บีเอ็มดับเบิลยูเจาะตลาดผู้บริหารองค์กรขนาดย่อม ชูจุดขายหรู ถูก
บีเอ็มดับเบิลยู เดินหน้าขยายตลาดซีรีส์ 5 เครื่องยนต์ดีเซล ลดออปชั่น หั่นราคา 7 แสน จับกลุ่มผู้บริหารองค์กรขนาดเล็ก-กลาง หลังพิษเศรษฐกิจ ไข้หวัด ฉุดตลาดท่องเที่ยว ส่งผลกระทบต่อเนื่องลูกค้าฟลีท กลุ่มโรงแรม ชูจุดขาย หรู ถูก และควบคุมค่าใช้จ่ายได้ง่าย
นายคาร์ล รูดิเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดเผยว่า บีเอ็มดับเบิลยู เปิดตัวซีรีส์ 5 เครื่องยนต์ดีเซล รุ่นพิเศษ 520d Corporate Edition สำหรับเจาะตลาดรถผู้บริหาร องค์กรขนาดกลางและเล็ก ด้วยราคา 2.99 ล้านบาท ต่ำกว่า 520d รุ่นปกติ 7 แสนบาท
ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู เชื่อว่า การตั้งราคาที่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท จะช่วยให้สามารถขยายตลาดได้กว้างขึ้น เนื่องจากหน่วยงานบางแห่ง กำหนดงบประมาณสำหรับการจัดซื้อรถผู้บริหารในระดับไม่เกิน 3 ล้านบาท
บีเอ็มดับเบิลยู 520d รุ่นพิเศษ จะตัดลดอุปกรณ์มาตรฐานบางรายการ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านเทคนิค สมรรถนะ หรือว่าความปลอดภัยออกไป อาทิเช่น ไฟซีนอน ระบบ คอมฟอร์ท แอคเซส หรือว่า ซีดี เชนเจอร์ เป็นต้น เพราะเห็นว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อรถของลูกค้ากลุ่มนี้มากนัก เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นผู้ขับขี่เอง แต่จะนั่งที่เบาะหลังเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น จึงไปเน้นให้ความสำคัญกับอุปกรณ์ที่เบาะหลังเป็นหลัก
"การศึกษาและวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคในกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียมชี้ว่า ลูกค้าในกลุ่มนักธุรกิจระดับผู้บริหารนั้น มีความต้องการที่เฉพาะเจาะจง คือ ความหรูหรา สะดวกสบาย ความปลอดภัย และยังให้ความสำคัญในการควบคุม ภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รวมถึงความประหยัดน้ำมัน"
นายรูดิเกอร์ กล่าวว่า สำหรับความสามารถในการควบคุม ค่าใช้จ่ายของลูกค้านั้น เนื่องจากบีเอ็มดับเบิลยู มีโปรแกรมบีเอสไอ หรือ BMW Service Inclusive ซึ่งเป็นโปรแกรมบำรุงรักษาและซ่อมแซมเป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 1 แสน กม. ทำให้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
ส่วนการที่บีเอ็มดับเบิลยู เลือกสร้างรุ่นพิเศษ สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ก็เนื่องจากเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ ทำให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า มากกว่ารุ่นเครื่องยนต์เบนซิน
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู 520d ที่ผ่านมา เป็นรถที่ได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรม ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ทำให้มีตลาดฟลีทจำนวนมาก โดยบีเอ็มดับเบิลยูดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดียวกันนี้ คือ ลดออปชั่น ลดราคา แต่ว่าเมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ รวมไปถึงปัญหาการเมือง และไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่ลามถึงธุรกิจท่องเที่ยวทำให้ซบเซา ส่งผลต่อตลาดฟลีทของบีเอ็มดับเบิลยูเช่นกัน ดังนั้น การขยายตลาดสู่องค์กร และผู้บริหาร รายย่อยที่ไม่ใช่ตลาดฟลีท จึงน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการปรับตัวของบีเอ็มดับเบิลยู
สำหรับ 520d ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร คอมมอนเรล ไดเรคอินเจคชั่น เจเนอเรชั่นที่ 3 ระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบแปรผัน ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ระหว่าง 1,750-3,000 รอบ/นาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดแบบ Steptronic อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 8.4 วินาที มีอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยที่ 16.4 กม./ลิตร และคายไอเสียคาร์บอนไดออกไซด์ 162 กรัม/กม.
ส่วนอุปกรณ์มาตรฐานที่สำคัญ อาทิเช่น ไฟหน้าแบบฮาโลเจน ปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ระบบควบคุมระยะการจอดโชว์ภาพผ่านระบบจอมอนิเตอร์ ระบบ iDrive พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ม่านบังแดดกระจกหลังควบคุมด้วยไฟฟ้า และระบบบลูทูธ เป็นต้น
Tags : บีเอ็มดับเบิลยู

ความคิดเห็นที่ 1
= = , 4 สิงหาคม 2552 19:43
***ให้รัฐบาลทำถนนรอบนอกให้ดีก่อนเหอะครับเพราะหากรายได้อยู่จุดสมดุลก็ไม่ต้องกลัวเรื่องขี้โอ่ของรอบนอกอ่ะครับอันนี้เรื่องจริงยิ่งจะทำให้เขาขยันกันใหญ่เลยและลองมาพิจารณา60ล้านให้คนมีรถ20ล้านรวมทั้งหมดรถ5-10ปีพังอย่างไงก็ใช้แล้วเปลี่ยนคือในทุกๆปีจะมีคนไทยใช้รถ2-4ล้านคันต่อปีเพื่อให้ขาดดุลหากทำให้รอบนอกมีรายได้สูงได้ละถนนอยู่ในรูปแบบที่ไม่ใช่ลูกลังเพราะไม่งั้นก็ขับอีแต๋นกันต่อดีกว่าเบนส์อ่ะครับแต่ก็ต้องรออีก3-4ปีกว่าจะเป็นเช่นนั้นเพราะรูปแบบของรัฐบาลชุดก่อนเขาทำผิดเขาโยนเครดิตให้รอบนอกมากเลยเพี้ยนเพราะว่าในอเมริการอบนอกที่เป็นเกษตรรายได้สูงต่รัฐบาลชุดก่อนเขาเพี้ยนไม่เคยเดินออกนอกบริษัทเลยลองการบริหารมาทั้งดุลไม่ดูสภาพประเทศก่อนก็เลยมีปัญหาไม่รู้จบและก็พัฒนาไปได้ช้าถ้าทำตั่งกะ10ปีที่แล้วเครือ GMอะไรก็ไม่ต้องห่วงว่าจะขายไม่ได้ในไทยเยอะเพราะรายได้รอบนอกคงที่และสูงก็เลยทำให้การบริโภคมากกว่าปัจจุบันที่ทำกันอยู่ในตอนนี้///เออแล้วอดีตประธานาธิปดีไปทำอะไรเกาหลีเหนือหว่า แต่ที่จริงเกาหลีเหนือเขาก็ไม่มีอะไรอยู่แล้วอ่ะครับส่วนใหญ่นายทุนก็มักจะออกข่าวแกล้งและพยายามทำให้ขาดดุลบ้างพึ่งเคยเห็นอยู่เหมือนกันอ่ะครับประเทศพัฒนาแล้วอย่างเกาหลีใต้ขาดดุลการค้าให้กับเกาหลีเหนือและต้องพึ่งเกาหลีเหนืออย่างหนักด้วย เหตุที่เขาไม่อยากให้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากโรงงานก็เพื่อจะให้เกาหลีเหนือขาดดุลซื้อน้ำมันบ้างก็อาจเป็นไปได้ครับเพราะเขาผลิตกระแสไฟฟ้า2อย่างไม่น้ำมันก็โรงไฟฟ้านิวเครียและถ้าหากเกาหลีเหนือเขาไปขอเช่าที่ในจีนสร้างอีกเกาหลีใต้จะแย่หนักเลยอ่ะครับเพราะมีผลิต2โรงถ้าไม่ป่วนป่วนก็มี1โรงไว้คอยสำรองผลิตอยู่แล้วไม่ว่าจะดูมุมไหนเศรษฐกิจของเกาหลีใต้ก็ขึ้นอยู่กับเกาหลีเหนือโดยตรงอ่ะครับก็พึ่งเห็นเนี่ยว่าเขาทำประเทศให้ได้ดุลจากประเทศพัฒนาได้ผู้นำเขาปลูกฝังและทำทรัพยากรมนุษย์ได้ในอัตตราที่สูงมากเลยอ่ะครับ