มีการวิเคราะห์กันว่า ลูกค้าตลาดบนที่ใช้รถยุโรปและรถพรีเมียมนำเข้านั้น พิษเศรษฐกิจครั้งนี้ไปไม่ถึง
จะมีเพียงเรื่องความเชื่อมั่นที่ลดลงและชะลอการตัดสินใจซื้อสินค้าคงทนออกไปก่อน เมื่อมีสัญญาณที่ดีทางเศรษฐกิจก็พร้อมที่จะจับจ่ายเหมือนเดิม
บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเปิดตัวรถยนต์นั่งขนาดกะทัดรัดสู่ท้องตลาด ในสองสไตล์ คือ เอส40 ในรูปลักษณ์ซีดาน และวี50 ในแบบสเตชั่น แวกอน 5 ประตู โดยรถยนต์ทั้งคู่ใช้พื้นฐานเดียวกัน หน้าตาเหมือนกันอย่างกับฝาแฝด ต่างกันตรงช่วงตัวและความอเนกประสงค์ในการใช้งานที่มากกว่าสำหรับรุ่น วี50
ผมมีโอกาสได้ร่วมทริปทดสอบรถรุ่นดังกล่าว ในแบบวันเดียวจบ เส้นทางกรุงเทพฯ - เขาใหญ่ ออกเดินทางจากสำนักงานใหญ่วอลโว่ คลองเตย เลี้ยวขวาเข้าถนนพระราม 9 วิ่งเข้ามอเตอร์เวย์ ไปตัดเข้าถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก บ่ายหน้าไปทางบางปะอิน วิ่งจนสุดไปโผล่ที่สระบุรี
ขาไป ได้ทดลองขับวอลโว่ เอส40 ด้านหน้าถอดแบบมาจากรุ่นพี่ตัวใหญ่ เอส80 และ วี70 กระจังหน้าลายตารางและขอบโครเมียม ไฟหน้าไบซีนอน ปรับมุมการส่องสว่างของลำแสงอัตโนมัติให้ไฟจับผิวถนนในมุมที่เหมาะสมเสมอแม้ต้องบรรทุกน้ำหนักมากจนหน้ารถเงยหรือก้มต่ำ ส่วนระบบความปลอดภัยและความสบายที่มีในโลกยานยนต์รุ่นใหม่มาตรฐานสูงมีครบ เช่น เอบีเอส อีบีดี บีเอ ถุงลมนิรภัย เข็มขัดนิรภัยแบบผ่อนแรง เบาะหนังไฟฟ้า ฯลฯ ในรุ่น วี50 ยังมีเบาะรองนั่งปรับสูงเป็นเบาะรองนั่งสำหรับเด็กได้ 2 ระดับ ติดตั้งอยู่ในเบาะรองนั่งของที่นั่งด้านหลังทั้งฝั่งซ้ายและขวา ไม่ต้องหาเบาะนั่งเด็กมาเสริมพิเศษให้เกะกะ
ภายในเรียบหรูสไตล์วอลโว่ คนตัวสูงอย่างผมก็นั่งสบายแม้รถจะกะทัดรัด อารมณ์รถซีดานยุโรปก็มาเต็มๆ ทัศนวิสัยการขับขี่ชั้นหนึ่งเลยทีเดียว พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันเหมือนเจอกับเจ้าของครับ เพราะผมเป็นคนชอบฟังวิทยุและเล่นกับข้อมูลที่แสดงผลอยู่บนหน้าปัด ยิ่งได้ระบบเครื่องเสียง High Performance Sound ขนาด 4x40 W ลำโพง 8 ตัว รองรับ CD/MP3/WMA 6 แผ่น และยังมี AUX Port ก็ขับรถไปด้วยความสุนทรีย์สมราคาคุยของวอลโว่ที่ว่าไว้ก่อนการเดินทาง
เทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่บรรจุอยู่ในตัวใหญ่จำพวก เอส80 หรือ เอ็กซ์ซี90 ก็ให้มาเต็มๆ ไม่มีกั๊กแม้ค่าตัวจะต่างกันแบบซื้อเจ้าตัวเล็กนี้ได้สองคัน โดยเฉพาะบริสส์ (BLIS: Blind Spot Information System) หรือระบบกล้องและสัญญาณเตือนมุมอับสายตา ซึ่งผมชื่นชอบและคิดว่าเหมาะกับบ้านเราที่มีรถจักรยานยนต์เยอะและยานพาหนะแปลกอื่นๆ ใช้ถนนร่วมกัน โดยกล้องซึ่งติดตั้งอยู่ในกระจกมองข้างจะส่องไปทางท้ายรถเพื่อสอดส่องทั้งสองฟากของรถ หากมียานพาหนะเคลื่อนเข้ามาในมุมอับของสายตา ฟังก์ชันนี้จะเตือนด้วยไฟสัญญาณที่ติดตั้งอยู่บนเสาประตูด้านหน้า ทั้งซ้ายและขวา ระบบนี้จะเริ่มทำงานเมื่อรถวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 10 กม./ชม. ทำปฏิกิริยากับยานพาหนะแทบทุกประเภท ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถหลีกเลี่ยงอุปสรรคนั้นได้และปลอดภัยมากขึ้นในพื้นที่จราจรหนาแน่น ไม่ให้คนขับเปลี่ยนช่องทางเดินรถในขณะที่มีรถหลังกำลังแซงขึ้นมาในมุมอับสายตาทั้งด้านซ้ายและขวา
เครื่องยนต์ตัวเดียวกันคือ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 1,999 ซีซี ใช้น้ำมันเบนซิน 95 รองรับแก๊สโซฮอล์ อี10 (E10) กำลังสูงสุด 145 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 185 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที อัตราส่วนกำลังอัด เกียร์อัตโนมัติ sequential 6 สปีด ใช้เทคโนโลยีเพาเวอร์ชิฟท์ ที่ใช้คลัตช์คู่แบบเปียก สะดวกสบายจากการใช้เกียร์อัตโนมัติ แต่ได้อารมณ์และกำลังเครื่องยนต์ต่อเนื่องเหมือนขับเกียร์ธรรมดา ขับในโหมดไหนก็ไม่สูญเสียแรงบิด
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ตามคู่มือระบุว่า วี50 ทำได้ใน 9.9 วินาที รุ่น เอส40 ทำได้ใน 9.8 วินาที ความเร็วสูงสุดตามคู่มือ 205 กม./ชม. อัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตามคู่มือเฉลี่ย-ในและนอกเมือง 12.3 กม./ลิตร แต่ผมขับทำได้ที่ประมาณ 14 กม./ลิตร ความเร็วที่ใช้อยู่ที่ 80-120 กม./ชม.
ในขากลับ ผมได้ทดสอบรุ่น วี50 ในตำแหน่งคนขับนั้นไม่มีอะไรต่างกันครับ อารมณ์ในการขับก็เหมือนกับ เอส40 คือ เรื่อยๆ ชมวิวข้างทางไปเพลิน สมรรถนะเครื่องยนต์นั้นกะทัดรัดสมกับตัวรถจริงๆ แต่ช่วงที่จะรีบจริงจังก็ใช้งานได้ครับในโหมดเปลี่ยนเกียร์เอง แต่ไม่สนุกครับ แค่ใช้งานได้
สำหรับรถเล็กที่เทคโนโลยีมากอย่างวอลโว่ เอส40 และ วี50 เหมาะอย่างยิ่งกับคนขับรถรอบคอบและใจเย็น ทีนี้จะเลือกหรูหราหรือเลือกครอบครัว ก็ 1.799 ล้านบาทเท่ากัน
Tags : วอลโว่ S40 & V50
