กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ยานยนต์

วันที่ 30 ธันวาคม 2554 08:27

"เชฟโรเลต"ระบุตลาดรถยนต์ฟื้นไตรมาส 2 ปี55

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"เชฟโรเลต" คาดการณ์ตลาดรถยนต์ฟื้นไตรมาส 2 ปี 55 เตรียมส่งรถใหม่ 3 รุ่น ดันยอดขายทะลุ 8 หมื่นคัน

 อุตสาหกรรมรถยนต์ปีนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงถึง 2 ครั้ง เริ่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ที่ญี่ปุ่นช่วงต้นปี และปิดท้ายปี 2554 ด้วยวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลให้ล่าสุดเดือนพ.ย. 2554  การผลิตรถของไทยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 12 ปี ทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ
 

ปี 2555 จึงนับว่าเป็นปีที่มีความท้าทายต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ เพราะแม้น้ำจะแห้งไปแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นยังไม่หมด  โรงงานรถยนต์ โรงงานชิ้นส่วนหลายๆ แห่ง ยังไม่สามารถเดินสายการผลิตได้ ต้องใช้เวลาฟื้นฟูอีกสักระยะหนึ่ง แน่นอนว่าจะส่งผลต่อทั้งภาคการผลิต ตลาด และ ส่งออก แต่ในมุมมองของ "นายมาร์ติน แอพเฟล" ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสท์ เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ยังแสดงความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะกลับมาภายในระยะเวลาไม่นานนัก

 "ปี 2555 ไตรมาสแรก คาดว่าตลาดรถยนต์จะยังถดถอยต่อไป แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 เรามั่นใจว่าจะเริ่มกลับมาเติบโตอีกครั้ง และจะโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง" 

 

 นายแอพเฟล กล่าวว่า  การที่จีเอ็มมั่นใจว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะกลับมาได้เร็วมาจากหลายปัจจัย รวมถึงลักษณะเฉพาะของคนไทยที่จะไม่อยู่นิ่งเฉยหรือจมอยู่กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา แต่จะลืมได้เร็ว เริ่มต้นใหม่ได้เร็ว พยายามหาทางฟื้นตัวให้ได้ ซึ่งจะส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมรถยนต์ นอกจากนี้โดยปกติแล้วประเทศที่เกิดวิกฤติ พอสถานการณ์คลี่คลายทุกอย่างก็จะกลับมาได้ในเวลาไม่นาน

 นอกจากนั้นในช่วงไตรมาสที่ 2 ประเทศจะมีความต้องการฟื้นฟูในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวม  และขณะเดียวกันในส่วนของบริษัทรถยนต์ก็จะเร่งสร้างกิจกรรมกระตุ้นตลาด อีกทั้งยังมีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เปิดตัวเพิ่มขึ้นในปีหน้าเช่นกัน คาดว่าตลาดรวมจะมียอดระดับ 8.5-9 แสนคัน

เปิดตัวรถใหม่ 3 รุ่น
 เชฟโรเลต มีแผนที่จะเปิดตัวรุ่นใหม่ (new model) 3 รุ่น ในปีหน้า เริ่มจากปลายไตรมาสแรก คือ รถพีพีวี รุ่น เทรล เบลเซอร์ ที่พัฒนาขึ้นจากรถปิกอัพ โคโลราโด ซึ่งเผยโฉมเป็นทางการไปแล้วในงาน ดูไบ มอเตอร์ โชว์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนอีก 2 รุ่น จะเป็นรถรุ่นใหม่ที่แทนที่รถตัวเดิมในตลาด

 แอพเฟล  บอกว่าปีหน้าจะเป็นปีที่น่าตื่นเต้นสำหรับเชฟโรเลต และตัวแทนจำหน่าย เนื่องจากมีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงรถปิกอัพใหม่ โคโลราโด ที่เปิดตัวปลายปีนี้ และได้รับความสนใจอย่างมาก ขณะที่การมาของ เทรลเบลเซอร์ จะสามารถดึงอารมณ์ของค่ายจีเอ็ม ที่ถือว่าเป็นผู้ผลิตรถที่มีรถในกลุ่มเอสยูวีครอบคลุมทุกตลาด และช่วยสร้างจุดแข็งให้กับตลาดเมืองไทยเป็นอย่างดี

 "เทรลเบลเซอร์ที่จะเข้ามา ก็จะไม่ทับตลาดกับเอสยูวีที่ทำตลาดในปัจจุบันอย่าง แคปติวา แต่จะช่วยส่งเสริมยอดขายให้แก่กัน โดยแคปติวาจะจับตลาดผู้ที่ใช้รถในเขตเมืองเป็นหลัก ขณะที่เทรลเบลเซอร์ จะจับตลาดผู้ที่เดินทางต่างจังหวัง หรือใช้ชีวิตในต่างจังหวัดเป็นหลัก"

คาดยอดขายทะลุ 8 หมื่นคัน
 ทั้งนี้การที่รถซึ่งทำตลาดในปัจจุบันได้รับการตอบรับจากลูกค้าเพิ่มขึ้น และการเปิดตัวรถอีก 3 รุ่น ทำให้เชฟโรเลตมั่นใจว่าปี 2555 จะสามารถเพิ่มยอดขายเป็น 8 หมื่นคัน เพิ่มขึ้นจาก 3 หมื่นคันในปีนี้ ซึ่งการที่บริษัทมั่นใจว่ายอดขายจะเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดดนอกจากผลจากสินค้าใหม่แล้ว ยังเป็นเพราะทิศทางตลาดของจีเอ็มขยายตัวมาโดยตลอด เช่น ปี 2552 มียอดขาย 1 หมื่นคัน ปี 2553 ทำได้ 1.5 หมื่นคัน ก่อนเติบโต 2 เท่า เป็น 3 หมื่นคันในปีนี้

"อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะต้องติดตามดูถึงปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจทั้งของไทย และเศรษฐกิจโลก ความเคลื่อนไหวของคู่แข่งในตลาด รวมไปถึงท่าทีของภาครัฐในการกำหนดมาตรการต่างๆ ออกมาในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายหรือไม่"

ลงทุนอาเซียนหนุนชิ้นส่วนฯ
 แอพเฟล กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าบริษัทแม่ เจรจากับโปรตอน ผู้ผลิตรถมาเลเซีย เพื่อหวังให้เป็นฐานการผลิต ลดความเสี่ยงจากการใช้ไทยเป็นฐานหลักเพียงแห่งเดียวในกรณีเกิดภัยธรรมชาติว่า ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด จึงไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เห็นว่าปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ต่างก็ต้องการเข้าไปสร้างฐานการผลิตในพื้นที่ขายด้วยกันทั้งสิ้น โดยในภูมิภาคอาเซียน จะพบว่าขณะนี้มีการเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียจำนวนมาก เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ยอดขายรถกำลังแซงประเทศไทยในอีกไม่นานจากนี้ แต่มั่นใจว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะส่งผลดีกับประเทศไทยมากกว่าผลเสีย เนื่องจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในภูมิภาค ทำให้มีความต้องการใช้ชิ้นส่วนเพิ่มมากขึ้น และเมื่อมองทั้งภูมิภาคก็จะพบว่า อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย มีความแข็งแกร่งมากที่สุด

 "เวลาเรามอง อินโดนีเซีย เวียดนาม หรือว่ามาเลเซีย ต้องไม่มองว่าเป็นคู่แข่งกัน แต่มองว่าเป็นโอกาสที่จะทำให้ตลาดเติบโตร่วมกัน เมื่อมีการผลิตในภูมิภาคเพิ่มขึ้น ความต้องการชิ้นส่วนก็มากขึ้น ทำให้ อีโคโนมีส์ ออฟ สเกล ดีขึ้นตามมา" แอพเฟล กล่าว

 
 
 
 
 

 

Tags : เชฟโรเลต

Adsense

advertisement

advertisement

AD Position a23

advertisement

advertisement

advertisement