วันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550





















ฉบับที่ 28 ม.ค. 2550
  • รีวิวปีหมาดุ "ทองคำ"ซิวแชมป์


  • ฉบับที่ 21 ม.ค. 2550
  • ลงทุนยังไง ไม่ให้ถูกสะเก็ดระเบิดจากปีหมูไฟ





  • กลับหน้าแรก >>



    หาจังหวะรีไฟแนนซ์หนี้บ้าน

    ทิศทางอัตราดอกเบี้ยลดลงก็จริงอยู่ แต่ไม่ใช่ว่าธนาคารทุกแห่งจะปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาง่ายๆ เหมือนดอกเบี้ยเงินฝาก

    ธนาคารบางแห่งเริ่มประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลงแล้ว แต่เป็นการลดดอกเบี้ยเงินฝากขาเดียว แต่ธนาคารบางแห่งก็ลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงด้วยเช่นธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.)

    หากธนาคารที่เป็นเจ้าหนี้ของคุณยังมีท่าทีวางเฉย ไม่มีวี่แววว่าจะขยับดอกเบี้ยเงินกู้ลงมา ระหว่างนี้ลองสำรวจธนาคารเจ้าหนี้รายอื่นๆ ดูว่า เขามีโปรโมชั่นสำหรับการรีไฟแนนซ์หรือเปล่า

    การรีไฟแนนซ์ดอกเบี้ยกู้บ้าน คือ การหาข้อตกลงเงินกู้ใหม่เพื่อไปจ่ายคืนเงินกู้เก่า โดยข้อตกลงใหม่จะต้องมีรายละเอียดที่ดีกว่าสัญญาเดิม เช่นได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง ระยะเวลาผ่อนนานขึ้น หรือลดจำนวนงวดผ่อนให้น้อยลง โดยรวมๆ จึงต้องได้รับเงื่อนไข และข้อตกลงที่ดีกว่าเดิม เอาเป็นว่า ก่อนจะตัดสินใจรีไฟแนนซ์ต้องดูอะไรกันบ้าง

    @ อัตราดอกเบี้ย...อัตราดอกเบี้ยที่จะได้จากแหล่งเงินกู้หรือสถาบันการเงินใหม่ควรจะต่ำกว่าของเดิมที่ผ่อนจ่ายอยู่ ซึ่งโดยเฉลี่ยควรถูกกว่าแหล่งเดิมไม่ต่ำกว่า 5% วิธีดูง่ายๆ ก็คือ ให้เปรียบเทียบวงเงินกู้กับอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงไป โดยให้เงื่อนไขระยะเวลาการผ่อนชำระเท่ากัน เพื่อดูว่าภายใต้เงื่อนไขในสัญญาใหม่เทียบกับเงื่อนไขในสัญญาเก่านั้น คุณจะประหยัดเงินโดยรวมไปได้เท่าไร

    @ ค่างวดต่อเดือน...อัตราดอกเบี้ยเกี่ยวข้องกับค่างวดต่อเดือน โดยอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงก็จะทำให้คุณมีภาระผ่อนต่องวดลดลงด้วย ดังนั้น นอกจากอัตราดอกเบี้ยจะต้องถูกลงเพื่อให้ยอดหนี้สินโดยรวมลดลงแล้ว ให้ดูว่าเมื่อส่งค่างวดต่อเดือนลดลงแล้ว จะประหยัดเป็นเงินเท่าไร

    @ค่าธรรมเนียม...ในการรีไฟแนนซ์จะต้องมีค่าธรรมเนียมต่างๆ เช่น ค่าธรรมเนียมในการรีไฟแนนซ์ หรือค่าใช้จ่ายในการออกจากสถาบันการเงินเดิม ที่คุณต้องพิจารณาเพื่อเทียบส่วนได้ส่วนเสียกับประโยชน์ด้านอื่นๆ ที่ได้มาว่าจะคุ้มค่าต่อกันหรือไม่

    ซึ่งค่าธรรมเนียมซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการรีไฟแนนซ์ เช่น ค่าประเมินหลักทรัพย์หรือหลักประกัน, ค่าธรรมเนียมแรกเข้าในการใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ประมาณ 1% ของวงเงินกู้ใหม่, ค่าอากรแสตมป์ 0.05% ของวงเงินกู้ใหม่, ค่าธรรมเนียมการจำนอง 1% ของวงเงินจำนอง

    นอกจากนี้ คุณยังมีค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายให้เจ้าหนี้เดิมในการเลิกเป็นลูกค้ากับสถาบันการเงินนั้น หรือเรียกว่าค่าใช้จ่ายในการปลดจำนองก่อนครบกำหนด ซึ่งเป็นอัตราเท่าไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถาบันการเงิน และตามระยะเวลาที่ไถ่ถอนก่อนกำหนด โดยจะระบุไว้ในสัญญากู้เดิม และมักอยู่ที่ 0-2% ของยอดที่ค้างอยู่

    นอกจากเป็นจังหวะดีสำหรับการกู้ซื้อบ้าน และลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว ลองหาจังหวะเหมาะๆ ในการรีไฟแนนซ์หนี้บ้านก็ดีไม่น้อย





    copyright @ NKT NEWS CO.,LTD.
    All Right Reserved, Contact us : ktwebeditor@nationgroup.com