กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ยานยนต์

วันที่ 24 สิงหาคม 2553 13:29

ไทยรุ่งฯทุ่ม600ล้านเพิ่มผลิต ผนึกจีนชิงตั้งอุปกรณ์เอ็นจีวี

ไทยรุ่งยูเนียนคาร์

ไทยรุ่งยูเนียนคาร์

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ลงทุนขยายกำลังการผลิต 70% รองรับการเติบโตอุตสาหกรรมยานยนต์ ยันปีนี้พลิกกำไรหลังขาดทุนติดกัน 3 ปี

นายสมพงษ์ ผลิตโชค กรรมการผู้จัดการใหม่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนียนคาร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งงบลงทุน 500-600 ล้านบาทสำหรับใช้ในปี 2553-2554 โดย 400 ล้านบาทใช้ในการขยายโรงงานผลิตชิ้นส่วนที่จังหวัดระยอง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้อีก 60-70% และอีกประมาณ 100-200 ล้านบาทใช้ขยายห้องพ่นสี ผลิตแม่พิมพ์

ทั้งนี้เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่คาดว่าจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในครึ่งปีหลังนี้ ถึงปีหน้า โดยบริษัทคาดการณ์ยอดการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยในปี 2554 ไว้ที่ 1.8 ล้านคัน คิดเป็นการเติบโต 10% จากปีนี้ที่มีการคาดการณ์ยอดการผลิตรถยนต์ 1.6 ล้านคัน

นายสมพงษ์ กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการของบริษัทในปี 2553 จะมีกำไรสุทธิ หลังจากที่บริษัทประสบผลขาดทุนมา 4 ปีติดต่อกัน ตั้งแต่ปี 2549 ที่ขาดทุน 26 ล้านบาท ปี 2550 ขาดทุน 11 ล้านบาท ปี 2551 ขาดทุน 12 ล้านบาท และปีที่แล้ว ขาดทุน 111 ล้านบาท

"ไตรมาส 2 ปี 2553 บริษัทเริ่มมีกำไรสุทธิแล้วจำนวน 61 ล้านบาท พลิกจากงวดเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 30 ล้านบาท คาดว่าครึ่งปีหลังผลประกอบการจะดีกว่าครึ่งปีแรก เพราะเป็นช่วงไฮซีซันธุรกิจรถยนต์ และถ้ากลับมามีกำไร ก็จะจ่ายปันผลได้" นายสมพงษ์ กล่าว

เขากล่าวว่า รายได้รวมปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ในอัตรา 51% หรือเพิ่มเป็น 2,181 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 1,441 ล้านบาท และในปี 2554 คาดว่ารายได้รวมจะเติบโตมากกว่า 20% ขึ้นไป ตามแนวโน้มเศรษฐกิจฟื้นตัวและอุตสาหกรรมรถยนต์ที่มีการขยายตัว โดยเฉพาะในปีหน้าจะมีการเติบโตของรถประเภทอีโคคาร์ด้วย

ทั้งนี้รายได้ในปีนี้จะมาจากธุรกิจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ คิดเป็น 48% ของรายได้รวม และรายได้จากการประกอบรถยนต์และพ่นสีคิดเป็น 29% ซึ่งแนวโน้มรายได้จากธุรกิจทั้ง 2 ส่วนจะเติบโตได้ต่อเนื่อง

นายสมพงษ์ กล่าวว่า แผนงานภายใน 1-2 ปีนี้บริษัทจะเน้นความร่วมมือกับพันธมิตรให้มากขึ้น เพื่อพัฒนาและผลิตสินค้าใหม่ โดยในปีนี้จะร่วมกับพันธมิตรผลิตรถรุ่นพิเศษที่ใช้เฉพาะทาง แต่จะเป็นการพัฒนาจากพื้นฐานที่เป็นรถปิกอัพ ซึ่งเป็นรุ่นที่เจ้าของเดิมไม่ได้มีการผลิตแล้ว เช่น รถทางการทหาร MUV 4, รถหุ้มเกราะ รถกันกระสุน และรถขนเงิน รวมถึงพร้อมเข้าประมูลงานรถเมล์เอ็นจีวี 4 พันคันในส่วนของงานติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และงานซ่อมบำรุง โดยร่วมกับพันธมิตรจีน

ด้านนายเย็บ ซู ชวน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค กล่าวว่า บริษัทมั่นใจว่ารายได้ในปี 2553 จะเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ที่ 1 หมื่นล้านบาท หรือเติบโต 30% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปีนี้ คาดว่าจะเติบโตมากกว่า 30% เนื่องจากได้รับผลดีจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัวขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีจำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น โดยปีก่อนยอดผลิตรถยนต์ทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1 ล้านคัน ขณะที่ปีนี้มีการคาดการณ์ว่ายอดผลิตรถยนต์ทั้งอุตสาหกรรมเพิ่มอยู่ที่ 1.6 ล้านคัน

ผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 5,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 2,900 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 6 เดือนอยู่ที่ 172 ล้านบาท เติบโต 263% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 106 ล้านบาท

“แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลังทั้งรายได้และกำไรคาดใกล้เคียงกับช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยมีกำลังการผลิตทรงตัวจากครึ่งปีแรก โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 75% ซึ่งปัจจุบันก็สามารถรองรับออเดอร์ที่มีอยู่” นายเย็บ ซู ชวน กล่าว

เขากล่าวอีกว่า ในปี 2554 บริษัทคาดการณ์ว่าการผลิตรถยนต์จะเติบโต 10% จากปีนี้ ทำให้บริษัทคาดว่ารายได้ในปี 2554 จะเติบโต 10% เช่นกัน นอกจากนี้ในปี 2554 ยังมีรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาอย่างน้อย 5 รุ่น ทำให้จำนวนคำสั่งซื้อของบริษัทเพิ่มขึ้น

สำหรับความคืบหน้าในการตั้งโรงงานที่ประเทศจีน จากเดิมที่เช่าพื้นที่อยู่ บริษัทได้จัดสรรงบลงทุนไว้ราว 200-300 ล้านบาท สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานในจีน โดยคาดการณ์ว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปีหน้า ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มเป็น 2 เท่า จากปัจจุบันที่มียอดขายที่จีนอยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทมีออเดอร์รองรับการขยายกำลังการผลิตดังกล่าวจากบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และบริษัท เฌอรี่ ออโตโมบิล จำกัด

Tags : ไทยรุ่งยูเนียนคาร์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    สุนทร ลัภกิตโร

    ขอชื่นชมไทยรุ่งยูเนียนคาร์ หวังว่าจะเติบโต เป็นที่เชิดหน้าชูตาของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย
    สุนทร ลัภกิตโร

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement