กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

ยานยนต์

วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 01:00

ชิ้นส่วนยานยนต์ฝ่าวิกฤติ บุกตะวันออกกลางสร้างศูนย์สินค้า อู่ซ่อม

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

อุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากปัญหาเศรษฐกิจการเมือง ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2551 ที่ผ่านมาทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือ

ในส่วนของผู้ผลิตรถยนต์นั้น การปรับลดส่วนใหญ่ คือ แรงงานเหมาค่าแรง หรือ sub contract ที่มีอยู่จำนวนมาก ทำให้ยังสามารถรักษาพนักงานประจำส่วนใหญ่เอาไว้ได้ แต่ในส่วนของผู้ผลิตชิ้นส่วน การบริหารจัดการด้านบุคลากร ไม่ยืดหยุ่นเหมือนกับโรงงานรถยนต์ เนื่องจากมี sub contract ไม่มากนัก ขณะที่ในส่วนของพนักงานประจำ ทางชิ้นส่วนก็ไม่ต้องการที่จะแตะต้อง เนื่องจากเข้าใจดีว่า หากเศรษฐกิจและตลาดกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง จะประสบปัญหาแรงงานมีฝีมือ หากปรับลดคนลงไปในขณะนี้

ดังนั้นหลายๆ ค่ายในช่วงนี้จึงต้องแบกรับภาระอยู่ไม่น้อย และมีความพยายามที่จะขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อชะลอการเลิกจ้างแรงงาน แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา พบว่ามีแรงงานไม่น้อยตัดสินใจออกจากอุตสาหกรรมนี้ไป เนื่องจากรายได้ที่ลดลงจากการขาดหายไปของ ค่าแรงล่วงเวลา ทำให้ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในพื้นที่ซึ่งมีค่าครองชีพสูง ดังนั้นในช่วงนี้ทางผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์จึงพยายามเร่งหาทางออกหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแยกตัวออกมาจากกลุ่มยานยนต์ในการยื่นข้อเสนอขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ หรือการมุ่งหาตลาดส่งออกมากขึ้น ในส่วนของสินค้าอะไหล่ทดแทน หรือ REM

สามารถ ดีพิจารณ์ ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ การทำตลาดส่งออกของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ในช่วงนี้เริ่มมีกลยุทธ์ให้เห็นมากขึ้น จากเดิมที่นั่งรอคำสั่งซื้อจากลูกค้า ก็เปลี่ยนเป็นการออกไปหาลูกค้ามากขึ้น และส่วนหนึ่งก็คือ การพยายามหาช่องทางเข้าไปลงทุนในตลาดเป้าหมาย และศึกษาถึงความสามารถในการแข่งขันของตลาดต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อหากลยุทธ์การตลาดที่เหมาะสม

"อย่างจีน หรืออินเดีย เป็นเรื่องยากที่เราจะแข่งขัน เพราะเขามีต้นทุนที่ต่ำมาก แต่ว่าตลาดเกาหลีใต้หรือว่าไต้หวัน เรายังสามารถแข่งขันได้"

 บุกตะวันออกกลาง
นายสามารถกล่าวว่า ตลาดที่น่าสนใจสำหรับสินค้าอะไหล่จากไทย ในช่วงนี้ก็คือ กลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งประกอบไปด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน กาตาร์ โอมาน และเลยไปถึง ตุรกี ซึ่งอยู่ในภูมิภาคยุโรป แต่มีพื้นที่ติดต่อกัน เนื่องจากเห็นช่องทางที่สำคัญคือ เป็นตลาดที่ใช้รถยนต์ญี่ปุ่นจำนวนมาก ซึ่งรถกลุ่มนี้เมืองไทยมีการผลิตสูง และมีความเชี่ยวชาญ เป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง มีคู่แข่งที่ไม่มากนัก และไทยส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว เช่น ซาอุดีอาระเบีย ปีที่ผ่านมา ไทยส่งสินค้าไปขายคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 1.1 หมื่นล้านบาท โอมาน 1.05 หมื่นล้านบาท หรือว่า กาตาร์ 2,100 ล้านบาท เป็นต้น

ทั้งนี้แม้ว่ายังมีอีกหลายภูมิภาคที่ไทยส่งออกรถยนต์ไปจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นตลาดใหญ่อย่างออสเตรเลีย หรือว่า แอฟริกาใต้ แต่ทางกลุ่มชิ้นส่วนมองว่า โอกาสสู้ตะวันออกกลางไม่ได้ เนื่องจากมีปัญหาหลายประการ เช่น แอฟริกาใต้ มีความพยายามกีดกันทางการค้า และเสถียรภาพทางการเงินยังไม่ดีนัก ขณะที่ออสเตรเลีย มีมาตรฐานสินค้าที่ละเอียด และเป็นมาตรฐานอ้างอิงที่แตกต่างจากอะไหล่ไทย
 
 สร้างศูนย์กระจายสินค้า ลงทุนอู่
 สำหรับแนวทางการบุกตลาดตะวันออกกลางของชิ้นส่วนไทย ขณะนี้เป็นรูปเป็นร่างที่ชัดเจน เมื่อมีผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทไทย 100% จำนวน 14 รายรวมตัวกันจัดตั้งเป็นบริษัทร่วมทุน ชื่อ CTAP Holding Company และประสานงานกับกรมส่งเสริมการส่งออก ในการหาพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะเดินทางไปเจรจากันในช่วงปลายเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ โดยเป้าหมายของการลงทุนครั้งนี้มี 2 รูปแบบ คือ ศูนย์กระจายสินค้า และอู่ซ่อมรถ

"ปัจจุบันในตะวันออกกลางมีอู่ซ่อมรถไม่มากนัก ส่วนใหญ่มาจากปากีสถาน ซึ่งเราเชื่อว่าช่างของไทยมีฝีมือที่ดีกว่า"
 ทั้งนี้การที่ CTAP ต้องการลงทุนในธุรกิจอู่ เพราะเห็นว่าจะเป็นการต่อยอดจากธุรกิจขายอะไหล่ และสามารถเป็นช่องทางในการกระจายสินค้าที่ดีและยั่งยืน

ส่วนแนวทางการลงทุนจะเป็นรูปแบบการร่วมทุนกับนักธุรกิจท้องถิ่นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ส่วนการที่ไม่เข้าไปลงทุน 100% เพราะต้องการลดความเสี่ยง และใช้สายสัมพันธ์ของคนในพื้นที่สร้างตลาด อีกทั้งเห็นว่าจะทำให้โครงการนี้เดินหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับแนวคิดการเข้าไปลงทุนธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ของไทย ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น โดยเมื่อหลายปีก่อนหน้านี้ สมัยรัฐบาลไทยรักไทย ที่มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ยานยนต์ เคยมีความพยายามจะเข้าไปซื้อกิจการอู่ซ่อมรถในตลาดใหญ่อย่างสหรัฐ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด 

สามารถกล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเข้าไปซื้อกิจการในสหรัฐ เพราะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และมีมูลค่าสูง อีกทั้งรถที่จำหน่ายในสหรัฐส่วนใหญ่เป็นโมเดลที่ต่างจากเมืองไทย

แต่แผนการเข้าไปลงทุนในตะวันออกกลางครั้งนี้ สามารถ บอกว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องขายฝันอีกต่อไป แต่มันคือความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นให้เห็นในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน และตุรกี ในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ อย่างแน่นอน

 

 

Tags : ชิ้นส่วนยานยนต์

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement