ชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์

15 มีนาคม 2562
935

วันเลือกตั้ง (5) ​

หลักสำคัญของโหราศาสตร์คือ “เวลาเดินเป็นวงกลม” ดังนั้น จุดสิ้นสุดคือจุดเริ่มต้นใหม่ ยุคที่ 8 สิ้นสุด 28 มกราคม 2561

เมื่อเสาร์จรทับเสาร์เดิม แต่ลีลาดาวรอบนี้พิสดารกว่า เสาร์เดินหน้า ถอยหลังกลับ แล้วเดินหน้าทับอีกที (Triple Conjunction) วงรอบที่ 9 ที่แท้จริงเริ่มตรงนี้ ยุคที่ 9 ของการเมืองไทยคือ 25 ตุลาคม 2561 – 10 ธันวาคม 2590

เลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 สำคัญมาก เพราะเป็นครั้งแรกของยุคใหม่ มันบอกถึงลักษณะเด่นและแนวโน้มของผลลัพธ์ (การเมือง) ที่จะตามมาทั้งหมด  ผูกดวงได้ลัคนาเมษที่ 7:47 องศา วันใกล้เคียงกับครั้งที่ 18 เมื่อ 22 มีนาคม 2535 อาทิตย์มีนผิดกันแค่ 1 องศา ลัคนาก็เช่นกัน ที่แปลกคือจันทร์ตุลย์ห่างกัน 1 องศาด้วย ที่แปลกมากคืออังคารดาวเจ้าเรือนลัคน์ 90 กันสนิทในกุมภ์-พฤษภ เลือกตั้งครั้งนั้นเกิดอะไร ? มันนำไปสู่พฤษภาทมิฬ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนกัน มันขึ้นกับองค์ประกอบทั้งดวง โดยเฉพาะตำแหน่งดาวใหญ่ที่แตกต่างกันมาก

องศาลัคน์คือจุดที่น่าสนใจ ลัคน์ครั้งที่ 18 ทับอาทิตย์เดิมและ 90 จันทร์เดิมดวงเมือง ผลจึงยิ่งใหญ่รุนแรงและเกี่ยวข้องกับผู้นำรัฐบาล คล้ายกับครั้งที่ 4 เมื่อ 6 มกราคม 2489 ลัคน์มังกรที่ 10:09 องศา 90 อาทิตย์และ 180 จันทร์เดิม มันนำไปสู่รัฐประหาร ครั้งที่ 22 เมื่อ 6 มกราคม 2544 ได้คนหน้าใหม่ (ทักษิณ) เป็นนายกฯ ลัคน์ครั้งนี้ใกล้กว่าครั้งที่ 18 เหตุการณ์ย่อมเกี่ยวข้องกับนายกฯและส่งผลกระทบทางการเมืองอย่างลึกซึ้งกว้างไกล

คราสสุดท้ายก่อนเลือกตั้งคือจันทรคราส (เต็มดวง) 21 มกราคม ที่ 6:44 องศากรกฎ ลัคนา 90 คราสนี้พอดี กรกฎคือภพ 4 หมายถึงความอยู่ดีกินดี จันทรคราสใกล้จันทร์เดิม จันทร์คือประชาชน ประชาชนตื่นตัวและออกมาใช้สิทธิกันมากมาย อันเนื่องจากประเด็นทางเศรษฐกิจ

ดาวที่มีพลังอำนาจมากสุดคือมฤตยู เพราะกุมลัคน์สนิท มฤตยูคือความแปลกใหม่ ของใหม่ พรรคพลังประชารัฐเข้าข่ายนี้ พื้นดวงดีทีเดียว ปัญหาคือหลังจาก 23 มีนาคม ราหูยกเข้าเมถุนเล็งลัคน์และเสาร์พลูโตเดิมพอดี ราหูเดิมเป็นมรณะลัคน์ ดวงจะตกหนัก โอกาสจัดตั้งรัฐบาลเหลือน้อยเต็มที นี่ถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง สถานการณ์จะดีกว่านี้ (อ่าน “เลือกตั้ง 2562” เมื่อ 23/11/2561 ที่ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/646009)

มฤตยูสร้างการเปลี่ยนแปลง คิดและทำนอกกรอบ แหกกฎ ขบถ ปฏิวัติ เป็นความหมายของมัน มฤตยูอยู่เลยจากเสาร์  เสาร์หมายถึงโครงสร้าง กฎระเบียบ สภาพเดิม ฯลฯ มฤตยูจึงทำลายเก่าเพื่อสร้างใหม่ โดยเฉพาะระบบโครงสร้างเดิมที่ไม่ยืดหยุ่น ไม่ปรับตัว เก่าแก่ และล้าสมัย มฤตยูยังเป็นดาวแห่งเสรีภาพ มันปฏิเสธและต่อต้านการควบคุมบังคับ เป็นปฏิปักษ์ต่ออำนาจที่รวมศูนย์ และปลดปล่อยทุกคนเป็นอิสระ แนวคิดเช่นนี้จะเติบใหญ่จนกลายเป็นกระแส ยิ่งใกล้วันยิ่งแรงกล้า

คนรุ่นใหม่ วัยรุ่น นิสิต นักศึกษา จะออกมาแสดงพลังให้ทุกคนเห็น ตระหนัก และยอมรับตัวเขา เพราะมฤตยู (และลัคนา) ทับอาทิตย์เดิม อาทิตย์คือดาวเจ้าเรือนภพ 5 ซึ่งหมายถึงคนกลุ่มนี้ มี 7 – 10 ล้านคน (แล้วแต่นิยาม) ที่เป็นคนรุ่นใหม่และ First Voter พวกเขาเป็นกลุ่มพลังใหม่ที่ไม่สนใจสีเสื้อและต้องการก้าวพ้นการเมืองที่ติดหล่มมากว่า 10 ปี พวกเขาคือตัวแปรสำคัญที่สุดในครั้งนี้ วิธีสื่อสารก็สมัยใหม่ พวกเขาใช้ Social Media ซึ่งก็คืออีกความหมายของมฤตยู พรรคที่ครองใจคนกลุ่มนี้ จะเป็นผู้ชี้ขาดการจัดตั้งรัฐบาล

จุดอันตรายคือเสาร์ราหูพลูโตที่กุมเล็งกันในแกนเมถุน-ธนู พลูโตคืออำนาจ ราหูคือการเปลี่ยนแปลง ชี้ชัดถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจ ราหูพลูโตยังกุมเล็งทศมลัคน์ซ้ำอีก ยิ่งยืนยันชัดเจน แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันบอกถึงความพยายามที่จะต่อต้านการเปลี่ยนนั้น พลูโต 180 ราหูพอดี ถ้าผู้มีอำนาจหลงผิดและใช้อำนาจเกินขอบเขต ปัญหาใหญ่มากจะตามมา มฤตยูที่รออยู่แล้ว จะสปาร์คพลังประชาชนให้ระเบิดออก เหมือนเลือกตั้งครั้งที่ 23 เมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2548 ลัคน์กุมภ์ที่ 14:04 องศา มฤตยูกุมสนิท เกิดกรณีขายหุ้นชินคอร์ป 73,000 ล้านบาทโดยไม่เสียภาษี ประชาชนรับไม่ได้ การเมืองร้อนแรง นายกฯต้องยุบสภา และเกิดรัฐประหารคมช.ในที่สุด

พุธกุมภ์กุมเนปจูนสนิทพอดีคือจุดที่สร้างปัญหา พุธคือการสื่อสาร เนปจูนคือความคลุมเครือ ภาพลวงตา การสลาย ฯลฯ พุธถอยหลังและเป็นดาวเจ้าเรือนอริ ชี้ถึงความไม่แน่นอน ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน และการประท้วงฟ้องร้องกันวุ่นวาย แม้เปิดสภาได้ แต่การจัดตั้งรัฐบาลก็ยุ่งยาก ติดขัด ล่าช้า เต็มไปด้วยปัญหาอุปสรรค รูปดาวคล้ายเลือกตั้งครั้งที่ 27 เมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ครั้งนั้นลัคน์กุมภ์ พุธเป็นดาวเจ้าเรือนมรณะ กุมเนปจูนและลัคน์พอดี ผลลงเอยที่ศาลรธน.วินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โชคดีที่ครั้งนี้ไม่แรงเท่า แต่คงกินเวลาและเจอปัญหามากกว่าที่คาดคิด ทางออกที่วันนี้ไม่มีใครเห็น เมื่อถึงเวลาฟ้าเปิด ทุกคนจะเห็นและเข้าใจได้เอง

เลือกตั้งครั้งนี้เข้าสู่ยุคใหม่ แต่เรากลับเห็นภาพการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างตัวละครยุคเก่า พล.อ.ประยุทธ์และคสช.คือมรดกของยุคที่ 7 ทักษิณและเครือข่ายคือตัวแทนยุคที่ 8 ในช่วงรอยต่อก็เป็นเช่นนี้ ผู้เล่นหลักของยุคเดิมพยายามดำรงสถานะและรักษาอำนาจของตน ยุคหนึ่งยาว 30 ปี สถานการณ์ที่สับสนวุ่นวายเช่นนี้อาจกินเวลาหลายปี เหมือนที่รสช.แทรกเข้ามาต้นยุคธุรกิจคุมการเมือง

เมื่อเป็นตัวแทนของยุคเก่า พวกเขาย่อมไม่ใช่ ตัวจริงของยุคใหม่ ยิ่งเวลาผ่านไป ยิ่งถูกลดบทบาทลงไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งเผชิญแรงกดดันมาก ที่สุดก็ต้องลงจากเวที คนใหม่ก็ขึ้นมาแทนที่ นี่คือกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครต้านทานได้ สิ่งที่ควรจับตาคือพลังของคนรุ่นใหม่ มฤตยูที่กุมลัคน์สนิทในดวงครั้งนี้ ชี้ว่าการเมืองในยุคที่ 9 จะเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง ตื่นตัว รู้เท่าทัน สร้างสรรค์ และเพื่ออิสรภาพอย่างแท้จริง

มฤตยูคือ Disruption ทุกท่านโปรดตั้งสติเตรียมรับมือครับ

แชร์ข่าว :
Tags: