กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์

วันที่ 8 มีนาคม 2553 02:00

เกาะสัญญาณ ตลาดรถฟื้น บ.แม่เร่งดีลเลอร์ขยายเครือข่าย

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ตลาดรถยนต์ไทย เริ่มต้นปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 3 เข้าสู่ไตรมาส 4 ปี 2552 ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน

หลังจากอยู่ในภาวะซบเซามาตั้งแต่ปลายปี 2551 เมื่อเกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐ หรือชื่อเล่นที่เรียกกันว่า แฮมเบอร์เกอร์ ไครซิส ก่อนจะลุกลามไปทั่วโลก แน่นอนว่าประเทศไทย ก็หนีไม่พ้นวงจรดังกล่าว 

ความวิตกกังวลในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้วงการถึงกับออกมาประเมินสถานการณ์ว่าตลาดจะหดตัวอย่างรุนแรง 25% ในปี 2552 เลยทีเดียว และดูเหมือนว่า สถานการณ์โดยรวม แรงกดดัน และความวิตกที่เกิดขึ้นในทุกซอกมุม จะยิ่งกลายเป็นแรงฉุดรั้งอุตสาหกรรมรถยนต์ให้ถดถอยลงกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ โดยเฉพาะภาคการผลิตที่บางเดือนหดตัวลงไปมากกว่า 50% 

แต่หากจำกันได้ ท่ามกลางความผันผวนที่รุนแรงในปีที่ผ่านมา ก็มีนักการตลาดบางคนมองว่า ภาพรวมของไทยไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เกิดขึ้น เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของประเทศยังดีอยู่ เพียงแต่กระแสต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาจากภายนอก บวกกับปัจจัยภายในที่คนไทยโหมใส่กันเอง นั่นคือ การเมือง ทำให้ภาคธุรกิจหดตัวมากกว่าที่ควรจะเป็น

หนึ่งในผู้ที่มีมุมมองเชิงบวกในปีที่ผ่านมา ก็คือ อีซูซุ โดย ปนัดดา เจณณวาสิน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มองว่า ผลกระทบจากภายนอกที่แผ่ขยายเข้ามา จะไม่รุนแรงเท่า เหตุร้ายเกิดจากภายในของตนเอง และลุกลามออกไปด้านนอก

ปนัดดา เปรียบเทียบว่า เหตุร้ายจากภายในก็คือ วิกฤติเศรษฐกิจปลายปี 2539 ถึง 2540 ซึ่งครั้งนั้น ทำให้ทั่วโลกรู้จักอาหารไทยดียิ่งขึ้น จากเหตุการณ์ที่เรียกว่า ต้มยำกุ้ง ไครซิส ที่แพร่ออกไปยังหลายประเทศ แบบไม่ต้องพึ่งพาโครงการ ครัวไทยสู่ครัวโลกเลยทีเดียว

และเมื่อถึงปลายปี 2552 ต่อเนื่องต้นปี 2553 สมมติฐานของปนัดดา ก็มีน้ำหนักยิ่งขึ้น เมื่อตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์โดยรวมมียอดขาย 4.95 หมื่นคัน ขยายตัวอย่างโดดเด่น 54% และเป็นการขยายตัวในทุกตลาด ส่วนเดือนก.พ. ตัวเลขอย่างเป็นทางการยังไม่ออกมา แต่หลายค่ายก็แจ้งว่ามียอดเพิ่มขึ้นเช่นกัน เช่น บีเอ็มดับเบิลยู ที่เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว

อย่างไรก็ตามในแง่ของตัวเลขการขายที่เพิ่มขึ้น อาจจะยังบ่งบอกไม่ได้เต็มที่นักว่าตลาดรถยนต์ขยายตัวอย่างแท้จริง เพราะมีหลายปัจจัยที่อาจจะส่งผลในระยะสั้นๆ เช่น แรงซื้อที่อั้นจากปีที่ผ่านมา หรือว่า ยอดจองที่ต่อเนื่องมาจากปลายปีที่ผ่านมา เป็นต้น แต่สัญญาณบวกที่จะยืนยันได้ดีกว่า ก็คือ การลงทุนที่เพิ่มขึ้น ของกลุ่มทุนรายย่อยไม่ใช่บริษัทรถยนต์ นั่นคือ ตัวแทนจำหน่าย ที่เริ่มขยับตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะค่ายขนาดกลาง และเล็ก ที่ยังมีเครือข่ายไม่ครอบคลุม ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการขยายตลาด

เริ่มจากฟอร์ดล่าสุด จับนักลงทุนเซ็นสัญญาเพิ่มเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นอีก 22 แห่ง ซึ่งจะทำให้ภายในปีนี้ฟอร์ดมีเครือข่ายจำหน่ายและบริการครบ 100 แห่ง

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจควักเงินขั้นต่ำ 15 ล้านบาท เพื่อลงทุน สาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส บริษัท ฟอร์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากมั่นใจในทิศทางเศรษฐกิจ ตลาดรถยนต์ และที่สำคัญก็คือ แผนธุรกิจที่ชัดเจนของฟอร์ด ที่จะมีรถรุ่นใหม่เปิดตลาดอย่างต่อเนื่องในระยะ 3 ปีนับจากนี้ หลังจากที่ฟอร์ดไม่มีรถใหม่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2548

 ทางด้านมาสด้า ซึ่งกำลังเดินหน้าไปได้ดีกับรถใหม่อย่างมาสด้า 2 ที่มียอดจองยอดส่งมอบรวมประมาณ 7,000 คันในขณะนี้ ขณะที่รถตัวเดิม มาสด้า 3 ก็ยังทำยอดได้น่าพอใจระดับ 3-400 คัน/เดือน เตรียมเพิ่มโชว์รูมรองรับให้เพียงพอกับปริมาณประชากรรถที่เพิ่มขึ้นจาก 106 แห่ง เป็น 130 แห่ง ทั้งนี้ในปัจจุบัน ความล่าช้าในการบริการของมาสด้าเริ่มมีให้เห็นบ้างแล้ว จึงต้องเร่งขยายดังกล่าว

มิตซูบิชิ ถือว่าเงียบไปนานในตลาด จนกระทั่งเปิดตัว แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ปาเจโร สปอร์ต ก็มียอดขายที่ดีขึ้นเรื่อยๆ สามารถแซงหน้ามิว-เซเว่น ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 2 รองจาก โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์
 อย่างไรก็ตามก่อนหน้านั้น ตัวแทนจำหน่ายมิตซูบิชิหายไปจากวงการพอควร ดังนั้นในช่วงนี้มิตซูบิชิจึงต้องหันมาเร่งเพิ่มเครือข่ายครั้งใหญ่อีก 28 แห่ง รวมเป็น 160 แห่งทั่วประเทศ และจะลงลึกไปถึงระดับอำเภอในต่างจังหวัดในอนาคตอีกด้วย

"ในต่างจังหวัดนั้นแต่เดิมมิตซูบิชิกำหนดให้ในแต่ละจังหวัดมีผู้จำหน่ายเพียง 1 รายเท่านั้น แต่ทั้งนี้เมื่อพิจารณาแล้วกลับพบว่าแนวทางดังกล่าวไม่สามารถรองรับความต้องการของตลาดทั้งหมดได้ เราต้องการผู้จำหน่ายมากกว่า 1 แห่ง เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการดังกล่าว รวมทั้งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการขยายจำนวนโชว์รูมโดยเฉพาะในระดับอำเภอ" นายโนบุยูกิ มูราฮาชิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด 

ค่ายรถขนาดเล็กอย่างฮุนไดซึ่งปีที่ผ่านมามียอดขายประมาณ 1,800 คัน เชื่อว่าทิศทางของเอช-1 และแผนการเปิดตัวรถใหม่ ทั้งทูซอน แกรนด์ สตาเร็กซ์ และรถเล็ก ไอเท็น จะทำให้ตลาดปีนี้เติบโต 77% ด้วยยอด 2,500-3,000 คัน ทำให้ต้องขยายเครือข่ายรองรับเช่นกัน จาก 19 แห่ง เป็น 30 แห่งภายในปีนี้

ส่วนตลาดรถหรู อย่างบีเอ็มดับเบิลยู ปัจจุบัน มีตัวแทนจำหน่ายในกรุงเทพ 5 แห่ง ต่างจังหวัด 7 แห่ง ก็มีแผนเพิ่มอีก 3 แห่ง ในกรุงเทพฯ
 

 


 

 

Tags : ตลาดรถยนต์ไทย

advertisement

advertisement

advertisement