กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์

วันที่ 2 มิถุนายน 2553 02:00

"ทาทา"ล้มอีโคคาร์ชู"นาโน"บุกรถเล็ก

ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย)

ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ค่ายรถอินเดีย “ทาทา” ล้มแผนผลิต อีโคคาร์ เหตุคู่แข่ง-ข้อจำกัดสูง ชู "นาโน คาร์" เป็นทางเลือกพัฒนารถเล็ก ย้ำไม่ทิ้งฐานลงทุนไทย

นายอาจิต เวนทาราคามัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทตัดสินใจยกเลิกการลงทุนประกอบรถยนต์อีโค คาร์ หลังจากศึกษาแล้วพบว่า เงื่อนไขในการลงทุนนั้นไม่เหมาะสมกับแนวทางการทำธุรกิจของทาทา โดย "อีโค คาร์" จะมีคู่แข่งมากราย มีข้อจำกัด ที่ไม่สามารถยืดหยุ่นได้ โดยเฉพาะข้อกำหนดให้ต้องผลิตมากถึง 1 แสนคัน ในปีที่ 5 นับแต่เริ่มลงทุน

"แม้ ทาทา จะไม่เข้าร่วมโครงการอีโค คาร์แล้ว แต่ก็ไม่ได้ล้มเลิกแผนการลงทุนในไทย แต่จะมองหาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับแผนธุรกิจระยะยาว ที่ช่วยให้ทาทา มอเตอร์สสามารถดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ" นายอาจิต กล่าว

บริษัทจะเริ่มศึกษาการประกอบรถยนต์ขนาดเล็กที่เหมาะสมกับเมืองไทย โดยมีรถยนต์รุ่น ทาทา นาโน เป็นทางเลือกที่สำคัญ ทั้งยังเปิดกว้างในการพัฒนารถยนต์นั่งรุ่นอื่นในเครื่องยนต์ระดับ 600 - 1,400 ซีซี กำหนดการลงทุนปี 2555 ตามแผนงานเดิมของโครงการอีโค คาร์

ทั้งนี้ ทาทา มอเตอร์ส เป็น 1 ใน 6 ค่ายรถ ที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนโครงการรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงาน หรืออีโค คาร์ จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) โดยโครงการของทาทานั้นมีมูลค่ารวมประมาณ 6,000 ล้านบาท

"เรามองว่าการส่งเสริมรถเล็กนั้น ควรมีขีดจำกัดในการพัฒนาให้น้อยที่สุด การลงทุนไม่ใช่ปัญหาของทาทา แต่ต้องมีความรอบคอบในการตัดสินใจเพื่อให้ทำตลาดอาเซียนได้ด้วย และทาทาคำนวณแล้วว่าส่วนต่างภาษีสรรพสามิตที่สูญเสียไปนั้น เราจึงเลือกเส้นทางใหม่ที่คุ้มค่ากว่า" นายอาจิต กล่าว

แนวทางที่ทาทา มอเตอร์ส จะเลือกใช้นั้น นอกจากผลิตรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่รองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ อี 20 จะมีอัตราภาษีสรรพสามิตอยู่ที่ 25% แต่หากสามารถรองรับเชื้อเพลิง อี 85 ได้ ภาษีสรรพสามิตลดลงอีก 3% หรืออยู่ที่ 22% ตามมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาล่าสุด แต่ถ้าจะให้ได้ภาษีสรรพสามิตต่ำที่สุดต้องผลิตรถไฮบริดหรือรถไฟฟ้า มีอัตราภาษีสรรพสามิตเพียง 10% แต่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นไปได้ยากที่จะนำมาใส่ในรถขนาดเล็กเพื่อทำตลาดในวงกว้าง

สำหรับ การตั้งโรงงานประกอบรถยนต์นั่งขนาดเล็ก รุ่นใหม่ของทาทา จะใช้งบลงทุนไม่น้อยไปกว่าแผนการลงทุนอีโค คาร์ แม้จะต้องเริ่มศึกษาใหม่ แต่จะไม่กระทบต่อเป้าหมายครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์เมืองไทยของทาทา ไว้ที่  5% ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่เข้ามาทำตลาดเมื่อปี 2551 ภายใต้ความเชื่อมั่นต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทยแม้ที่ผ่านมาจะมีปัญหาความไม่สงบทางการเมืองเกิดขึ้นก็ตาม

 

Tags : ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย)

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement