นิสสัน มีงานที่ท้าทายรออยู่ในอีกไม่นานนับจากนี้ นั่นก็คือ การแนะนำรถในโครงการรถเล็กประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล หรือ อีโค คาร์
การเป็นค่ายแรกที่เปิดตัว แน่นอนว่ามีทั้งข้อดี และความเสี่ยงในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะในเรื่องความคาดหวังด้านราคาของลูกค้า นิสสัน มองมุมนี้อย่างไร "กรุงเทพธุรกิจยานยนต์" สัมภาษณ์พิเศษ "โทรุ ฮาเซกาวา" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ถึงความพร้อมของรถเล็กคันใหม่ และภาพรวมทิศทางนิสสัน
อีโค คาร์ ราคาต่ำดังที่ลูกค้าคาดหวังหรือไม่
จริงๆ แล้ว เราไม่เคยบอกว่าอีโค คาร์ เป็นรถราคาถูก แต่เป็นรถที่มีราคาที่สามารถหาซื้อได้มากกว่า การคาดหวังจะได้เห็นรถราคาถูกอาจจะหมายถึงการต้องลดมาตรฐานบางอย่างลง แน่นอนการจะขายให้ได้ สิ่งที่ดีที่สุด คือ การลดราคา แต่ว่าการจะไปลดสเปคนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเราต้องการผลิตรถตามมาตรฐานของนิสสัน ซึ่งจะต้องได้รับการยอมรับจากตลาดโลก ที่เรามีแผนส่งออกจากเมืองไทยด้วย
อุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถเอาออกได้ อาทิเช่น ระบบเกียร์ ซีวีที อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย และระบบที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยมลพิษ ที่ทำให้อีโค คาร์ ของนิสสัน ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่น้อยกว่า 120 กรัม/กม. ซึ่งดีที่สุดในโลกการประหยัดน้ำมันก็มากกว่า 20 กม./ลิตร เป็นรถขนาดเล็กที่นั่งได้ 5 คน มีพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ มีอุปกรณ์ไฮเทค ผมถือว่ามันเป็นสมาร์ท ชอยช์ (smart choice)
คาดหวังกับอีโค คาร์ ไว้มากน้อยแค่ไหน
แน่นอน เราเชื่อว่าจะไปได้ดี อีโค คาร์ เป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งรัฐต้องให้การสนับสนุน และเราก็มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จ อีโค คาร์ จะกลายเป็นรถที่มีบทบาทอย่างมาก เช่นเดียวกับรถปิกอัพ และหากมองถึงองค์ประกอบอื่นๆ โดยรวมทั้งหมด ทั้งความต้องการของลูกค้า หรือว่าราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้า ก็ต้องบอกว่า อีโค คาร์ เป็นรถที่ถูกที่ถูกเวลา หรือ "right car right time"
เราจะเปิดตัวอีโค คาร์ ในเดือน มี.ค. 2553 และเชื่อว่าจะไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวัง เพราะที่ผ่านมา เราศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง มีการสื่อสารถึงกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด อีโค คาร์ จะเป็นรถที่ตอบสนองทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อม คุณภาพตัวรถ และความพึงพอใจในการขับขี่
มองในภาพรวม ตลาดรถยนต์เมืองไทยจะมุ่งไปที่รถเล็กหรือไม่
เราเชื่ออย่างนั้น ปัจจุบันตลาดใหญ่คือปิกอัพ ซึ่งขณะนี้ เรียกว่าอยู่ตัว มีอัตราการเติบโตปกติ แต่รถเล็กต่างหากที่จะมีการเติบโตอย่างชัดเจนแน่นอน เพราะว่าผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการประหยัดพลังงาน และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เป็นทิศทางทั่วโลกที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก่อนผมมาเมืองไทย ผมทำงานอยู่ที่ดูไบ ซึ่งที่นั่นผลิตน้ำมันใช้ได้เองและมีราคาถูก แต่ผู้คนที่นั่นก็ให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งรถที่ประหยัดน้ำมันนั้น เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีกว่า ผมเชื่อว่าตลาดรถขนาดเล็กในกลุ่มบี คาร์ จะโต และก็หวังว่ารถอีโค คาร์ จะเป็นผู้นำในตลาดบี คาร์
วางแผนผลักดันตลาดอย่างไร
เมื่อเปิดตัว เราจะทำเป็นแพ็คเกจ ทุกอย่างต้องดำเนินการควบคู่กันไป ทั้งตัวสินค้า ราคา โปรโมชั่น การบริการ และเครือข่ายจำหน่ายและบริการ ปี 2553 เราตั้งเป้าว่าส่วนแบ่งการตลาดของนิสสัน จะเพิ่มขึ้นเป็น 7.5% ส่วนหนึ่งมาจากอีโค คาร์
หากอีโค คาร์ ของนิสสันสำเร็จ จะจูงใจค่ายอื่นๆ ให้เร่งโครงการหรือไม่
ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำอย่างนั้นได้ อย่างน้อยก็เกือบปีที่จะมีแต่อีโค คาร์ ของนิสสันเท่านั้น
ทำอย่างไรไม่ให้การเปิดตัวอีโค คาร์ ผิดพลาดเหมือนครั้งเปิดตัวทีด้า
นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมผมถึงมาที่นี่ (หัวเราะ) ตอนนั้นผมยังไม่ได้มารับตำแหน่งที่เมืองไทย แต่ก็พอจะรับรู้ได้ว่าความผิดพลาดของทีด้า ซึ่งเกิดจากการไม่ได้ศึกษาอย่างลึกซึ้งเพียงพอ รวมถึงความผิดพลาดในการสื่อสารกับลูกค้า การกำหนดราคาจำหน่าย หรือว่าการสร้างจุดขายที่ชัดเจนแต่ว่าหลังจากปรับเปลี่ยนใหม่ นิสสันเริ่มศึกษาตลาดอย่างจริงจังตั้งแต่เดือน ก.พ.ปีที่แล้ว รวมทั้งมีกิจกรรมการตลาดส่งเสริม ภาพรวมก็ดีขึ้นเราเชื่อว่าจะไม่มีการผิดพลาดอีกต่อไป
ในส่วนเอ็กซ์ เทรล นิสสัน ก็เคยล้มเหลวกับรุ่นแรกคิดว่าจะซ้ำรอยอีกไหม
เอ็กซ์ เทรล ผลิตในอินโดนีเซีย และกลายเป็นรถที่ขายดีที่สุดที่นั่นไปแล้วในขณะนี้ และรถตระกูลนี้ครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ในญี่ปุ่นมาถึง 7 ปี แล้วทำไมในเมืองไทยจะเป็นอย่างนั้นบ้างไม่ได้ กับเอ็กซ์ เทรล เรามั่นใจในเรื่องของราคา ขณะที่ตัวรถเองก็มีจุดขายทั้งเรื่องของการขับขี่ หรือว่าพื้นที่บรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ ก็น่าจะประสบความสำเร็จด้วยดี ส่วนรุ่นแรกที่ตลาดไม่ค่อยเดินนั้น คาดว่าราคาอาจจะไม่เหมาะสม และที่สำคัญ จังหวะการเปิดตัวไม่ดี คือ เปิดตัวหลังรถพีพีวี ซึ่งได้รับความนิยมจากคนไทยมากในขณะนั้นแต่ถึงวันนี้เราเชื่อว่าเอสยูวีแท้ๆ อย่างเอ็กซ์ เทรล น่าจะได้รับการตอบรับแทนที่พีพีวีมากขึ้น เพราะพีพีวีเป็นรถที่มีน้ำหนักมาก ทำให้ไม่ประหยัดน้ำมันเท่าที่ควร ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในขณะนี้ ผมเชื่อมั่นว่าเมืองไทย ตลาดเอสยูวีแท้ๆ จะกลับมา
การเป็นรถที่ผลิตจากอินโดนีเซีย มีผลลบต่อการทำตลาดหรือไม่
ผมคิดว่าจะผลิตที่ไหนก็ตาม คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ปัจจุบันรถหลายรุ่นผลิตที่นั่น และได้รับการยอมรับ อาทิเช่น อินโนวา อแวนซ่า หรือว่าฟรีด
Tags : โทรุ ฮาเซกาวา • นิสสัน มอเตอร์ส (ประเทศไทย) อีโค คาร์

ความคิดเห็นที่ 7
ผู้ใช้รถนิสสันมาร์ช , 10 พฤษภาคม 2553 13:43
ใครใช้นิสสันมาร์ช เวลาขับเข้าเกียร์สองสามแล้วผ่อนคันเร่ง มีเสียงดังหรือไม่ แล้วประหยัดน้ำมันจริงมั้ย เติมห้าร้อยวิ่งได้แค่ 120 กิโล ไม่ทราบว่าประหยัดหรือป่าว
ความคิดเห็นที่ 6
สนอง จันทร์ดวง , 8 กุมภาพันธ์ 2553 10:12
อยากรู้ว่างาะมีงานแสดง อีโคคาร์ เมื่อไร และที่ใหน อยากใช้รถประหยัดอยู่
ความคิดเห็นที่ 5
TAOTAO , 4 กุมภาพันธ์ 2553 09:45
ตกลงใช่ Nissan MARCH รึเปล่า
ความคิดเห็นที่ 4
MPV , 3 กุมภาพันธ์ 2553 15:10
PPV ไม่ใช่แค่น้ำหนักมากอย่างเดียวนะครับ
ขนาดภายในมันกว้างกว่าด้วย เหมาะกับการโดยสารที่มีมากกว่า 4 คน หรือมีสัมภาระเยอะ
มีความซับซ้อนทางเทคโนโลยี่น้อย บำรุงรักษาง่ายและต่ำกว่า
แต่อาจไม่หรูเท่า SUV แท้ๆ แต่ก็สมกับราคาแล้วครับ
ความคิดเห็นที่ 3
ชูวงศ์ วัฒโนดร , 2 กุมภาพันธ์ 2553 15:14
เห็นด้วยกับความเห็น ที่ ๑ ผมไม่เคยมองทีด้า เพราะรังเกียจคุณปลื้ม นิสสันเลือกพรีเซ็นเตอร์ผิด ทีด้าเลยขายได้น้อย
ความคิดเห็นที่ 2
pumin2000 , 2 กุมภาพันธ์ 2553 08:32
ราคาขายจะเป็นตัวแปรในส่วนแบ่งตลาด
ความคิดเห็นที่ 1
Taxin , 1 กุมภาพันธ์ 2553 22:08
ความล้มเหลวของทีด้า คือการใช้ปลื้มเป็นพรีเซนเตอร์
ผมปลื้มนิสสันทีด้า แต่ฉันไม่ปลื้มแกหวะ