เมอร์เซเดส-เบนซ์ ไม่ประมาทภาวะเศรษฐกิจ ชี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะการเมือง กำหนดแผนสำรองรับมือพร้อมเปิดตัวอี-คลาส ซีเคดี ราคา 4.9 ล้าน
ศาสตราจารย์ อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า สถานการณ์เศรษฐกิจ และตลาดรถยนต์ในปี 2553 แม้จะมีหลายคนมองว่าฟื้นตัว และมีอนาคตสดใสรออยู่ แต่ในมุมมองของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เห็นว่า ยังอยู่ในภาวะที่ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากยังมีปัจจัยลบหลายประการ โดยเฉพาะเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งอยู่ในจุดที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อวงกว้าง นอกจากนั้นหากมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นในประเทศ เช่นการปิดสนามบิน ก็จะกระทบกับธุรกิจท่องเที่ยวและจะลุกลามไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ต่อไป
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบอื่นๆ ก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราที่ยังคงผันผวน รวมถึงต้องดูถึงภาครัฐที่ปีนี้จำเป็นจะต้องหาเงินเข้ามาสำหรับใช้จ่าย หลังจากที่ปีที่ผ่านมาใช้งบประมาณไปจำนวนมากกับหลายๆ โครงการ
ประธานบริหาร กล่าวว่า มุมมองดังกล่าวทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ไว้ 2 แนวทาง (2 scenarios) เพื่อรับมือกับสถานการณ์เชิงลบ และพร้อมจะบุกหากทุกอย่างเป็นบวก
"เรามีแผนภายในที่เรียกว่า prepare for pain เป็นการเตรียมความพร้อมหากสถานการณ์ไม่ดี"
โดยปีที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เริ่มจัดการกับสต็อกสินค้า และแล้วเสร็จแล้วในขณะนี้ทำให้การบริหารสต็อกง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงโรงงานประกอบก็ทำงานได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
ทั้งนี้สิ่งที่เมอร์เดส-เบนซ์ เตรียมการสำหรับแผนธุรกิจก็คือ การเพิ่มความใกล้ชิดกับตัวแทนจำหน่ายมากขึ้น เนื่องจากในสภาวะที่เศรษฐกิจโลก และของไทยมีความอ่อนไหว จำเป็นที่บริษัทจะต้องได้รับข้อมูลเชิงลึกของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วมากที่สุด และผู้ใกล้ชิดลูกค้ามากที่สุดก็คือ ตัวแทนจำหน่าย นอกจากนี้ก็ยังเตรียมเพิ่มเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการมากขึ้น ในพื้นที่ที่ยังว่าง เช่น ช่วงระหว่าง เพชรบุรีถึงชุมพร หรือทางพื้นที่จังหวัดเชียงราย เป็นต้น
ด้าน นายอรุณ สมุทรสาร รองประธานบริหารฝ่ายบริการหลังการขาย กล่าวว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะปรับปรุงงานบริการเช่นกัน โดยจะเพิ่มความละเอียดแม้แต่จุดเล็กๆ เช่น การทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รับรถ รวมไปถึงการใช้สรรพนามเรียกลูกค้า
นอกจากนี้ยังเห็นว่าปัจจุบันรถยนต์มีเทคโนโลยีที่สูงขึ้นมาก จำเป็นที่พนักงานจะต้องตามให้ทัน เพื่อการให้บริการที่สมบูรณ์แบบ และตอบคำถามที่ลูกค้าบางคนอาจจะยังไม่เข้าใจให้ได้ โดยจะจัดกิจกรรมการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องในปีนี้
ศาสตราจารย์ เพาฟเลอร์ กล่าวว่า สำหรับตลาดรถยนต์หรูหราในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ในระดับ 7,000-7,500 คัน ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ในส่วนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งเป้าไว้ประมาณ 4,000 คัน มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 3,850 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 50% แต่อย่างไรก็ตาม พร้อมจะปรับตัวเลขเพิ่มขึ้น หรือลดลง ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ
ทั้งนี้ล่าสุดเมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ใหม่ คือ E 300 AVANTGARDE ซึ่งประกอบในประเทศเป็นครั้งแรก เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร วี 6 ราคา 4.99 ล้านบาท ก่อนที่จะทยอยเปิดรุ่นเครื่องยนต์ 4 สูบ และดีเซล ตามมาในอนาคต
นอกจากนี้ก็มี S300L, S 350 CDI Blue EFFICIENCY L และ S 500 L ซึ่งเป็นการปรับปรุงจากรุ่นเดิมที่จำหน่ายก่อนหน้านี้ ราคา 7.79-10.99 ล้านบาท
Tags : เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)

ความคิดเห็นที่ 4
อุ๊อู๋ , 23 มกราคม 2553 07:28
อยากจะขอเตือนผู้อยากขับเบนซ์ โปรดระวัง dealer ขี้โกงเบนซ์ทองหล่อนำรถค้างสต๊อกมาขาย เมื่อเดือนม.ค.2007ดิฉันซื้อรถวีโต้พร้อมแถมประกันวิริยะในราคา 3,250,000 บาท ตอนซื้อเซลล์ชื่ออัธยา(แอ๊ด)081-7321441 แจกBrochureรถรุ่นนี้ซึ่งระบุว่า new vito แต่ความจริงรถผลิตปี 2005 (ตอนขายเซลล์ไม่ได้บอกว่ารถผลิตปี 2005 ถ้าบอกดิฉันก็ไม่ซื้อหรอก) และดิฉันเพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2009 เนื่องจากไปรับสมุดจดทะเบียนตัวจริงจากfinance ที่ผ่านมาเข้าใจว่ารถผลิตปี 2007 ตามที่ระบุในเงื่อนไขประกันของวิริยะประกันภัย และนี่แสดงให้เห็นถึงความไม่บริสุทธิ์ใจของเซลล์ที่แจ้งกับประกันว่ารถผลิตปี 2007 ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่ารถผลิตปีอะไร โดยเมื่อต้นเดือนม.ค.2010ดิฉันได้โทรศัพท์ถามคุณแอ๊ดเกี่ยวกับเรื่องปีผลิต คุณแอ๊ดยังแจ้งว่าลูกค้าท่านอื่นก็บ่นเหมือนกัน อย่างนี้เรียกว่าหลอกขายรถค้างสต๊อกกันชัดๆ ดิฉันได้ complainไปยัง มร. อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ เมื่อ 2สัปดาห์ที่ผ่านมาแต่เรื่องยังเงียบอยู่เลย สัปดาห์หน้าจะไปร้องเรียนที่ สคบ. เพื่อเป็นการหยุดการเอาเปรียบผู้บริโภคคนอื่นๆ
........โปรดสังเกตุมร.เพาฟเลอร์บอกว่า "ปีที่แล้วเรานำกลยุทธ์ The Operation Tune-up มาใช้ในการบริหารจัดการเรื่องสินค้า สต็อก และการบริการหลังการขาย จนประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ในปีนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์มีความพร้อมและไม่มีปัญหาเรื่องสต็อก" อ่านแล้วเห็นตรงกันมั้ยว่าเมอร์เซเดส-เบนซ์ขาดผู้บริหารมืออาชีพ อีกทั้งตัวแทนจำหน่ายขี้โกงถ้าบริสุทธิ์ใจตอนขายรถต้องแจ้งลูกค้าว่าเป็นรถปีอะไรในกรณีมีรถค้างสต๊อกต้องนำเสนอให้ลูกค้าเลือกว่าอยากได้รถใหม่หรืออยากได้รถค้างสต๊อก(ใครจะโง่อยากได้รถค้างสต๊อก) และการบริการก็แย่วิเคราะห์สาเหตุผิดเหมือนเอาเด็กฝึกงานมาซ่อมรถให้ลูกค้าเบาะไฟฟ้าแถวหลังสุดเสียตลอด เซลล์แจ้งว่าสาเหตุมาจากเดินสายสั้นไป ......สิ่งที่ต้องปรับปรุงโดยด่วนคือ เปิดคอร์สอบรมพนักงานขาย และย้ำตัวแทนจำหน่ายให้ซื่อสัตย์กับลูกค้า ส่วนการบริการต้องเน้นการอบรมและเพิ่มความรู้ให้กับบุคลากรเก่งกว่านี้
จากอุ๊อู๋
ความคิดเห็นที่ 3
cds , 23 มกราคม 2553 06:29
ความเห็นที่ 1 ท่าจะเป็นพวกนักเลง ป่วนเขาไปทั่ว อย่างนี้ใครเขาจะสนับสนุน
ความคิดเห็นที่ 2
ake , 22 มกราคม 2553 19:20
ถ้าใครอยากซื้อของถูก ก็ไม่ต้องรีบไปซื้อรถมันหรอก พอมันขายไม่ออก เดียวมันก็ลดราคาลง 7-8 แสนอีกรอบ เชื่อเถอะ ถ้าใครซื้อตอนนี้จะเสียใจนะ
ความคิดเห็นที่ 1
lamai98 , 22 มกราคม 2553 11:39
มี งขายคันละ 4 ล้าน 5 ล้าน เอาเงินที่ใหนซื้อคนรวยมันมีกันแล้วคนละ 4 คัน 5 ค้น ดันไปโบ้ยการเมืองอีก เกี่ยวอะไรกับการเมืองมึ งก็บอกซะเลยซีเพราะ"เสื้อแดง"ไม่เห็นวามันจะเกี่ยวกันเลย เงินในกระเป๋าต่างหากล่ะ