คอนติเนนทอลเดินหน้าติดตั้งเครื่องจักรที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ก่อนเปิดโรงงานวันที่ 16 มิถุนายน 2552 ยืนยันมั่นใจภาวะเศรษฐกิจไทย
มร.โธมัส แชมเบอร์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดของแผนการเปิดโรงงานของคอนติเนนทอลว่า “ปัจจุบันเราได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องจักรที่โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง มาได้ระยะหนึ่งแล้วและคาดว่าจะเริ่มเปิดสายพานการผลิตได้ก่อนที่จะเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มิถุนายน 2552 โรงงานนี้จะเป็นฐานผลิตหัวฉีดดีเซลระบบส่งกำลัง ปั้มแรงดันสูงและชิ้นส่วนคอมมอนเรล รวมถึงการผลิตอุปกรณ์ภายในรถยนต์และแผงหน้าปัดแสดงข้อมูล โดยการผลิตที่จะเริ่มในปี 2552 เป็นการผลิตเพื่อส่งออกไปประเทศจีน อินเดียและยุโรป ส่วนแผนการผลิตตั้งแต่ปี 2553 จะเป็นการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทย”
มร.แชมเบอร์ กล่าวยืนยันในตอนท้ายว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการเปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในเดือนมิถุนายน 2552 นี้แต่อย่างใด
คอนติเนนทอลยึดแนวปฏิบัติทางธุรกิจเดียวกันทั่วโลกที่สอดคล้องกับแนวคิดเมกะเทรนด์ (Megatrends) ของบริษัท ทั้งในเรื่องการประหยัดพลังงานและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ การจัดหาเทคโนโลยีการสื่อสารนำสมัยที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สะดวกสบายขึ้น ตลอดจนการสนับสนุนในการผลิตรถยนต์ในราคาที่ประหยัดคุ้มค่า
กลุ่มบริษัท คอนติเนนทอล เอจี ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยักษ์ใหญ่ 1 ใน 5 ของโลกจากเยอรมนี ได้ลงทุนมากกว่า 100 ล้านยูโร หรือประมาณเกือบ 5,000 ล้านบาท (ห้าพันล้านบาท) เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แห่งใหม่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จ. ระยอง ในประเทศไทย
Tags : คอนติเนนทอล ออโตโมทีฟ (ประเทศไทย) •

ความคิดเห็นที่ 2
= = , 24 เมษายน 2552 19:47
***ความคิดที่ต่อยอดระดับชั้นคงจะดีกว่าทำเกินพอดีหรือหยุดพอดีใช่ไหมครับก็อย่างที่บอกอ่ะครับหาก ทำตำราแบบนี้ไม่ว่าเด็กที่ไหนก็อยากเรียนเพราะไม่มีใครดูถูกหากเราทำไม่ดีและไม่มีการอวดเก่งหากทำผลงานได้ดีเพราะอย่างไงระดับชั้นมันก็ต้องมีบางรายวิชาที่ทำเป็นกลุ่ม ความร่วมมือถึงการทำสิ่งที่ดีและเอามาช่วยกันพัฒนาแค่ ม.6 เราก็น่าเห็นเด็กไทยทำดวงอาทิตย์เล่นได้ในโลกและยานอวกาสขึ้นบินเล่นแล้วมั่งครับ //// สำหรับพวกโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆอย่างเช่นโรงงานรถถึงมีทีมวิจัยพัฒนาดีอย่างไรก็เหอะครับแต่ก็แค่ในโรงงาน ถ้านักเรียน ปวช.2เขาทำช่วงล่างรถที่ใช้ระบบแบบลอยตัวได้เขาจะเอาผลงานชิ้นนี้ไปให้ใครครับ /// ก็ต้องตอบแทนให้กับโรงงานรถที่ให้ทุนอุดหนุนสำหรับใช้พัฒนาถึงจะเป็นเศษรถที่พังแล้วแต่ถ้าเอาไปให้เด็กพวกนี้ทำเล่นคิดเอานะครับทั่วประเทศมีสถาบันอยู่เท่าไรความคิดต่อยอดจากผลงานเดิมเรื่อยๆมันก็เหมือนศูนย์วิจัยพัฒนาตรงส่วนนั้นซึ่งพัฒนาพร้อมกันที่เดียวทั่วประเทศ
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 24 เมษายน 2552 19:38
***ให้บริจาคทุนเด็กไทยทำวิจัยเกี่ยวกับเทคโนโลยีสักนิดก็ดีนะครับเพราะในอนาคต ถ้าหากเด็กไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่องและต่อยอดความคิดของทุกระดับชั้นไปเรื่อยๆลองแค่+-*/ดูสิครับสถาบันที่โรงเรียนแค่ ประถม 1 - มัธยม 6 ใช้ตำราเรียนที่เริ่มเหมือนกันแต่ใรตำรานั้นเป็นแบบต่อยอดของตำราเรียนเดิมให้มีพัฒนาการที่ง่ายต่อการเรียนความคิดและสิ่งประดิษฐ์ที่ทำไว้เพราะทั่วเมืองไทยทุกปีที่เรียนเสร็จการต่อยอดความคิดตรงนั้นให้ดีจะถูกเอามารวมใหม่ที่สถาบันใดสถาบัน1 ที่เป็นผู้นำตำราที่จะแนะแนวความคิดในปีถัดไปจะถูกจัดทำใหม่เพื่อให้ได้วิธีที่ดีไวและง่าย เพราะการประชุมทุกปีของทุกระดับชั้นวึ่งมีมาแค่คนเดียวของทุกสถานที่ระดับชั้นนี้เสนอแนวที่ดีที่สุดและผู้นำโรงเรียนทั่วประเทศยอมรับส่วนใหญ่ตำราการเรียนอันนั้นจะถูกพิมพ์ใหม่ทับของเดิมเพื่อต่อยอดตำราเรียนจริงๆเพื่อการพัฌนามันมีไม่เกิน 5หน้าหรอกครับสำหรับพวกตำราที่เป็นสูตรหรือหลักในการท่องจำก็ทำ แต่สำหรับการพัฒนามันคือการที่ต่อยอดของเดิมให้ดีไม่ยึดหลักเกณฑ์ของคนๆเดียวแต่ยึดหลักเสียงส่วนใหญ่ //// ลองคิดดูสมมุติว่า ปวช.ปี1 สอนทำเครื่องบินร่อนอย่างปีแรกในตำราที่เขียนก็คือสูตรหลักการ์ณพับกระดาษเป็นรูปจรวดแล้วปาร่อนดูและเมื่อมีเด็กอยู่คนแนะอาจาร์ณว่าลองเอาแผ่นพลาสติกและมอเตอร์อันน้อยติดกันแบบเครื่องบินกระดาษแล้วใส่สูตรดูปรากฎว่าบินได้ดีขึ้นก็เอาเข้าประชุมและจัดทำขึ้นอีกฉบับแต่//ต้องเอาของเมื่อปีก่อนใส่ไว้ด้วยเพราะเหตุที่ว่าหากเร็วเกินความจำเป็นเด็กจะงงต้องหาจุดสมดุลตรงนั้นว่าอยู่ตรงไหนแล้วทำสมดุลตรงนั้นไม่ใช่ โรงเรียนนี้เก่งใช้เหล็กมาสร้างได้แล้วแต่นั้นไม่ใช่ทุกโรงเรียนชั้นนั้นจึงต้องเป็นแค่แผ่นพลาสติกไปก่อนสำหรับทำเป็นเหล็กถ้าลองไปดูอีกชั้น1 หรือ ปวช.2ตรงนั้นเด็กคงจะทำเป็นเหล็กได้เราก็พัฒนาต่ออันนี้คงเข้าใจถึงหลักการ์ณต่อยอดใช่ไหมครับ ผู้นำการศึกษาสถาบันดังๆในไทยต้องออกมาช่วยตรงนี้แล้วล่ะครับถ้ายังนิ่งหยุดเดินเด็กไทยจะหยุดตามคุณ /// คงงงสิครับแล้วครูล่ะจะทำหน้าที่อะไรก็ทำหน้าที่คอยสังเกตุเด็กที่มีปัญหาจากสังคมมาเพราะเด็กส่วนนี้ชอบทำคำตอบหรืออะไรที่นอกเรื่องการด่าว่าไม่ใช่การช่วยแต่การเป็นที่ปรึกษาและคอยสนับสนุนทางความคิดและตำราที่มีมาแล้วคอยดูว่าเด็กคนไหนเป็นผู้แสดงออก เออแล้วการที่ทำให้เด็กอยากเข้ามาพัฒนานั้นบางคนกลัวว่าจะทำไม่ได้จะทำให้แย่หนักนั้นก็หน้าที่ครูที่จะคอยสนับสนุนถึงแม้ความคิดจะถูกหรือผิดนั้นก็คือความคิด สำหรับเด็กที่ชอบทำหน้าขำๆหัวร่อเด็กที่ทำผลงานแย่ก็พยายามพูดไปเลยครับว่าการดูถูกหรือเหยียบย้ำความคิดคนอื่นมันไม่ใช่เป็นผลดีกับเด็กคนนั้นเพราะถ้าขาดความร่วมมือทำสิ่งที่ใหญ่กว่าสำคัญกว่าถึงแม้เด็กคนนั้นจะมีพัฒนาดีอย่างไรแต่การทำคนเดียวก็ไม่ได้ทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้และก็จะไม่รู้จุดเสียของตนเอง