กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์

วันที่ 26 เมษายน 2553 07:48

ค่ายรถฝ่าวิกฤติการเมือง ดันยอดรวมผ่าน6.15แสนคันเท่าปี51

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตลาดรถยนต์ไทยไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.2553) มียอดขายทั้งสิ้น 166,802 คัน เพิ่มขึ้น 54.8%เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2552

ในปีที่แล้ว ช่วงที่เกิดสถานการณ์ลดกำลังการผลิตและลดการจ้างงาน ค่ายรถยนต์มองว่า ตลาดรถยนต์จะมีวัฏจักรแบบ U-Shape คือตลาดจะเริ่มฟื้นในช่วงปลายปีจากการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของทุกประเทศ และจบปีด้วยการหดตัวระดับ 25% แต่เมื่อเข้าสู่ไตรมาสสาม ออเดอร์ที่กลับมาเร็วกว่าที่คิดไว้ทำให้ตลาดรถปีที่แล้วเป็นแบบ V-Shape จนโรงงานผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ต้องเร่งหาแรงงานฝีมือกันขนานใหญ่ เพราะแรงงานบางส่วนที่ปลดออกไปนั้น กลับต่างจังหวัดไปทำการเกษตรแล้วหันหลังให้ภาคอุตสาหกรรม สิ้นปีติดลบเพียง 10% ด้วยยอดขายรวม 5.48 แสนคัน และไตรมาสสุดท้ายตลาดรถคึกคักกันข้ามปีกันเลยทีเดียว

สำหรับยอดจำหน่ายช่วงไตรมาสแรกปี 2553 มียอด 1.66 แสนคันนั้น ตลาดรถยนต์นั่ง มีอัตราการเติบโต เพิ่มขึ้น 50.7% ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ เติบโตเพิ่มขึ้น 57.6% มีปัจจัยจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศ ดังจะเห็นได้จากการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมและบริการปรับตัวดีขึ้น ราคาสินค้าเกษตรมีราคาสูงขึ้นตามทิศทางราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลก การส่งออกเพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันที่ทรงตัว ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ค่ายที่มียอดขายสูงสุด 6 อันดับแรก คือ โตโยต้า 6.98 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 57.1% มีส่วนแบ่งตลาด 41.8% อันดับที่ 2 อีซูซุ 3.53 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 50.1% ส่วนแบ่งตลาด 21.2% อันดับที่ 3 ฮอนด้า 2.18 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 19.2% ส่วนแบ่งตลาด 13.1% อันดับที่ 4 นิสสัน 9,462 คัน เพิ่มขึ้น 79.4% ส่วนแบ่งตลาด 5.7% อันดับที่ 5 มิตซูบิชิ 7,628 คัน เพิ่มขึ้น 97.8% ส่วนแบ่งตลาด 4.6% และ อันดับที่ 6 มาสด้า 6,797 คัน เพิ่มขึ้น 224.3% ส่วนแบ่งตลาด 4.1%

นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผย "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า แนวโน้มของตลาดรถยนต์อยู่ในขาขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากเรื่องราคาสินค้าเกษตรที่ดี เช่น ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง ยกเว้นข้าวที่ราคาตก เมื่อสภาพคล่องในต่างจังหวัดฟื้นตัว สถาบันการเงินและลิสซิ่งก็ผ่อนคลายความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ จึงได้เห็นยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์และรถปิกอัพในไตรมาสที่ 1 เติบโตสูงสุดในรอบ 89 เดือน นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีหากพิจารณาจากยอดขายปิกอัพปี 2552 ที่ตกลงไปถึง 18%

"ชีวิตคนไทยในต่างจังหวัดและชนบทผูกพันกับรถปิกอัพ เพราะมีอเนกประสงค์ นอกจากใช้ขนสินค้าเกษตรและแรงงาน ยังใช้บรรทุกคนสัญจรไปมาได้ด้วย ดูจากเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา คนไทยใช้รถปิกอัพบรรทุกคนและถังใส่น้ำออกมาฉลองวันปีใหม่ไทยกันทั่วประเทศ" นายศุภรัตน์ กล่าว

ในช่วงต้นปี ยักษ์ใหญ่วงการรถยนต์ไทยอย่างโตโยต้า ได้ประมาณการเติบโตของตลาดรถยนต์ไทยปีนี้ไว้ที่ 6 แสนคัน เพิ่มขึ้น 9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 2.51 แสนคัน รถเพื่อการพาณิชย์ 3.49 แสนคัน และรถปิกอัพ 1 ตัน 2.72 แสนคัน

"ไตรมาสที่ 1 และที่ 2 จะเห็นตัวเลขที่สวยหรู จากการส่งมอบรถช่วงมอเตอร์โชว์ แต่ไตรมาสที่ 3 จะตกลงมาตามฤดูกาล แต่แรงซื้อที่อั้นมาประกอบกับรถใหม่ทยอยเปิดตัว เชื่อว่าทั้งปีจะมียอดขายสูงกว่า 6.15 แสนคันระดับเดียวกับปี 2551" นายศุภรัตน์ ระบุ

แม้ว่าปัจจัยลบเรื่องการเมืองจะรุมเร้าและคอยฉุดรั้งความเชื่อมั่น แต่ผู้บริหารสมาคมฯ มองว่าไม่ใช่ผลกระทบโดยตรงกับตลาดรถ

นายศุภรัตน์ กล่าวว่า ความวุ่นวายทางการเมืองและการชุมนุมประท้วง ส่งผลกระทบต่อตลาดรถโดยอ้อมเท่านั้น เนื่องจากด้านเหตุการณ์ก็ดำเนินไปในพื้นที่การชุมนุมใจกลางเมือง แต่ในด้านการใช้จ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น เม็ดเงินก็ยังคงไหลสู่โครงการไทยเข้มแข็งตามแผนงานเดิม สภาพคล่องในเศรษฐกิจและการจ้างงานอยู่ในระดับที่ดี ผลกระทบโดยตรงจะไปเกิดกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยมากกว่า เมื่อนักเดินทางลดลง ความต้องการใช้งานรถตู้ก็น้อยลงตามไปด้วย กลุ่มผู้ประกอบการนำเที่ยวและโรงแรมมีแนวโน้มชะลอการเปลี่ยนรถใหม่ออกไปอีก

Tags : ตลาดรถยนต์ไทย

advertisement

advertisement

advertisement