เบนซ์ ส่งรถอีคลาสโฉมใหม่ สกัดเกรย์มาร์เก็ต แจงแคมเปญลดราคาอีคลาส เอ็นจีที เป็นเพียงการกระตุ้นตลาดในฐานะมาร์เก็ต มั่นใจปีนี้รักษายอดขายเท่าเ
ศ.ดร.อเล็กซานเดอร์ เพาฟเลอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในไทยจะชะลอตัว จนส่งผลกระทบกับตลาดรถยนต์ โดยเฉพาะตลาดรถหรูก็ตาม แต่บริษัทในฐานะที่เป็น ผู้นำตลาด ยังคงทำกิจกรรม อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญในยามที่เกิดวิกฤติในด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทมีแผน เปิดตัวรถรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจะประเดิมที่รุ่น อีคลาส คูเป้ โฉมใหม่ ในงานมอเตอร์โชว์ ที่จะถึงนี้ โดยประเทศไทยเป็นที่แรกในโลกที่รถตัวพวงมาลัยขวา จากนั้นประมาณกลางปี จะแนะนำรุ่น เอส500 และปลายปี จะเปิดขายซีคลาส เครื่องยนต์ดีเซล
"แม้ว่าการส่งรถใหม่ในช่วงนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะในฐานะที่เราเป็นผู้นำตลาดที่มีส่วนแบ่งเกือบ 60% เราไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เราต้องรักษาฐานลูกค้าเก่า พร้อมกับการหาลูกค้าใหม่ และอีคลาส คูเป้นี้เราพยายามที่จะขายและเปิดตัวโดยเร็ว เราไม่ต้องการให้ลูกค้าไปซื้อที่อื่น" นาย เพาฟเลอร์ กล่าวและว่า ภาพรวมตลาดรถหรูในขณะนี้มีการชะลอตัว ซึ่งมีสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังคงตั้งเป้าหมายยอดขายให้เท่ากับปีที่ผ่านมา โดยจะมีการทำแคมเปญอย่างต่อเนื่อง โดยแคมเปญล่าสุดที่สร้างความฮือฮาในตลาดก็คือ แคมเปญ อีคลาส ซึ่งหากลูกค้าที่ซื้อเงินสด จะได้รับส่วนลดทันที 8 แสนบาท จากราคา 3.7 ล้านบาท เหลือ 2.9 ล้านบาท ซึ่งแคมเปญดังกล่าวถือเป็นการกระตุ้นรถในตระกูลอีคลาสทั้งหมด
"การทำแคมเปญ ไม่ใช่เป็นการลดราคา แบบไม่มีเหตุผล โดยลูกค้าที่ซื้อรถในตระกูลอีคลาสด้วยเงินสดจะได้รับส่วนลดทันที ขณะที่ซื้อเงินผ่อน เราก็มีแคมเปญต่างหากให้ เช่น ดาวน์ 0% ผ่อนนาน และครั้งนี้ถือเป็นการจัดโปรโมชั่นในสต็อกที่มีจำนวนจำกัด ไม่ใช่เป็นการลดราคาลงมา โดยเป้าหมายสำคัญของการทำแคมเปญครั้งนี้คือ เราต้องการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มใหม่ ที่ต้องการรถที่ใหญ่ขึ้น" ผู้บริหารกล่าวและว่า ไม่เพียงแต่การทำแคมเปญเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์แล้ว แต่บริษัทยังได้มีการจัดแคมเปญในส่วนของอะไหล่และบริการด้วย โดยลูกค้าที่นำรถมาตรวจเช็คในศูนย์บริการ จะได้รับส่วนลดราคาอะไหล่ 25%
นาย เพาฟเลอร์ กล่าวอีกว่า นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่และการทำโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่องแล้ว สิ่งที่บริษัทจะดำเนินการควบคู่กันไปก็คือ การพัฒนาศักยภาพดีลเลอร์ ซึ่งขณะนี้ตนเองอยู่ระหว่างการเยี่ยม ดีลเลอร์เพื่อ รับทราบปัญหาและหาช่องทาง ช่วยเหลือ สำหรับจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการที่มีอยู่ 32 แห่งทั่วประเทศ ถือว่าครอบคลุมแล้ว
