แค่ฟังก็น้ำลายไหล หมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ

แค่ฟังก็น้ำลายไหล หมึกแดดเดียวปากน้ำปราณ

ชวนเที่ยว ชวนชิม เทศกาลกินหมึกแดดเดียวและอาหารทะเล ปากน้ำปราณ ครั้งที่ 5 วันที่ 21 - 22 กันยานี้

บันทึกคำบอกเล่าของชาวประมงพบว่าในท้องทะลอ่าวไทยทั้งปีมีฤดูกาลของการจับปลาหมึกต่างกัน 

ตั้งแต่เดือน มกราคม - กุมภาพันธ์ ปลาหมึกจะชุกบริเวณหน้าอ่าว จ.ชลบุรี ก่อนจะย้ายมาบริเวณหน้าอ่าวปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ในช่วง เดือนมีนาคม-เมษายน ส่วนกลางปีตั้งแต่ พฤษภาคม ไปจนถึง สิงหาคม หมึกจากย้ายไปอยู่แถบหน้าอ่าวปะจวบฯ ทับสะแก บางสะพาน และอ่าวบ่อนอก อ่าวน้อย หลังจากนั้นจึงกลับมาที่หน้าอ่าวปราณอีกครั้งในช่วง กันยายน - ตุลาคม และไปตบท้ายช่วงเดือนพฤศจิกายน และธันวาคม ช่วงฤดูลมว่าวปลาหมึกจะอยู่ด้านตะวันออกห่างจากฝั่งประมาณ 5.4 กิโลเมตร วนเวียนอยู่อย่างนี้เป็นประจำ

S__66338936

เป็นที่รู้กันว่า หมึกในพื้นที่ปากน้ำปราณมีรสชาติหวานจากธรรมชาติ นุ่ม และไม่เหนียวเหมือนปลาหมึกทั่วไป เพราะได้รับอิทธิพลของน้ำจืดจากแม่น้ำปราณบุรี ที่ไหลลงสู่ทะเลจะนำแพลงตอนที่เป็นอาหารปลาหมึกมาสะสมอยู่ในทะเล ทำให้ปลาหมึกมีรสชาติดี ปลาหมึกที่นี่จึงกลายเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นอีกอย่างของปราณบุรี

มาโนช เอี่ยมละออ ผู้อำนวยการส่งเสริมการเกษตรอบต.ปากน้ำปราณ กล่าวว่า ชาวตำบลปากน้ำปราณบุรีได้คิดค้นวิธีการจับปลาหมึกมาตั้งแต่แต่ปี 2520 เริ่มจากใช้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นแสงสว่างในการล่อปลาหมึกให้มารวมตัว จนพัฒนามาเป็นเรือปั่นไฟไดร์หมึก และหรี่ไฟลงปลาหมึกจะมารวมตัวกัน จากนั้นใช้แหครอบ ซึ่งแต่ละปีหมึกมีการเจริญเติบโตขึ้นตามลำดับ ประกอบกับการควบคุมเรือประมงของรัฐบาล ทำให้เรือไดร์หมึกลดลงเหลือประมาณ 100 ลำในพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณ

“อุตสาหกรรมการแปรูปปลาหมึกสร้างงานและรายได้ให้กับคนในพื้นที โดยการแปรรูปจะมีค่าใช้จ่ายดังนี้ ค่าผ่าหมึกกิโลกรัมละ 3.50-4 บาท ค่าตากหมึกบนแผงๆละ 3-4 บาท ค่าลอกหมึกแผงละ 2 บาท ค่ามัดหมึกกิโลกรัมละ 2 บาท ชาวบ้านมีรายได้เฉลี่ยวันละ 200-300 บาท” 

S__66338934

สำราญ งดงาม ผู้ผลิตปลาหมึกแดดเดียว เล่าถึงวิธีทำหมึกแดดเดียวว่า เมื่อเรือไดร์หมึกเข้าฝั่งผู้ประกอบการจะไปคัดไซส์ปลาหมึก โดยจะใช้ปลาหมึกกล้วยน้ำหนักประมาณครึ่งกิโล ผ่าแล้วลอกหนัง ล้างด้วยน้ำทะเลมาตากแดดในระยะเวลา 45 นาที จากนั้นบรรจุแพคแช่แข็งจำหน่ายราคากิโลกรัมละ 450 บาท ออกจากตู้แช่แข็งจะอยู่ได้ 13 ชั่วโมง ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารในย่านนี้ รวมทั้งชลบุรี ระยอง สามารถนำไปทอดโดยไม่ต้องละลายน้ำแข็ง 

เวลาทอดจะไม่เกิดปะทุในน้ำมัน เพราะปลาหมึกผ่านการตากแดด ทำให้น้ำในหมึกหมดไป ขณะที่บางแห่งไม่นำไปตากแดดเพราะรักษาน้ำหนักของหมึกจะเกิดการปะทุระหว่างทอด ซึ่งหมึก 1 กิโลกรัมทอดแล้วจะเหลือน้ำหนักครึ่งกิโลกรัม

ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายจะใช้วิธีเลือกใช้หมึกหอมมาทำหมึกแดดเดียว นำมาผ่าแล้วล้างด้วยน้ำทะเลตากแดดไว้ 3- 4 ชม. โดยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นดามไว้ไม่ให้หมึกงอแล้วนำมาทอด จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 500 บาท ซึ่งหมึกที่ได้จะมีความนุ่มไม่เหนียว มีรสหวานจากธรรมชาติแบบลงตัว

S__66338937

ด้วยความที่ “หมึกปากน้ำปราณ” มีดีอย่างนี้จึงทำให้เกิดเป็นแนวคิดจัดงานเทศกาลกินหมึกแดดเดียวขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งในปีนี้ได้จัดติดต่อกันมาเป็นปีที่ 5 แล้ว ระหว่างวันที่ 21-22 กันยายน 2561 ตรงบริเวณจุดชมวิวแหลมเกด โดยมีการนำผลิตภัณฑ์ปลาหมึกมาให้ได้ชิม และเลือกซื้อหา พร้อมประกวดเมนูหมึกแดดเดียว และเมนูอาหารทะเลขึ้นชื้อ อีกทั้งกิจกรรมบันเทิงอื่นๆ ด้วย

โชตินรินทร์ เกิดสม รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้อำเภอปราณบุรีร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลปากน้ำปราณบุรี ชุมชนและภาคเอกชน เพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชนและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ พบว่าการจัดงานจะสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น 5-7 เปอร์เซ็นต์ จากรายได้การท่องเที่ยวทั้งปีของจังหวัดประจวบฯ อยู่ที่ 36,359 ล้านบาท

สำหรับตัวปราณบุรีนั้น กิตติพงศ์ สุขภาคกุล นายอำเภอปราณบุรี เสริมว่า ด้วยศักยภาพมีพื้นที่ชายหาดถึง 12 กม. ทำให้เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งได้รับการยอมรับเป็นแหล่งผลิตปลาหมึกแดดเดียวที่มีรสชาติดีที่สุด รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ จากเรือประมงพื้นบ้านจำหน่ายด้วย 

ปลาหมึกปากน้ำปราณจึงกลายเป็นทั้งอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และเมนูเรียกแขกกระตุ้นเศรษฐกิจของพื้นที่ไปด้วยกันโดยปริยาย