กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2553 12:41

สอท.เผยยอดผลิตรถยนต์ม.ค.โตขึ้นกว่า43%

รถยนต์
TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อุตสาหกรรมรถยนต์ส่งสัญญาณเป็นบวก ยอดผลิตเดือนมกราคม53 โตขึ้นกว่า 43% รับอานิสงส์มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ

นายสุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  โฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์  สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  (ส.อ.ท.)  เปิดเผยจำนวนยอดขายภายในประเทศ การผลิต และการส่งออกรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศ ในเดือนมกราคม 2553 ดังต่อไปนี้ โดยยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนมกราคม 2553 มีจำนวนทั้งสิ้น 49,560 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 54.5 แต่ลดลงจากเดือนธันวาคม 2552 ร้อยละ 31.25

เนื่องจากเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา มีการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ส่งผลให้ยอดขายในเดือนธันวาคมสูงกว่าเดือนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ยอดขายรถยนต์ 49,560 คัน นี้ เป็นไปตามเป้าที่คาดว่า ยอดขายภายในประเทศปี 2553 จะถึง 600,000 คัน ซึ่งมากกว่าปี 2552 ที่ขายได้ 548,871 คัน โตขึ้นร้อยละ 9.32 ทั้งนี้ เป็นผลจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น และจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าหลายตัวสูงขึ้น รวมทั้งมีรถยนต์รุ่นเล็กมาเสริมตลาดด้วย  ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 153,312 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 39.45 และเพิ่มขึ้นจากเดือนธันวาคม 2552 ร้อยละ 3.99

ด้านการผลิต จำนวนรถยนต์ทั้งหมดที่ผลิตได้ในเดือนมกราคม 2553 มีทั้งสิ้น 103,892 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 43.39 แต่ลดลงจากเดือนธันวาคม 2552 ร้อยละ 7.01 รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 32,680 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 70.97 รถยนต์โดยสารขนาดต่ำกว่า 10 ตัน และมากกว่า 10 ตัน ขึ้นไป ในเดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 20 คัน ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 66.10 รถยนต์บรรทุก เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ทั้งหมด 71,192 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 33.61 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ทั้งหมด 69,586 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 33.36 โดยแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 25,076 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552 ร้อยละ 70.55
รถกระบะดับเบิลแค็บ 35,546 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552 ร้อยละ 1.32
รถกระบะ PPV 8,964 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552 ร้อยละ 274.59
รถบรรทุกต่ำกว่า 5 ตัน  เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 526 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552    ร้อยละ 136.94 
รถบรรทุกขนาด 5 - 10 ตัน  เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 353 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552   ร้อยละ 20.89  รถบรรทุกมากกว่า 10 ตัน  เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 727 คัน  เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552    ร้อยละ 23.64 

ด้านผลิตเพื่อส่งออก เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 57,380 คัน เท่ากับร้อยละ 55.23 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 8.48 เนื่องจากตลาดส่งออกทุกตลาดดีขึ้นจากปีที่แล้ว รถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2553 ผลิตเพื่อการส่งออก 12,248 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 2.21 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2553 มียอดการผลิตเพื่อการส่งออก 45,132 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 10.31 โดยแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 9,732 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552  ร้อยละ 17.52
รถกระบะดับเบิลแค็บ 29,304 คัน ลดลงจากเดือน มกราคม 2552  ร้อยละ 4.91
รถกระบะ PPV 6,096 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552 ร้อยละ 235.87

ด้านผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 46,512 คัน เท่ากับร้อยละ 44.77 ของยอดการผลิตทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 137.79 เนื่องจากยอดขายภายในประเทศที่สูงขึ้นรถยนต์นั่ง เดือนมกราคม 2553 ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 20,432 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 186.48 รถกระบะขนาด 1 ตัน เดือนมกราคม 2553 มียอดการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 24,454 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 117.04 ซึ่งแบ่งเป็น

รถกระบะบรรทุก 15,344 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552  ร้อยละ 138.93
รถกระบะดับเบิลแค็บ 6,242 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552  ร้อยละ 46.29
รถกระบะ PPV 2,868 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือน มกราคม 2552  ร้อยละ 396.19
รถบรรทุก เดือนมกราคม 2553 ผลิตได้ 1,606 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 45.74

ด้านรถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2553 ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 202,311 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 20.97 แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 159,581 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 15.24 และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 42,730 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 48.58

ด้านการส่งออก รถยนต์สำเร็จรูป เดือนมกราคม 2553 ส่งออก 58,525 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 18.34 และมากกว่าเดือนธันวาคม 2552 ร้อยละ 9.18 มีมูลค่าการส่งออก 28,132.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 22.13 เครื่องยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 1,368.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 231.95 ชิ้นส่วนรถยนต์อื่นๆ มีมูลค่าการส่งออก 9,174.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 65.88 อะไหล่รถยนต์ มีมูลค่าการส่งออก 900.05 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 2.97

รวมมูลค่าส่งออกรถยนต์เดือนมกราคม 2553 เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ และอะไหล่ มีมูลค่า 39,575.70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 32.33 รถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2553 มีจำนวนส่งออก 44,370 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 10.94 และน้อยกว่าเดือนธันวาคม 2552 ร้อยละ 30.64 โดยมีมูลค่า 980.09 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 37.90 ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 876.01 ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 13.03 อะไหล่รถจักรยานยนต์ มีมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 51.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 128.65

รวมมูลค่าการส่งออกรถจักรยานยนต์ เดือนมกราคม 2553 ชิ้นส่วนและอะไหล่รถจักรยานยนต์ 1,907.50  ล้านบาท ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ร้อยละ 26.86 เดือนมกราคม 2553 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป  เครื่องยนต์  ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์  ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 41,483.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ร้อยละ 27.59

Tags : รถยนต์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7

ออกตัวก่อนว่าเป็นผู้รู้น้อย
แต่ว่าเค้าเทียบราคาตลาดโลกต่อ บาร์เรล
แต่ราคาที่อ้างอิงในประเทศเป็นราคาต่อลิตร
คงจะเอามาเทียบเป็นตรรกะแบบคุณความเห็นที่ 2 ไม่ถูกต้องกระมัง

ความคิดเห็นที่ 6

คนญี่ปุ่นโปรดทราบ และ โปรดบอกคนญี่ปุ่นทุกคนว่า
อย่ามาโฆษณาที่เครือเนชั่น เพราะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้
โดย สุทธิชัย หยุ่นเข้ากับ อเมริกา และ เขียนโจมตีรถโตโยต้า
มันด่าว่ายี่ห้อรถโตโยต้า และ รถญี่ปุ่น อย่างเสียๆหายๆ
ถ้าพวกคุณยังรักชาติคุณอยู่ อย่าไปโฆษณากับมัน ครับ

ความคิดเห็นที่ 5

คนญี่ปุ่นโปรดทราบ และ โปรดบอกคนญี่ปุ่นทุกคนว่า
อย่ามาโฆษณาที่เครือเนชั่น เพราะหนังสือพิมพ์ฉบับนี้
โดย สุทธิชัย หยุ่นเข้ากับ อเมริกา และ เขียนโจมตีรถโตโยต้า
มันด่าว่ายี่ห้อรถโตโยต้า และ รถญี่ปุ่น อย่างเสียๆหายๆ
ถ้าพวกคุณยังรักชาติคุณอยู่ อย่าไปโฆษณากับมัน ครับ

ความคิดเห็นที่ 4

*กราบขออภัยหากข้อความนี้รบกวนท่าน*
ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนนะครับว่า ผมเองเป็นวิศวกรทำงานมาร่วม 10 ปี ทำยังไงก็ไม่รวยซักที
ผมก็หางานทางเนตมาเรื่อยๆ ก็ยังไม่ถูกใจ จนมาเจอธุรกิจนี้ ผมก็ค่อนข้างมีทัศนคติที่ดี กับธุรกิจนี้
เพราะ ไม่ต้องอบรม ไม่ต้องคลิกโฆษณา ไม่ต้องขาย ไม่ต้องนั่งอ่านเมล์ ไม่ต้องเปิดคอมฯทิ้งไว้เก็บคะแนน
แต่ที่มันยังติดอยู่นิดนึงตอนเริ่มแรก ก็คือ มันต้องจ่ายทุกเดือน เดือนละ 10 ดอลล่า (ประมาณ350บาท)
นี่หละปัญหา แต่ที่ผมตัดสินใจลองทำ ก็เพราะว่า เค้าให้ทดลองทำ"ฟรี" 7 วัน
ไม่พอใจก็ไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องเสียเงินซักบาท ผมก็ต้องลองซิ
"ของฟรีใครก็ชอบ" ใช่ใหมครับ มันไม่เสียหายหนิ
ถ้าผมจะลองหารายได้แบบฟรีๆ ลองตามไปดูรายละเอียดกันครับ ไปที่
http://www.21millionaire.ws

ความคิดเห็นที่ 3

รำคาญความคิดเห็นที่ 1 ใครก็ได้ช่วยจัดการที ไร้สาระ

ทำไมไม่เทียบว่า ตอนที่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 10 ดอล ราคาบ้านเราอยู่ที่ 15 บาท ถ้าราคาตลาดโลกตอนนี้อยู่ที่ 70 ราคาบ้านเราก็ต้อง 105 บาทไม่ใช่หรือ

คิดอย่างคุณมันคิดแบบคนเห็นแก่ตัว หรือไม่ก็มีมิจฉาทิฐิ หรือไม่ก็รับเงินเขามา

ความคิดเห็นที่ 2

Yes, good investment. Using cheap labours and earn big profits... as a long as they still want employments we earn.

ความคิดเห็นที่ 1

ผมได้ทำประวัติราคานำมันมาหลายปี จึงขอเรียนให้ท่านผู้บริโภคที่ต้องใช้นำมันทราบว่าทุกวันนี้พวกเราถูกเอารัดเอาเปรียบกันมากๆ จากการฮั้วของผู้ประกอบการ เรามาดูประวัติราคาตลาดโลกกันครับ ราคาเคยขึ้นสูงสุดถึง 135 เหรียญเศษ/บาร์เรล แต่ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ในตอนนั้นราคาเพียง 39 บาทเศษ แต่ในปัจจุบันราคาตลาดโลกอยู่ที่เพียง 70 เหรียญเศษ/บาร์เรล แต่ราคาแก๊สโซฮอล์95บ้านเรากลับสูงถึง 32.74 บาท สื่อบ้านเราก็ชอบชี้นำในทางบวกต่อผู้ประกอบการ เวลานำมันตลาดโลกขยับขึ้นแค่1-2วันดันเสือกไปถามไอ๊มนูญ ไอ๊อนุสร แสงฯ แต่เวลาราคาตลาดลงติดต่อกัน4-5วัน พวกสื่อไม่คิดถามกันบ้างเลยว่าจะลดราคาเท่าได สคบ ก็เงียบมากๆ ดังนั้นผมคิดว่าพวกเราควรออกมาพูดกันให้ดังๆได้แล้ว ผู้ประกอบการควรมีความโปร่งใสในเรื่องราคาโดยแจ้งเป็นตารางราคาว่าราคาตลาดโลกเท่าใด ราคาสิงคโปร์เท่าใด = ราคาบ้านเราเท่าใด เปิดเผยราคาติดให้ทราบกันทั่วเลย ผู้ใช้นำมันจะได้ทราบว่าราคาที่แท้จริงเป็นเท่าใด
ท่านนายกอภิสิทธิ์ เคยบอกไว้ว่าถ้าได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ราคาถูก ทั้งที่ตอนนั้นราคาตลาดกว่าร้อยเหรียญ ตอนนี้ราคาตลาดโลกแสนถูก แต่ท่านก็ทำให้ราคาบ้านเราแสนแพง ช่างเก่งจริงน่ะหนูน้อย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement