กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ยานยนต์

วันที่ 11 มกราคม 2553 03:00

เปิดโลกรถบรรทุกเล็ก ชูความคุ้มค่าแย่งตลาดคนทำกิน

รถบรรทุกเล็ก

รถบรรทุกเล็ก

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รถกระบะขนาดเล็ก ถือเป็นรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญต่อกิจการขนส่งที่ใช้ขนส่งในระยะใกล้และแทรกตัวเข้าไปยังตรอกซอกซอยของกรุงเทพฯ และเมืองหลักๆ

รถยนต์ขนาดดังกล่าวนั้นถือเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีลักษณะการใช้ แตกต่างออกไปและส่วนใหญ่คือลูกค้าองค์กร ตลาดรถบรรทุกเล็ก ในเมืองไทยเริ่มคึกคัก ในปี 2552 ที่ผ่านมา ด้วยความเคลื่อนไหวจากรถจีน ที่เริ่มส่งรถมานำร่องทำตลาด ในขณะที่ตลาดรถจากญี่ปุ่นโดย ซูซูกิ มีเริ่มทำกิจกรรมเพื่อปกป้องตลาด
เปิดโลกรถบรรทุกเล็ก

ในตลาดโลกรถบรรทุกขนาดจิ๋วนี้ เกิดในตลาดญี่ปุ่นเป็นตลาดแรกๆ เนื่องจากถนนมีขนาดเล็กและลักษณะการใช้งานของกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มมี ที่ต้องการรถประหยัดต้นทุนแต่ขนส่งได้ ปัจจุบันในประเทศญี่ปุ่นเองมีรถยนต์ที่ทำตลาดหลักๆ ได้แก่ ซูบารุ แซมบา ซูซูกิ แคร์รี่ /ฮอนด้า แอคตี้ มาสด้า Scrum มิตซูบิชิ มินิแคป ไดฮัทสุ jet

และหลังจากที่อุตสาหกรรมของเกาหลีพัฒนาขึ้น ตลาดรถบรรทุกเล็ก ก็เข้าไปมีส่วนใน เกาหลีและทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีก็เริ่มขยายตัวรถมินิทรัคออกสู่ตลาดโลก ผลิตภัณฑ์ของ เกาหลี คือ ฮุนได H100 / เกีย K2009 สำหรับ ในเมืองไทย รถที่ทำตลาดมินิทรัคต่อเนื่องมายาวนาน คือ ซูซูกิรุ่น แคร์รี่ เครื่องยนต์ 1.6 ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำตลาดรถ มินิทรัคในเมืองไทย ตลาดรถบรรทุกขนาดเล็กนอกจากต้องแข่งขันในกลุ่มรถใหม่แล้ว ยังมีตลาดรถมือสองจากญี่ปุ่นเข้ามาทำตลาดราคาถูกด้วย อย่างไรก็ตาม รถมือสองจากญี่ปุ่นไม่ค่อยเป็นที่นิยมมากนักในองค์กรชั้นนำ มีแต่ผู้ใช้รายย่อยเป็นลูกค้า เนื่องจากขาดความน่าเชื่อถือ มีการยำรถยำอะไหล่ เช่น หัวรถไม่ตรงรุ่น เป็นต้น

ใครเป็นใครในตลาดไทย

รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก แบ่งออกเป็นเซ็กเมนท์ตลาดขนาดของตัวรถ เช่น 4 ล้อ 6 ล้อ อย่างไรก็ตาม บรรทุกเล็กต้องเจอคู่แข่งสำคัญ คือ รถปิกอัพหัวเดียว ซึ่งคล่องตัวในการขนส่ง ในเมืองมากกว่า

1. ตลาดรถบรรทุก 4 ล้อ (2-3 ตัน) : รถบรรทุก 4 ล้อ ที่มีอยู่ในตลาด เป็นรถที่นิยมใช้กันในการขนส่งเพราะว่าไม่ติดเวลา

โดยรถ 4 ล้อใหญ่ (ไม่เกินกฎหมายกำหนด) มีเจ้าตลาด คือ อีซูซุ NKR elf รองลงมา คือ มิตซูบิชิ แคนเตอร์ กัทซ์ 4 ล้อ ฮีโน่ Dutro 4 ล้อ (น้ำหนักรถ+บรรทุกประมาณ 4 ตัน เฉพาะตัวรถ+ตัวถัง/ตู้ หนักประมาณ 2 ตัน) ราคาเริ่มต้นราว 6 แสน-6.5 แสน

2. รถบรรทุก 4 ล้อกลาง (1.5 ตัน) : ในตลาดมีเพียง เกีย จัมโบ และซูซูกิ แคร์รี่เท่านั้นที่ทำตลาดอยู่ ในช่วงแรก เกีย จัมโบ 2.7 ลิตรเป็นผู้นำตลาดต่อมา ช่วงหลังตลาดกลายเป็นซูซูกิ แคร์รี่ 1,600 ซีซี

3. มินิทรัค (0.5-1 ตัน) : รถขนาดเล็กเหล่านี้จีน คือ ผู้ทำตลาดมาก่อนโดยเริ่มจากวู่หลิง และตามด้วย DFM อย่างไรก็ตาม ตลาดยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก เนื่องจากคุณภาพการประกอบ และการทำตลาดยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในวงกว้างได้

รถแบรนด์จีน แย่งตลาดแต่ยังไม่เกิด

ตลาดมินิทรัคดูเหมือนน่าจะตกอยู่กับตลาดรถยนต์จากจีน เนื่องจากเปิดราคาค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ว่ารถเก๋งหรือรถบรรทุกขนาดเล็ก รถจีนไม่ประสบความสำเร็จใดๆ

รถจีนเปิดทางเข้าทำตลาดด้วยการ เปิดเกมราคา ซึ่งโดยหลักการแล้วการสร้างยอดขายด้วย กลยุทธ์ราคาได้ผลระยะสั้นๆ กลยุทธ์ราคา คือ กับดักของรถเหล่านี้ในอนาคต

ภาพลักษณ์ของสินค้าจากจีนนั้น มีภาพลักษณ์คงเดิม คือ ยังต้องการเวลาพิสูจน์คุณภาพ เพราะประสิทธิภาพไม่ดี และขาดความคงทนสืบเนื่องจาก มีสินค้าหลายชนิดทะลักออกมา แต่ขาดการ "ควบคุม" คุณภาพที่ดีพอ สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าจากจีนกระทบไปด้วยแม้ว่าจะมีการทำ การตรวจเช็ค มาแล้วอย่างดี สำหรับรถยนต์ สินค้าที่มีราคาแพง ในสายตาของผู้บริโภคชาวไทยยังคงเข้าใจว่ารถยนต์จีนส่วนใหญ่มีปัญหาด้านคุณภาพทางการผลิต และปัญหาทางด้านอะไหล่ และนี่คือโจทย์ใหญ่ของรถจากจีน

ในปี 2553 มีความเป็นไปได้ที่รถจากเกาหลี (ผลิตในมาเลเซีย) และรถจากอินเดีย กำลังจะมาแรง เพราะความได้เปรียบทางด้านต้นทุนรถจากญี่ปุ่นอย่างซูซูกิ เจ้าตลาด

Tags : รถบรรทุกเล็ก

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement