วอนรัฐใส่ใจปัญหาแรงงาน เสนอ 5 แนวทาง พัฒนากระบวนการเจรจา
ค่ายรถอเมริกันเตรียมล้อมคอกปัญหาข้อพิพาทแรงงาน กรณีการประท้วงหยุดงานเรียกผลตอบแทนพิเศษประจำปี เล็งยื่น 5 ข้อเรียกร้องต่อหอการค้าอเมริกันเพื่อประสานกับรัฐบาล ให้ลงมาเป็นเจ้าภาพอย่างจริงจังลดความเสียหายที่เกิดขึ้นทุกสิ้นปี หวังสร้างความเชื่อมั่นต่อการขยายการลงทุนท่ามกลางสภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังคลุมเครือ
แหล่งข่าวจากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย (AMCHAM) เปิดเผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า จากกรณีเรื่องข้อพิพาทแรงงานยานยนต์ในปีที่ผ่านมา เช่น ข้อพิพาทแรงงานของสหภาพแรงงานเจนเนอรัล มอเตอร์ส หรือ สหภาพแรงงานเอเอที (โรงงานผู้ผลิตฟอร์ด มาสด้า) หรือแม้กระทั่งโรงงานซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์หลายแห่ง ทำให้ผู้ประกอบยานยนต์เริ่มไม่มั่นใจ ในเสถียรภาพของภาคแรงงานและได้มองหาทางออกโดยเริ่มต้น มีการศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาและทำทำหนังสือเพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาส่งถึงรัฐบาลผ่านทางหอการค้าฯ เพราะผลเสียหายจากข้อพิพาทแรงงานที่ยืดเยื้อและเกิดขึ้นซ้ำทุกปีนั้น ส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจอย่างมาก โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมเช่นทุกวันนี้ ดังนั้น อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศโดยรวม โดยนำบทเรียนที่ผ่านมามาพิจารณาถึงแนวทางแก้ปัญหาโดยที่ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเป็นธรรม
ทั้งนี้ ค่ายรถยนต์มองว่าปัญหาเรื่องแรงงานเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องแก้ในแบบเชิงรุกมากกว่าเชิงรับและทำเป็นแผนระยะยาว สิ่งที่ภาครัฐควรสนใจคือกระบวนการทางแรงงาน และกฎหมายที่เกี่ยวกับการเจรจาข้อเรียกร้อง ซึ่งในปัจจุบันหากภาครัฐสามารถตีกรอบให้กับแรงงานได้มากขึ้นอาจทำให้เหตุแห่งการพิพาทแรงงานจนถึงขึ้นนัดหยุดงาน หรือปิดงานลดลงหรือ ยุติข้อพิพาทได้รวดเร็ว ตัวอย่างต่อไปนี้คือข้อพิจารณา
1. ภาครัฐควรให้คำปรึกษาแก่ลูกจ้าง และตรวจสอบข้อเรียกร้องของลูกจ้างก่อนการยื่นต่อนายจ้าง เพื่อเป็นการช่วยลดปัญหาข้อเรียกร้องที่เกินความเป็นจริง ภายใต้ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ รวมถึงภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศในการเจรจาข้อเรียกร้อง การตรวจสอบและกลั่นกรองในขั้นต้นนี้จะช่วยลดแรงงานกดดันในการเจรจาตลอดจนความคาดหวังได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ส่งผลรุนแรงเมื่อเป็นกรณีพิพาท
2. ภาครัฐควรให้ความรู้กับภาคแรงงานในเรื่องกฎหมายและสิทธิที่แรงงานควรหรือไม่ควรปฏิบัติ ทั้งในส่วนของผู้นำแรงงาน และสมาชิกสหภาพแรงงาน ซึ่งปรากฏว่าในหลายเหตุการณ์ลูกจ้างกระทำการโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์จนเกิดคดีความ
3. ภาครัฐควรเป็นผู้นำในการจัดคณะทำงานเฉพาะกิจกรณีเหตุการณ์นัดหยุดงาน หรือพิพาทแรงงานอื่น คณะทำงานควรประกอบด้วยตำรวจ แรงงานจังหวัด เจ้าหน้าที่จังหวัด และตัวแทนฝ่ายในจ้าง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ภายใต้กรอบ และชี้แนะแรงงานในทางที่เหมาะสมเพื่อการนัดหยุดงานเป็นไปอย่างสันติและจบลงเร็วที่สุด
4. คณะผู้ไกล่เกลี่ยกรณีพิพาทแรงงานจากภาครัฐควรเป็นผู้มีความรู้และชำนาญในการเจรจา และเป็นกลางคอยให้ข้อมูลทางกฎหมาย การชี้นำในบางความคิดเห็นหลายครั้งส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในด้านเจตนาของผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งอาจรวมถึงผู้ไกล่เกลี่ยควรได้รับการอบรมเฉพาะทาง
5. ระหว่างการนัดหยุดงานและรวมตัวกันของลูกจ้าง ภาครัฐควรให้มีตัวแทนเพื่อให้คำปรึกษาและให้ความรู้แก่สมาชิกที่ร่วมนัดหยุดงานอย่างเหมาะสมเป็นระยะในเรื่องสิทธิทางกฎหมาย และข้อจำกัดในการแสดงออกที่เหมาะสม
Tags : เจนเนอรัล มอเตอร์ส • ฟอร์ด มาสด้า

ความคิดเห็นที่ 1
คนกรุงเทพฯ , 6 มกราคม 2553 08:45
พูดให้ดูดี พวกฝรั่งขี้โกง พวกนี้ขี้หลีด้วย พยายามจะละเมิดทางเพศของคนงานสาวๆ โดยเฉพาะคนที่มีหน้าตาดี พยายามเอากฎหมายมาอ้าง แต่ไม่ดูเจตนารมย์ของกฎหมาย พวกนี้ชอบใช้แผนทำให้คนไทยแตกแยกกันแล้วปกครองง่าย โดยคอยดูว่าคนไทยคนไหนชอบเศษเงินของมัน จะได้ใช้เป็นหมากให้เกิดความแตกแยก ชอบบอกว่าตัวเองมี CSR ดี แต่แค่ฉากบังหน้า แค่คนงานของตัวเองยังเอาเปรียบ เวลาอยู่ประเทศของตัวเองก็เอาเปรียบคนในชาติตัวเอง ระดับบริหารขึ้นเงินเดือนให้ตัวเอง และจ่ายโบนัสให้ตัวเองอย่างไม่สมเหตุผล แถมมีสวัสดิการร้อยแปด เรียกว่าแทบไม่ต้องจ่ายเงินจากเงินเดือนตัวเองเลย ภาษีก็ให้บริษัทออกให้ ทีคนงาน กฎระเบียบเยอะแยะไปหมด จะให้อะไรทีก็ต้องมีการต่อรอง และบอกว่าบริษัทเขาไม่ใช่องค์กรสาธารณะกุศล จะให้อะไรกับคนงานก็ต้องมีผลตอบแทนให้คุ้ม สรุปแล้วพวกบริษัที่มีฝรั่งเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้บริหาร ล้วนเอาเปรียบคนไทยทั้งนั้น ผมอยากจะบอกว่า จงไล่พวกทรชนเหล่านี้ออกจากประเทศไทยเถิด พวกเราต้องการอยู่แบบมีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อกัน