ฮอนด้าไทยออกโรงแจงเรียกคืนรถ หลังลูกค้าสับสน ยันแค่รุ่นซิตี้ ปี 2008 เผยเรียกตรวจสอบแล้ว ขณะที่โตโยต้า ระบุรถในไทยไม่กระทบ
ข่าวการเรียกรถเพื่อเข้ารับการแก้ไข หรือรีคอล (Recall) ทำให้เกิดความตระหนกในกลุ่มลูกค้าฮอนด้าในเมืองไทย เพราะสับสนเรื่องรุ่นรถที่ทำการรีคอล คือฮอนด้า
ซิตี้ ล่าสุดฮอนด้า ได้ทำเอกสารชี้แจงเพื่อความเข้าใจลูกค้า
นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าในไทย เปิดเผยว่า
รถยนต์ฮอนด้า ซิตี้รุ่นปี 2008 ที่มีปัญหาและเตรียมเรียกกลับเข้ามารับการแก้ไข ไม่ใช่โฉมปัจจุบันที่กำลังจำหน่ายอยู่ ซึ่งรุ่นที่จำหน่ายเป็นรุ่นปี 2009 หรือโมเดลเชนจ์ แม้ว่ารถรุ่นนี้จะออกสู่ท้องตลอดในช่วงปลายไตรมาส 3 ของปี 2551 ก็ตาม แต่ขณะนี้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนในกลุ่มลูกค้า เพราะมีการใช้ภาพของรถรุ่นใหม่ประกอบการรายงานข่าวชิ้นนี้ในสื่อมวลชนบางแขนง
“ขณะนี้บริษัทกำลังตรวจสอบอยู่ว่าชิ้นส่วนล็อตที่มีปัญหาติดตั้ง ในรถของลูกค้าท่านใดบ้าง ก่อนจะออกจดหมายเรียกเพื่อให้นำรถกลับเข้าศูนย์บริการตั้งแต่เดือนก.พ.เป็นต้นไป”
นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ออกแถลงการณ์ชี้แจงการเรียกรถฮอนด้าแจ๊ซ (หรือฮอนด้า ฟิต ในบางประเทศ) และฮอนด้า ซิตี้ ว่าปัญหาดังกล่าวเกิดกับชุดควบคุมกระจกไฟฟ้าด้านคนขับ เนื่องมาจากน้ำที่ไม่สะอาด และเป็นตัวนำไฟฟ้าที่มีปริมาณมากจากภายนอก ไหลเข้าไปในแผงวงจรจนทำให้เกิดการลัดวงจรขึ้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวในไทยยังไม่เคยได้รับรายงาน
ด้านค่ายรถยนต์โตโยต้า นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์
โตโยต้ากล่าวว่า การเรียกรถกลับเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยจากกลไกขาคันเร่งในรถยนต์ 8 รุ่นที่ทำการผลิตและจำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้นขอยืนยันว่า ลูกค้าในไทย ไม่ได้รับผลกระทบ เพราะการออกแบบ วัสดุที่ใช้ในการผลิตแตกต่างจากรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
Tags : ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) • โตโยต้า • ฮอนด้า ซิตี้


ความคิดเห็นที่ 8
panpee , 4 กุมภาพันธ์ 2553 14:32
รถยนต์แพงขึ้นทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่ ก็แปลกใจมากที่ว่าไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกแสดงว่าต้องผลิตจำนวนมาก โดยปกติต้นทุนการผลิตน่าจะลดลงมากด้วย แต่ทำไมราคาขายจึงขึ้นทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่ จะว่าต้นทุนค่าแรงหรือวัสดุที่เพิ่มขึ้น ก็คงใช่ แต่ถ้าไปดูสินค้าอื่นเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ก็มีราคาลดลงมาตลอด แสดงว่าผู้ผลิตเอากำไรมากเกินไป และยิ่งมาเจอปัญหาเรื่องคุณภาพแบบนี้อีก มันไม่แฟร์กับผู้บริโภคครับ
ความคิดเห็นที่ 7
แย่มากๆ , 3 กุมภาพันธ์ 2553 09:27
โตโยต้าอธิบายอย่างนี้แสดงว่าวัสดุที่ผลิตในไทยดีกว่าที่ผลิตในอเมริกาอีกรึ? เป็นไปได้หรือครับ
ไม่รู้ว่าจะดีใจที่โตโยต้าไทยผลิตรถได้ดี
หรือว่าเสียใจที่โตโยต้าทำแบบนี้ แล้วเราจะซื้อรถโตโยต้าต่อไปมั้ยนี่ คงต้องมาพิจารณาใหม่อีกหลายๆ รอบ
ความคิดเห็นที่ 6
Somsak , 2 กุมภาพันธ์ 2553 09:41
คคห ที่ 5 กฎหมายไทยมันอ่อน ชีวิตคนไทยมันถูก ความจริงก็คือ มันมีปัญหา แต่ไม่ทั้งหมด ไม่ใช่ทุกคนจะเจอ แต่ที่อเมริกานี่ เรียกคืนก่อน แล้วประกาศในหนังสือพิมพ์เลยว่า เราเรียกกลับ เพราะมันเป็นหน้าที่ของเรา ปล่อยส่งเดชไม่ได้ โดยฟ้องที เสียทั้งชื่อ เสียทั้งเงิน คนไทยนี่ซวยที่เกิดมาอยู่ในไทย รถก็แพง คุณภาพก็ห่วย เหล็กก็บาง รักเมืองไทย แต่เป็นอย่างนี้แหละ ถึงไม่อยากจะกลับ ห่วยจริงๆ อ้อ อีกอย่าง หน่วยงานรัฐมันซื้อง่ายราคาถูก เป็นคนไทยนี่ ซวยหลายต่อเนอะ เสียภาษีไป เหมือนเงินเสียเปล่า เศร้าจริง จะไปด่า บริษัทรถก็ไม่ได้ เพราะมันเป็นเพราะระบบ ใครล่ะที่ถือหุ้นในโตโยต้า
ความคิดเห็นที่ 5
ประสบการณ์ตรง , 2 กุมภาพันธ์ 2553 09:34
พ่อดิฉันได้ซื้อรถ TOYOTA ALTIS ให้ดิฉันเพื่อเป็นของขวัญมาเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2008
เมื่อประมาณ เดือน มีนาคม 2009 ครอบครัวเราได้เดินทางไปต่างจังหวัด จึงเป็นโอกาสที่พ่อจะได้ลองใช้งานรถที่ซื้อมา
ขากลับ ขณะที่พ่อดิฉันกำลังเหยียบคันเร่ง เพื่อแซงรถ ปรากฏว่า
พ่อดิฉันตะโกน ออกมาว่า " คันเร่งค้าง "
ตอนนั้นดิฉันและครอบครัวตกใจมาก
พ่อจึงตัดสินใจเปลี่ยนเกียร์ ไปที่ N จึงทำให้คันเร่งกลับขึ้นมาเหมือนเดิม แล้วพ่อจึงเหยียบเบรค
เราไม่ได้เข้าไปยุ่งกับพรมรองเท้าเลยสักนิด เพราะฉะนั้นตัดไปเลยเรื่องปัญหาจากพรมรองเท้า
หลังจากนั้นเราได้ไปที่ศูนย์เพื่อแจ้งปัญหา แต่ว่า พนักงานตอบว่า " รถเราทำมาดี " เราเลยไม่สามารถทำอะไรได้
โชคดีที่ตอนนั้นพ่อสามารถแก้ไขสถานการณ์ได้ ครอบครัวเราจึงรอดจากเหตุการณ์เลวร้ายไปได้
แต่ขอถามหน่อยว่า ถ้าตอนนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นในขณะที่ฉันขับอยู่คนเดียว ผู้หญิงที่เพิ่งขับรถได้ไม่นาน จะเกิดอะไรขึ้น แล้วดิฉันจะแก้สถานการณ์ยังไง
และที่สำคัญมันไม่ได้เกิดกับรถดิฉันคันเดียว
เพื่อนดิฉันก็ใช้รถรุ่นเดียวกัน ดิฉันเลยโทรบอกวิธีการแก้สถานการ์กับเพื่อน
เพื่อนดิฉันก็เลยนึกได้ว่า เพื่อนดิฉันก็เคยเกิดเหตุการณ์คันเร่งค้าง มาแล้วสองครั้ง คือ คันเร่งจะค้างเป็นระยะเวลาสั้นๆและคืนตัวช้ากว่าปกติ แต่ตอนนั้นเค้าเข้าใจว่าเป็นเพราะพรมรองเท้า
จากการพูดคุยของเรา ดิฉันวิเคราะห์ว่า จะเกิดเหตุการณ์คันเร่งค้าง เมื่อเราเหยียบคันเร่ง เพื่อเร่งอย่างแรง
เพราะว่า พ่อ และ เพื่อนดิฉันเป็นคนขับรถเร็ว แต่ว่าดิฉันเป็นคนขับรถไม่เร็วมากก็เลยไม่เคยเกิดขณะที่ดิฉันขับ
ตอนนี้ดิฉันกับเพื่อนรู้สึกไม่ปลอดภัยในรถที่ตัวเองใช้ แต่เราไม่รู้จะทำยัง เพราะเราเป็นคนไทยเหรอคะ เราไม่ใช่ อเมริกัน เหรอคะ
รบกวนสอบถาม นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ความคิดเห็นที่ 4
gems , 2 กุมภาพันธ์ 2553 09:13
ทีแรกนึกว่าไทยบางส่วนจะมีผลพลอยได้ตามเมกาและยูเคสุดท้ายก็แห้วชาตินี้คงไม่มีกฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคได้ดีเท่าเมกาหรอกมั้ง
ความคิดเห็นที่ 3
ยายเที่ยง , 2 กุมภาพันธ์ 2553 08:44
กฏหมายคุ้มครองผู้บริโภคไทยแย่กว่าอเมริกามาก ทำให้ * โตมันได้ใจ ไม่ซ่อมให้ลูกค้า นอกจากจะไปโวยเสียงดังที่ศูนย์
ความคิดเห็นที่ 2
พิจิตร , 2 กุมภาพันธ์ 2553 08:17
รถผมประมาณปี 2007 ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนข่าวเลย กระจกด้านคนขับมีปัญหา เปิดเลื่อนได้มั่งไม่ได้มั่งและอีกอย่างเวลาฝนตก น้ำก็ไหลเข้ากระจกด้วย แต่ซื้อมานานแล้วศูนย์เค้าไม่รับผิดชอบให้หรอกเคยไปถามแล้ว แล้วอย่างนี้จะเรียกร้องอะไรได้หรือเปล่าคับ ใครรู้บอกที...
ความคิดเห็นที่ 1
ขัดคอ , 2 กุมภาพันธ์ 2553 07:32
คนไทยยังชอบเสี่ยงและคิดว่า"เหนียว" โดยมีหลวงพ่อคุ้มครองอยู่เลยเปิดโอกาสให้ญี่ปุ่นทำอะไรมาให้ใช้ก็ใช้ ถ้าฝรั่งพบว่าบกพร่องรถที่ใช้ในบ้านเราจะเหลืออะไรเพราะเขารู้ว่ามาตรฐานความปลอดภัยของเราต่ำเลยทำชุ่ยๆ บ้านเมืองใม่สนใจคนใช้ก็ละเลย เรามาฟ้องร้องกันเอาเองดีกว่าเป็นตัวอย่าง ผู้บริโภคไม่ต้องเสียอะไรพอเรื่องถึงศาลผู้ผลิตจะเป็นผู้พิสูจน์ทั้งหมด ขอให้ตื่นตัวกันหน่อย