโตเคียงคู่กันมากับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มีเพียงงานดังกล่าวที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่างาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และอีกงานหนึ่งที่เติบโตใกล้เคียงกัน คือ งานมอเตอร์เอ็กซ์โป ซึ่งปัจจุบันจัดอยู่ในสถานที่เดียวกัน คือ เมืองทองธานี

งานแสดงรถยนต์ในประเทศไทยมีการเติบโตมาอย่างสม่ำเสมอ และเป็นการเติบโตเคียงคู่กันไปทุกด้านทั้งฝ่ายผู้จัดงาน ฝ่ายผู้มาร่วมออกแสดงสินค้าในงาน และท้ายที่สุด คือ ฝ่ายสื่อมวลชนที่เข้ามาร่วมรายงานข่าวในงาน ส่วนทางฟากฝั่งของผู้เข้าชมงานก็มีอัตราการเติบโตมากขึ้น  เมื่อนับจากจำนวนคนที่เข้าชม

 ช่วงเวลาที่งานแสดงรถยนต์ของเมืองไทยมีคุณภาพมากที่สุดในความเห็นของผมเป็นส่วนตัว คือ ช่วงที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ยังจัดแสดงอยู่ที่สวนอัมพรช่วงท้ายๆ และงานมอเตอร์เอ็กซ์โปยังจัดอยู่ที่เซ็นทรัลลาดพร้าวในช่วงท้ายๆ เช่นกัน ซึ่งเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาเดียวกันของทั้ง 2 งาน

ยุคนั้นในวันแรกของการแสดงจะเป็นวันที่จัดขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนทั้งหลายได้เข้าไปบันทึกภาพและรายงานข่าว จะไม่มีการจำหน่ายรถยนต์และสินค้าใดๆ ทั้งสิ้น ทันทีที่ประธานผู้เปิดงานทำพิธีเสร็จสิ้นลง   ผู้สื่อข่าวและสื่อมวลชนก็จะแยกย้ายกันไปถ่ายภาพและสัมภาษณ์แหล่งข่าว ซึ่งก็คือบรรดาผู้บริหารค่ายรถยนต์และเจ้าของสินค้าทั้งหลายนั่นเอง ซึ่งโดยปกติใช้เวลาไม่เกินบ่าย 3 โมง ก็กลับสำนักข่าวต้นสังกัดกันหมด ภายในงานเหลือแต่พวกทำนิตยสารเดินไปมาอยู่ไม่เกิน 30 คน

ในช่วงเวลายุคนั้นจำนวนของผู้สื่อข่าวและช่างภาพสื่อมวลชนทั้งหมดไม่เกิน 100 คน การบริหารจัดงานก็สะดวกและทำงานง่ายด้วยกันทุกฝ่าย การจะถ่ายภาพก็ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันและกัน ต่างคนต่างรู้มารยาทในการทำงานร่วมกับคนหมู่มาก การแต่งกายก็เป็นระเบียบเรียบร้อยและให้เกียรติตนเองและให้เกียรติงานตามสมควร

ปัญหาใหญ่หลวงของยุคก่อนที่พบมาก ก็คือ การที่มีผู้แอบอ้างตัวเป็นสื่อมวลชนเข้ามาร่วมงาน เพื่อหวังได้รับของแจกที่ผู้มาออกงานนำมามอบพร้อมกับเนื้อข่าวเป็นของชำร่วย บางครั้งคนที่มาแอบอ้างก็เป็นผู้สื่อข่าวตัวจริงแต่มาจากสื่อที่เลิกกิจการไปแล้ว หรือออกสู่สาธารณชนบ้างไม่ออกบ้างที่เรียกกันว่าสื่อรายสะดวก ซึ่งมักจะถูกเรียกรวมๆ กันไปว่าเป็น “ผี”

ในยุคนั้นแม้แต่ผู้สื่อข่าวที่ไม่ได้ทำข่าวสายยานยนต์โดยตรง ก็จะไม่เข้ามาร่วมงานในวันสำหรับสื่อมวลชน ต่างไปจากปัจจุบันนี้ที่มีสื่อเกิดขึ้นมากมาย ทั้งสื่อจริงและสื่อรายสะดวกรวมไปถึงสื่อผีทั้งหลาย    และคนเหล่านั้นล้วนแต่มีบัตรอนุญาตจากผู้จัดงาน เพื่อแสดงตนว่ามีสิทธิเข้าร่วมงานในวันสื่ออย่างถูกต้อง ทำให้งานแสดงรถยนต์ทุกงานจะมีสื่อมวลชนเข้าร่วมในวันที่จัดเฉพาะสำหรับสื่อหลายพันคน

นอกเหนือจากสื่อแท้ๆ แล้วยังมีคนที่ไม่ใช่สื่อ แต่ได้รับบัตรอนุญาตให้เข้างานอีกจำนวนใกล้เคียงกัน ซึ่งหากบุคคลเหล่านั้นเข้าร่วมงานและทำเพียงแค่เดินชมรถงานก็ไม่เกิดปัญหาใดๆ แต่ด้วยว่าปัจจุบันนี้กล้องถ่ายรูปแบบดิจิทัลทำให้มีการถ่ายภาพกันได้ง่ายขึ้น จึงมีนักถ่ายภาพสมัครเล่นประเภทถ่ายเก็บไว้ดูเองและเอาไว้ดูระหว่างเพื่อนฝูงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งเป้าหมายอย่างหนึ่งของบรรดานักถ่ายภาพเหล่านี้ ก็คือ งานแสดงสินค้ารถยนต์ เพราะมีวัตถุสำหรับให้ถ่ายโดยไม่ต้องเสียเงินเกิดขึ้น นั่นก็คือ

สาวสวยที่เรียกกันว่าพริตตี้นั่นเอง และวิธีการถ่ายภาพของคนกลุ่มนี้ต้องการภาพถ่ายในมุมและแสงเงา รวมทั้งท่วงท่าของนางแบบตามที่ตนเองต้องการ จึงต้องใช้เวลาในการจัดองค์ประกอบของภาพ มากกว่าการถ่ายภาพเพื่อประกอบข่าว เช่นช่างภาพของสื่อมวลชนทั้งหลาย

 และโดยพื้นฐานของหญิงสาวที่มาทำหน้าที่พริตตี้ ต่างล้วนต้องการให้ภาพของตนเองถูกถ่ายและเผยแพร่ไปให้มากที่สุดโดยไม่สนใจว่าจะเป็นสื่อใด การวางท่าจัดท่าจึงนวยนาดโดยไม่ต้องสนใจว่าจะมีรถยนต์ ซึ่งเป็นสินค้าหลักของผู้จ้างรวมอยู่ในภาพหรือไม่ และเกือบทุกรายเมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้วยังจะต้องนำมาเปิดให้พริตตี้ดูด้วยว่า ฝีมือการถ่ายภาพของตนเองทำให้สวยงามขนาดไหน ถ้าไม่พึงพอใจก็มีการจัดวางตำแหน่งและท่วงท่ากันใหม่

ที่แย่ไปกว่านั้นคือผู้ที่ดูแลพริตตี้ทั้งที่มาจ้างบริษัทนายหน้าจัดหาโดยตรง และผู้ที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของบริษัทรถยนต์เอง แทนที่จะจัดระเบียบบริหารการทำงานให้เป็นไปอย่างเรียบร้อยทุกส่วน กลับไปจัดการกั้นคนที่จะเข้าไปดูรถซึ่งเป็นสินค้าหลักของตนเอง ให้รอช่างภาพถ่ายภาพพริตตี้เสร็จเสียก่อน จึงจะอนุญาตให้เข้าไปดูรถยนต์ได้

ความชุลมุนชุลเกและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้งานแสดงรถยนต์ในหลายปีที่ผ่านมา จึงมักจะถูกต่อว่าจากสื่อส่วนหนึ่งว่า เป็นงานที่มีหญิงสาวมาแสดงท่าวาบหวิวกึ่งโป๊เปลือยมากกว่าที่จะแสดงรถยนต์ และภาพที่ปรากฏออกไปตามสื่อต่างก็มีภาพของพริตตี้ในอิริยาบถต่างๆ ถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างมากกว่ารถยนต์ด้วยซ้ำไป และเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของบริษัทรถยนต์บางรายยังภาคภูมิใจด้วยซ้ำว่า พริตตี้ของบูธตนเองได้รับการพูดถึงในวงกว้าง ทั้งที่รถยนต์ยี่ห้อที่ตนเองกินเงินเดือนอยู่นั้นขายได้ไม่คุ้มเงินค่าจ้างพริตตี้แม้แต่น้อย

ซึ่งหากปล่อยให้ปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นในวงการแสดงยานยนต์ในลักษณะที่ขยายตัวมากขึ้นทุกปี ต่อไปอีกไม่นานนักคงจะต้องจัดให้มีวันพิเศษหรือช่วงเวลาพิเศษ เฉพาะสำหรับคนถ่ายภาพพริตตี้ตามงานเกิดขึ้นบ้างเป็นแน่ หรือมิฉะนั้นก็ต้องยอมรับกันได้ถ้าหากภาพและข่าวของพริตตี้ จะเกิดขึ้นมากกว่าภาพและข่าวของรถยนต์และสินค้ายานยนต์อื่นๆ ที่มาร่วมออกบูธแสดงในงานครับ

 

 

Tags : มอเตอร์โชว์

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a23

advertisement