กรุงเทพธุรกิจ

ยานยนต์

วันที่ 15 กันยายน 2552 03:00

มิตซูบิชิ ส่ง"อี100"รับรัฐหนุนเอทานอล

แลนเซอร์ อีเอ็กซ์

แลนเซอร์ อีเอ็กซ์

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

มิตซูบิชิ ส่ง "แลนเซอร์ อีเอ็กซ์" รุกตลาดเอฟเอฟวี รับนโยบายภาครัฐส่งเสริมใช้ อี 85 ตั้งเป้าปีหน้ายอดขาย 7 พันคัน

แหล่งข่าวจากวงการพลังงาน เปิดเผยว่า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีกำหนดการเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ "แลนเซอร์ อีเอ็กซ์" วันนี้ (15 ก.ย.) จะแนะนำเครื่องยนต์เอฟเอฟวี (Flex Fuel Vehicle) ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายตั้งแต่น้ำมันเบนซินธรรมดา แก๊สโซฮอล์ ไปจนถึง เอทานอล 100% หรือ อี 100 ควบคู่กันไปด้วย เป็นครั้งแรกของตลาดรถยนต์ไทย เพื่อเข้ามารองรับแก๊สโซฮอล์ อี 85 ที่ไทยกำลังส่งเสริมอยู่ในปัจจุบัน

ขณะนี้ มิตซูบิชิ อยู่ระหว่างการยื่นเอกสารต่อกระทรวงพลังงาน เพื่อขอเข้าร่วมโครงการชดเชยส่วนต่างภาษีสรรพสามิต 3% ให้กับเอฟเอฟวี ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง วงเงิน 357 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 6 มิ.ย. 2552 - 31 ธ.ค. 2553 ซึ่งจะทำให้รถยนต์เอฟเอฟวีที่จำหน่ายในประเทศไทยมีราคาถูกลง

ทั้งนี้ แลนเซอร์ อีเอ็กซ์ ใช้เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี มี 3 รุ่น ราคาจำหน่ายในระดับ  8-9 แสนบาท โดยมิตซูบิชิมีแผนผลิตและจำหน่ายเดือนละ 400- 500 คัน  ส่วนรุ่น เอฟเอฟวี จะมีราคาถูกลงประมาณ 2 หมื่นบาท โดยมิตซูบิชิ คาดการณ์ว่าจนถึงสิ้นปี 2553 จะสามารถทำยอดจำหน่ายรถรุ่นดังกล่าวได้ 7,000 คัน

สำหรับปัจจุบันรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงเอทานอลได้สูงสุดคือ วอลโว่ กับรุ่น เอส 80 และ เอสซี 30 ซึ่งใช้ได้จนถึงอี 85 โดยบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กำลังดำเนินการยื่นเอกสารขอเข้าร่วมโครงการชดเชยส่วนต่างภาษีสรรพสามิต 3% สัปดาห์นี้เช่นเดียวกัน

ปัจจุบันวอลโว่ สามารถจำหน่ายรถอี 85 ได้มากกว่า 100 คัน จากแผนที่คาดว่าจะมียอดผลิตและจำหน่าย 150 คันในสิ้นปี 2552 อย่างไรก็ตามทางวอลโว่มีแผนที่จะผลิตรถรุ่นใหม่และทำตลาดในประเทศไทยเร็วๆ นี้ โดยจะปรับลดราคาให้ถูกลง จากปัจจุบันที่ เอส 80 มีราคา 3.1 ล้านบาท

ทั้งนี้ รถของทั้งสอง คือ วอลโว่และมิตซูบิชิผ่านการรับรองว่าเป็นรถเอฟเอฟวีจากบริษัทแม่ และผ่านการทดสอบมลพิษเรียบร้อยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว

สำหรับโครงการสนับสนุนการผลิตและจำหน่ายรถเอฟเอฟวีนั้น เป็นส่วนสำคัญของมาตรการรองรับการผลิตแก๊สโซฮอล์ อี 85 ของกระทรวงพลังงาน ซึ่งในส่วนของอี 85 นั้น ขณะนี้ผู้ค้าน้ำมันอยู่ระหว่างการติดตามการจำหน่ายรถยนต์ หากมีรถบนท้องถนนมากขึ้น ก็มีแผนที่จะขยายสถานีบริการจากปัจจุบันที่มีอยู่ 4 แห่ง โดยในส่วนของบางจาก เตรียมจะเปิดอีก 1 แห่ง ย่านพุทธมณฑลใน 2 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ มาตรการส่งเสริมต่างๆ รวมถึงการลดอากรนำเข้าจาก 80% เหลือ 60% เชื่อว่าจะมีค่ายรถยนต์เข้ามาทำตลาดมากขึ้น โดยกระทรวงพลังงานวางเป้าไว้ว่า ในปี 2565 จะมีจำนวนรถยนต์ อี 85 เพิ่มเป็น 1 ล้านคัน จากปีนี้ที่คาดว่า จะมี 2,000 คัน และ ปี 2557 จะเพิ่มเป็น 3 แสนคัน
 

 

Tags : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

เสียอยู่อย่างเดียว เอทานอล มันดันแพงกว่าน้ำมัน เฮ้ออออออออ

ความคิดเห็นที่ 4

ต่อไปรถยนต์หรือเครื่องจักรต่างๆใช้พลังงานทดแทน รับรองว่าไม่มีคนใช้น้ำมันอีกต่อไปจะต้องนำน้ำมันไปเผาทิ้งเหมือน LPG สมัยก่อน

ความคิดเห็นที่ 3

ถ้า E100 ทั้งประเทศคงเลิกกินน้ำตาลกับมันสำปะหลังไปได้เลยปลูกเท่าไหร่ก็ไม่พอรถมันซด

ความคิดเห็นที่ 2

อยากให้มิตซูบิชิออกแลนเซอร์โมเดลเชนจ์ก่อน จะน่าใช้มากขึ้น โฉมนี้ตั้งกี่ปีแล้วก็ไม่รู้ ข้างในก็เดิมๆ คอนโซลหน้าก็ใหญ่เทอะทะกินเนื้อที่วางขา

ความคิดเห็นที่ 1

เห็นควรด้วยที่ต้องเดินหน้าสู่ E100 จะไปผูกอยู่กับน้ำมันปิโตรเลียมกันอยู่ทำไม ในเมื่อเราสามารถผลิต E100 ได้เอง

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement