เริ่มเดินสายการผลิตอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อ 8 ต.ค. 2552 สำหรับรถยนต์มาสด้า 2 ไมเนอร์เชนจ์ที่ประกอบจากโรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย)
ที่ผ่านมา มาสด้ามีผลิตภัณฑ์ในการทำตลาดไทยและอาเซียนเพียง 2 โมเดล คือ ปิกอัพ บีที-50 ที่ประกอบในไทย และมาสด้า 3 ประกอบจากฟิลิปปินส์แล้วนำเข้ามาจำหน่ายผ่านทางสิทธิประโยชน์ทางภาษีอาฟตา การมาของมาสด้า 2 ใหม่ จึงถูกคาดหมายว่าจะมาช่วยเติมเต็มและติดอาวุธให้กับมาสด้า อาเซียน เพราะตลาดรถยนต์ขนาดซับคอมแพค หรือ บี-เซ็กเมนท์ นั้นมีสัดส่วนสูงสุดในกลุ่มรถยนต์นั่ง
"กรุงเทพธุรกิจ" สัมภาษณ์ ยูจิ นากามิเน ผู้บริหารระดับสูง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ถึงกลยุทธ์การตลาดมาสด้าหลังจากนี้
คาดหวังอย่างไรกับมาสด้า2
รถยนต์มาสด้า 2 ที่ผลิตจากประเทศไทย จะเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของมาสด้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก โดยวางเป้าหมายยอดจำหน่ายในภูมิภาคอาเซียนไว้ประมาณ 20,000 คันในปีแรก
มาสด้า 2 จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์มาสด้าในตลาดอาเซียน โดยในไทยและอินโดนีเซียจะเปิดตัวเดือนพฤศจิกายน ในตลาดฟิลิปปินส์เดือนธันวาคม และตลาดมาเลเซียในเดือนมีนาคมปีหน้า
เป้ายอดขายท้าทายมากไปหรือไม่?
แน่นอนครับ อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตในโรงงานเอเอที แห่งที่ 2 จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตสูงกว่า 1 แสนคัน มาสด้าแชร์กับฟอร์ด อยู่ในสัดส่วน 50 ต่อ 50 เท่ากับว่ามีซัพพลายมาสด้า 2 กว่า 50,000 คันต่อปี อาเซียนเราตั้งเป้ายอดขายไว้ 20,000 คัน และจะเติบโตขึ้นไปอีกในอนาคต แต่เราก็ต้องการส่งออกไปนอกอาเซียนด้วยเช่นกัน ในกลุ่มประเทศเอเชีย-แปซิฟิก โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียจากเดิมที่ต้องส่งมาจากญี่ปุ่น
กลุ่มเป้าหมายของมาสด้า2 เป็นใคร
ตลาดมาสด้า 2 นั้น เป็นลูกค้าคนหนุ่มสาวโสดที่ชอบรถมีดีไซน์ และชื่นชอบอารมณ์ในการขับรถแบบสปอร์ต ต้องการความแตกต่าง ในไทยอาจจะเป็นคนเริ่มทำงานและครอบครัวใหม่ หากเป็นตลาดอินโดนีเซียก็น่าเป็นรถคันที่สองของครอบครัว
ผู้นำตลาดมีฐานที่แข็งแกร่งมากคุณคิดอย่างไร
เราทราบดี หากเทียบกับคู่แข่งแล้ว มาสด้า 2 ใหม่ ได้รับการผสมผสานความต้องการและสมรรถนะที่แตกต่าง ในคอนเซปต์ของมาสด้า ซูม-ซูม ที่มีดีไซน์สวยงาม อารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ต ฟังก์ชันการใช้งานที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ การขับขี่ที่ดีไม่แพ้แบรนด์อื่นๆ ลูกค้าที่ได้ทดลองขับมาสด้า 2 จะพบความแต่งต่างใน
"มาสด้า 2" มีความสำคัญอย่างไรกับมาสด้า
เรามั่นใจในมาสด้า 2 อย่างมาก และเชื่อว่าจะสามารถเติบโตได้อีกมากในตลาดนี้ แต่ก็ยอมรับว่าในตอนนี้มาสด้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดในอาเซียนอยู่เพียง 1% เท่านั้น หากสามารถทำยอดขายมาสด้า2 ได้ตามเป้าที่วางไว้ จะทำให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเท่าตัวเป็น 2% ภายในปีหน้า และเพิ่มขึ้นเป็น 3-5% ภายใน 5 ปีนับจากนี้
ในปี2553ภาษีอาฟตาเหลือ0%ส่งผลดีต่อมาสด้าอย่างไรบ้าง
โรงงานมาสด้านอกญี่ปุ่นตอนนี้มีอยู่ที่จีน 2 แห่ง ฟิลิปปินส์และไทย ในตลาดอาเซียนบริษัท กำลังจับตาดูอยู่ว่า ในอนาคตหลังจากที่ภาษีอาฟตาเหลือ 0% หรือประเทศที่มีโรงงานอยู่ จะเพิ่มโอกาสในการขยายธุรกิจมาสด้าได้อย่างไร ไม่เพียงแต่อาฟตาเท่านั้น มาสด้ายังมีการลงทุนอยู่ในประเทศไทยที่มีเอฟทีเอกับญี่ปุ่นอีกด้วย
มีแนวคิดย้ายฐานผลิตอาเซียนมาไว้ในไทยหรือไม่
แม้ว่าโรงงานเอเอที แห่งใหม่จะใช้เทคโนโลยีการผลิตแบบยืดหยุ่น รองรับการผลิตรถยนต์นั่งได้หลายโมเดลในไลน์เดียวกัน แต่ในขณะนี้ ไม่มีแผนครับ
มองแนวโน้มอุตฯยานยนต์ต่อจากนี้ อย่างไร
การเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์จะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป คงไม่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน ค่ายรถยนต์ยังมีเวลาในการพัฒนายานยนต์เทคโนโลยีใหม่ที่ประหยัดพลังงานออกสู่ตลาด เครื่องยนต์เบนซินและดีเซล เจเนอเรชั่นใหม่ที่ให้ค่าความประหยัดสูงและปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อมจะทยอยออกมา การผลิตรถด้วยวัสดุที่เบาแต่แข็งแกร่งทนทานจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงวงการยานยนต์โลกอย่างช้าๆ ผู้บริโภคยังไม่ต้องตื่นตระหนกไปกับข่าวสารการพัฒนาเครื่องยนต์พลังงานใหม่ที่ออกมาอย่างต่อเนื่องมากนัก เพราะทุกค่ายก็มีเหมือนกันหมด เช่น มาสด้า มีอาร์เอ็กซ์ 8 พลังงานไฮโดรเจน เป็นต้น แต่ทุกวันนี้ค่ายรถก็ยังคงออกรถรุ่นใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินและดีเซลเป็นหลัก
มาสด้า ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถยนต์ มาสด้า 2 ไมเนอร์เชนจ์ใหม่ ในวันกดปุ่มเดินสายการผลิตที่สนามทดสอบ ภายในโรงงานเอเอที ระยอง เมื่อ 8 ต.ค. 2552
เป็นการขับสั้นๆ และเป็นครั้งแรกของการขับรถมาสด้า 2 สเปคจริงที่จะขายในไทย
ในช่วงบ่ายแก่ๆ หลังฝนกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ทีมสื่อมวลชนไทยหลัก 10 ชีวิต เป็นคนนอกกลุ่มแรกที่ได้ทดลองขับมาสด้า 2 บนสนามทดสอบที่เป็นทางตรงเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่แบบโอวัล เพราะขาออกจากจุดสตาร์ท เป็นถนนลาดยางเลนเดียวแคบๆ เจ้าหน้าที่ชาวญี่ปุ่นสุดเข้มงวดอนุญาตให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.
สุดทางเป็นโค้งกว้าง ให้องศาเล็กน้อยเอียงวนเข้าสู่ทางตรงขนาด 2 เลน ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร รอบแรกให้ขับขี่ที่ความเร็ว 80กม./ชม. สุดทางให้ทดลองสมรรถนะเบรก ด้วยสภาพถนนที่เปียกและน้ำหนักคนนั่งคู่หน้า เอบีเอสตอบสนองฉับไวเพียงกดเท้าลงบนแป้นเบรกเบาๆ ระยะเบรกไม่ยาวนัก วนขวาด้วยความเร็วต่ำตรงผ่านจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ในรอบที่ 2 ได้มีโอกาสทำความเร็วระดับ 140 กม./ชม. กดคันเร่งลงไปได้ยินเสียงเครื่องยนต์คำรามน่าฟัง อารมณ์การขับสปอร์ตอย่างที่คุยไว้
ผมนั่งพิจารณารูปลักษณ์ของมาสด้า 2 พบว่า ในรูปสวยกว่าตัวจริง ภายในและอรรถประโยชน์ยังสู้ฮอนด้า แจ๊ซ ผู้นำตลาดนี้ไม่ได้ คอนโซลกลางหน้าตาธรรมดา ช่องUSB ที่วัยรุ่นถามหาก็ไม่มี เบาะหลังชัน แคบ เตี้ย
คุ้มหรือไม่อย่างไร ต้องรอดูราคาขายในวันที่ 17 พ.ย. 2552 อีกครั้งหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 3
aree , 13 ตุลาคม 2552 05:36
ชอบบทวิจารณ์ตรงไปตรงมาดี
ความคิดเห็นที่ 2
= = , 12 ตุลาคม 2552 08:12
***ผมเคยสังเกตุอะไรบางอย่างเกี่ยวกับผู้ซื้อสินค้าชนิดนี้ซึ่งค่ายรถส่วนใหญ่คิดว่าทำอย่างไงก็ได้ให้ขายให้คนที่มีเงินเดือนให้ได้ถึงจะผ่อนหรืออะไรก็เหอะแต่ตรงส่วนนั้นประชากรไม่เยอะและรายได้ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของธุรกิจซึ่งทำธุรกิจพลาดลูงนงลูกน้องพลอยซวยตามกันไปด้วยซึ่งถ้าเทียบกับตลาดเกษตรที่จำนวนประชากรสูงกว่าและส่วนใหญ่เขาไม่นิยมผ่อนและหากทำรายได้เกษตรได้มากเท่าไรเขาก็จะซื้อเท่านั้นมีเงินเก็บจริงๆก็ค่ายาค่ารักษาโรคซึ่งเขาไม่นิยมเก็บเยอะๆก็เพราะว่าเขาไม่อยากจะไปลงทุนหรือวุ่นวายด้านธุรกิจที่แข่งขันกันสูงและต้องใช้ทั้งวุติและคนรู้จักมากมายเลยทำให้ตลาดด้านเกษตรมีเครดิตดีกว่าแต่เขาก็ไม่ซื้อผ่อนเป็นส่วนใหญ่สำหรับลูกค้าดีดีนะครับเพราะเขารู้ว่าเสี่ยงเพราะหากปีไหนแจ็คพอตงานเข้าเทศกาลลอยกระทงมากลางปีจะทำให้ที่จะได้กลับต้องถูกยึดเลยเป็นเทคนิคสังเกตุแบบง่ายๆลองทำแบบสำรวจดูสิครับว่าใช่หรือเปล่าเพราะผมคุ้นเคยกับเกษตรดีเลยเข้าใจหลายเรื่องยันความน่าจะเป็นที่ไม่น่าจะเป็นในวงไพ่เลยอ่ะครับเฮอเฮอ ถ้าเรียนเรื่องความน่าจะเป็นแล้วคิดว่าจะสามารถนำมาใช้กับชีวิตจริงอย่างเล่นไพ่ต้องกลับไปคิดใหม่หน่อยนะครับเพราะมันมีอีกส่วนที่ไม่น่าจะเป็นนอกเหนือจากตำราแต่หนุกดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
gunny , 12 ตุลาคม 2552 07:50
บทวิจารณ์ค่อนข้างเอนเอียง