กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์ : ออโต้ คลีนิค

วันที่ 16 สิงหาคม 2553 01:00

พวงมาลัยเพาเวอร์แบบต่างๆ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ผมเป็นหนุ่มในยุค พ.ศ. 2516 หรือในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

จากระบบประชาธิปไตยแบบเผด็จการไปสู่ระบบที่คิดกันว่าเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ  หรือเรียกกันในยุคนั้นว่าเป็นยุค ฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดิน เป็นยุคที่พลังมวลชนคนรุ่นใหม่สมัยนั้น คิดกันว่าปฏิบัติการทางประชาธิปไตย ได้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายที่ควรจะเป็นแล้ว

เมื่อมีคนออกมาทักท้วงว่าปฏิบัติการทวงคืนประชาธิปไตยในเวลานั้น ยังเป็นเพียงแค่เกิดการกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเอง ที่ต้องได้รับและต้องกระทำไปพร้อมๆ กัน ไม่ใช่รู้เพียงแค่สิทธิที่ต้องได้รับ แต่ไม่รู้ถึงหน้าที่ที่ต้องกระทำตามกฎหมายและต่อสังคมด้วย คนที่ทักท้วงเรื่องดังกล่าวก็จะได้รับการต่อต้าน  จากกลุ่มคนชั้นนำทางความคิดในสมัยนั้น จนทำให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยของคนไทย  ผิดรูปผิดแบบไปจากสากลมาจนทุกวันนี้

หลังปี พ.ศ. 2516 เมื่อผมรู้สึกอกหักจากความคิดในแนวทางประชาธิปไตย  ผมก็ดำรงความเป็นตัวตนของผมที่ยากจะเปลี่ยนแปลง มื้อเย็นผมก็นั่งละเลียดอยู่ที่ร้านอาหาร รสคลองประปา ก่อนจะย้ายก้นไปนั่งต่อที่ ปาปาคาเฟ่ ในละแวกใกล้เคียงกัน แล้วจึงผายผันไปต่อที่ เฮนเนสซี่ไนต์คลับ แถวถนนประดิพัทธ์ และไปต่อที่ร้านข้าวต้ม โง้วกุ้ยกี่ ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากนั้นจึงไปจบลงที่โรงแรมมายเฮ้าส์ ซอยอารีย์ หรือไปไกลถึงโรงแรมพาเลียเมนท์ ย่านวิสุทธิ์กษัตริย์  ชีวิตวัยหนุ่มของผมเป็นอยู่อย่างนี้ต่อเนื่องนานหลายปี

จนถึงเวลาหลังปี พ.ศ. 2519 ที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ผมจึงย้อนกลับไปบ้านเกิดที่ต่างจังหวัด แบบคนหมดอาลัยตายอยากซมซานหลบเลียแผลใจ ชีวิตช่วงนั้นของผมจึงเริ่มมีโอกาส   เรียนรู้และทำความรู้จักกับเครื่องยนต์กลไกอย่างแท้จริง มากกว่าเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคภาคพายัพจังหวัดเชียงใหม่เสียด้วยซ้ำไป
 ผมรู้จักการถอดเอาเครื่องยนต์สองจังหวะมาปาดฝาสูบ คว้านกระบอกสูบพร้อมกับเปลี่ยนลูกสูบและแหวนลูกสูบชุดใหม่ ผมรู้จักการอ๊อกเชื่อมชิ้นส่วนโลหะต่างด้วยแก๊สและไฟฟ้า รวมไปถึงรู้จักการอ๊อกเชื่อมถังน้ำมันไม่ให้ระเบิดเมื่อเกิดความร้อน เรียกได้ว่าโผล่หัวออกมาจากกะลาทฤษฎีเข้ามาสู่โลกแห่งการเรียนรู้ด้วยของจริง

จากนั้นผมก็ก้าวข้ามชั้นไปสู่การดำรงชีวิตบนหลังพวงมาลัยรถบรรทุกสิบล้อ ทั้งที่ฐานะความเป็นอยู่ทางครอบครัว ก็ไม่ได้แร้นแค้นจนถึงขั้นที่ต้องไปทนหลังขดหลังแข็ง  ขับรถบรรทุกด้วยตนเองแต่อย่างใด แต่ที่ทำไปเพราะผมชอบขับรถและมีความสุขที่ได้ขับรถ บวกกับอารมณ์ที่อยากท่องไปทั่วโดยที่มีรายได้มายังชีพได้ด้วย

รถสิบล้อยุคแรกที่ผมรู้จักยังคงเป็นรถสิบล้อแบบหน้ายาว ที่เป็นรุ่นยอดนิยม คือ อีซูซุ รุ่น TX เครื่องยนต์รหัส DA 120 กำลัง 120 แรงม้าเท่านั้นเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นรถแบบหัวเก๋งหน้าตัดรุ่น JCM เครื่องยนต์รหัส 6BB ที่แม้ตัวกระบะจะยาวมากขึ้นสามารถบรรทุกสินค้าได้มากขึ้น แต่คนทั่วไปก็ยังสงสัยในเรื่องความปลอดภัย และความสามารถของรถบรรทุกสิบล้อหน้าตัด

โดยเฉพาะเมื่อมีรุ่นพวงมาลัยเพาเวอร์มาให้เป็นทางเลือก มืออาชีพที่ขับรถบรรทุกทั้งหลายก็บอกกันต่อๆ ไป ว่า “มันไม่เกาะถนน” เมื่อใดที่ฝนตกระวังมันจะตกถนนโดยที่คนขับไม่สามารถบังคับรถได้ ทำให้ยอดจำหน่ายของรถแบบพวงมาลัยเพาเวอร์ไม่เติบโตเท่าที่ควร ต่างจากทุกวันนี้ ที่รถทุกชนิดหากไม่มีระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ รับรองได้ว่าขายได้ยากเต็มกลืนแน่นอน

พวงมาลัยเพาเวอร์ที่รู้จักกันมานาน คือ ระบบไฮดรอลิก ที่มีข้อดี คือ ดูแลรักษาง่ายตรวจสอบและซ่อมบำรุงง่าย ไม่มีชิ้นส่วนและระบบอะไรที่สลับซับซ้อนเกินกว่าจะทำความเข้าใจ ข้อเสียคือไม่สามารถควบคุมน้ำหนักพวงมาลัย ให้แปรผันตามความเร็วได้อย่างที่คาดหวังไว้ และมักจะมีจุดอ่อนที่การรั่วซึมหรือเกิดเสียงดังของปั๊มไฮดรอลิก

แต่พวงมาลัยเพาเวอร์ในยุคนั้น การขับปั๊มไฮดรอลิกแบ่งเป็นสองแบบด้วยกัน คือ แบบแรก ใช้สายพาน เป็นตัวขับเคลื่อนปั๊มเพาเวอร์  ข้อดีของแบบนี้ คือ ตรวจสอบดูแลรักษาง่ายด้วยตาเปล่า    ถ้าต้องทำการซ่อมบำรุงชิ้นส่วนจะมีราคาถูก ข้อเสีย คือ ถ้าสายพานขาดหรือเครื่องยนต์ดับขณะขับขี่   น้ำหนักของพวงมาลัยจะสูบมากจนแทบจะไม่สามารถบังคับเลี้ยวได้

แบบที่สองใช้ เพลาและเฟืองถ่ายทอด กำลังจากเครื่องยนต์มาขับปั๊มเพาเวอร์ แบบนี้มักจะใช้กับรถยนต์ขนาดใหญ่หรือรถบรรทุก เพราะข้อดีคือมีความทนทานสูงกว่าแบบแรก มีโอกาสเกิดความผิดพลาดน้อยกว่า ในขณะที่ข้อเสีย คือ มีค่าซ่อมบำรุงสูง และมีเสียงดังขณะทำงาน อีกทั้งยังยุ่งยากในการซ่อมบำรุงมากกว่า   

พวงมาลัยเพาเวอร์ในยุคถัดมาจึงพัฒนาเป็นระบบพวงมาลัย เพาเวอร์ที่ใช้ไฟฟ้า เป็นตัวขับเคลื่อนปั๊มไฮดรอลิก ข้อดี คือ มีความแม่นยำในการจัดการกับน้ำหนักพวงมาลัยได้มากขึ้น แต่มีข้อเสียคือยังมีการรั่วไหลของน้ำมันในระบบไฮดรอลิกได้อยู่ อีกทั้งยังไม่สามารถกำหนดน้ำหนักของพวงมาลัยให้เหมาะสมกับความเร็วรถได้เต็มที่ ล่าสุดมีพวงมาลัย ไฮบริด ใช้ทั้งไฮดรอลิกและเพาเวอร์แบบไฟฟ้า ผสมกันอีก เป็นของใหม่มากที่อยู่ในงานต้นแบบที่นิสสัน

ปัจจุบันพวงมาลัยเพาเวอร์ของรถรุ่นใหม่ในปัจจุบันและรถยนต์ในอนาคต จึงหันไปพึ่งพาพวงมาลัย เพาเวอร์แบบไฟฟ้า เต็มรูปแบบมากขึ้น เพราะใช้ชิ้นส่วนน้อยทำให้มีน้ำหนักเบา มีต้นทุนในการผลิตจำนวนมากต่ำ สามารถกำหนดระดับน้ำหนักของพวงมาลัยได้ตามใจชอบ และไม่ต้องกังวลกับการรั่วซึมของน้ำมันไฮดรอลิกแต่อย่างใด

ในขณะที่ข้อเสีย คือ ไม่สามารถทำการซ่อมบำรุงได้ตามร้านซ่อมทั่วไป และมีอายุใช้งานที่จำกัดมากกว่าระบบอื่น อีกทั้งค่าซ่อมบำรุงยังสูงกว่าระบบอื่นๆ อีกด้วย แต่เชื่อว่าท้ายที่สุด รถยนต์ทุกยี่ห้อ ยุคนี้คงต้องหันมาใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฟฟ้ากันทั้งหมดครับ

 

 

Tags : พวงมาลัยเพาเวอร์

Adsense

advertisement

advertisement

advertisement