ตามที่ได้มีการกล่าวอ้างว่า ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนผู้เสียหายที่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนตามสัญญาประกันภัย
เมื่อมีข้อพิพาทการเรียกร้องค่าเสียหายจากสัญญาประกันภัยกับบริษัทประกันภัย
หากเสนอเรื่องให้ระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยแล้วจะทำให้ได้รับค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนจำนวน ที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้บริษัทประกันภัยที่ถูกเรียกร้องไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีความเข้าใจว่ากระบวนการอนุญาโตตุลาการเอื้อประโยชน์แก่ฝ่ายผู้เสนอข้อพิพาท
จันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ชี้แจงรายละเอียดกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ.ว่า มีข้อเท็จจริงดังนี้
1.กระบวนการระงับข้อพิพาท ด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการของสำนักงาน คปภ. เป็นการระงับข้อพิพาททางแพ่งและพาณิชย์อันเนื่องจากสัญญาประกันภัยระหว่างผู้เอาประกันภัย ผู้รับประโยชน์ ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย กับบริษัทประกันภัย โดยการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายตามสัญญาประกันภัยดังกล่าว เป็นการใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามสัญญาประกันภัยตามปกติ เนื่องจากเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัยมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้กระบวนการระงับ ข้อพิพาทโดยอนุญาโตตุลาการ ของสำนักงาน คปภ. หากมีข้อพิพาทตามสัญญาประกันภัยเกิดขึ้น
และการดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการดังกล่าวได้มีกฎหมายรองรับการดำเนินการ ได้แก่ ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2551 และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 รวมทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย
2.เกี่ยวกับประเด็นที่ว่า เมื่อผู้เสนอข้อพิพาทได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทเรียกร้องค่าเสียหายกับบริษัทประกันภัยต่อสำนักงาน คปภ. เพื่อให้มีการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการนั้น จะทำให้ได้รับค่าเสียหายจำนวนที่สูงกว่าความเป็นจริง ทำให้บริษัทประกันภัยที่ถูกเรียกร้องไม่ได้รับความเป็นธรรมนั้น
ส่วนอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน คปภ.ได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่า การพิจารณาเรื่องร้องเรียนกรณีการเรียกร้องให้ชดใช้ ค่าเสียหายตามเงื่อนไขสัญญาประกันภัย คือ ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องเป็นความเสียหายที่มีความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัย และการชดใช้ค่าเสียหายของบริษัทประกันภัยก็จะต้องชดใช้ตามความเสียหายที่แท้จริง จะชดใช้เกินกว่าความเสียหาย หรือเกินจำนวนเงินเอาประกันภัยมิได้ เนื่องจากจะเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
3.กรณีเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่า เมื่อมีการร้องเรียนให้สำนักงาน คปภ. พิจารณาแล้วอาจทำให้ประชาชนผู้เอาประกันภัยได้รับรู้ถึงสิทธิในการเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่ในความคุ้มครองที่ถูกต้อง โดยผู้เอาประกันภัยหรือประชาชนไม่ทราบมาก่อนว่าบริษัทประกันภัยมีหน้าที่ต้องชดใช้หากมีความเสียหาย เช่น ค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ ค่าขาดรายได้ ค่าขาดไร้อุปการะ หรือค่าเสียหายที่เกี่ยวเนื่องจากการกระทำละเมิด เป็นต้น
เมื่อบริษัทประกันภัยบางบริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม จึงเข้าใจว่า ทำให้บริษัทเสียหายจากการที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมเพิ่มเติม หรือเข้าใจว่ามีกลุ่มบุคคลมาแสวงหาประโยชน์ในกระบวนการดังกล่าว ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องและคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง เนื่องจากเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยตามสัญญาประกันภัยโดยชอบด้วยกฎหมาย

ความคิดเห็นที่ 1
ดองเค็มไม่เดินเรื่อง , 24 กรกฎาคม 2552 14:20
จนท.พยายามไกล่เกลี่ยมากกว่าลงโทษ และ เคยเจอว่า จนท.ดองเค็มเพราะประกันผิดเต็มๆ ถ้าอยากรู้ก็ให้ดูสถิติเอาก็แล้วกันว่าเรื่องค้างเรื่องจบมีเท่าไหร่