ทัศนะจากผู้อ่าน

ผู้อ่านสามารถส่งเรื่องมาได้ที่ ktopinion@nationgroup.com

12 กุมภาพันธ์ 2562
593

ศูนย์ FLEC…ต้นแบบความสำเร็จ 5 องค์กรบูรณาการประมงยั่งยืน

ข่าวการปลดใบเหลืองประมงไอยูยูของประเทศไทย นอกจากจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จ

ของความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และภาคประมง ในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเรื่องการทำประมงผิดกฏหมายกันอย่างจริงจังและแข็งขันตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา

ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen Life Enhancement Center หรือ FLEC) ที่ตั้งอยู่ท่าเทียบเรือประมงสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการบูรณาการความร่วมมือ 5 องค์กรทั้งภาครัฐ NGO และเอกชน ประกอบด้วย องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา(บ้านสุขสันต์) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เพื่อมาช่วยกันแก้ปัญหาและยกระดับมาตรฐานด้านแรงงานในอุตสาหกรรมประมงของไทยแบบครบวงจร รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรมประมงที่จังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง

ศูนย์ FLEC มีบทบาทเป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมระหว่างหน่วยงานราชการกับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ และเป็นสถานที่ให้บริการแก่แรงงานประมงข้ามชาติและครอบครัว เหมือนกับ One Stop Service ซึ่งมีล่ามและเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแรงงานในทุกด้าน รวมทั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาทักษะชีวิต ขณะที่ศูนย์ฯ ยังเป็นสถานที่รวมตัวและพบปะของเพื่อนแรงงานประมง หรือมาใช้ห้องละหมาดร่วมกัน และเป็นที่พึ่งในยามที่แรงงานหรือนายจ้างที่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องต่างๆ อาทิ แปลเอกสาร ล่ามภาษา หรือประสานงานกับองค์กรอื่นๆ

ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินงาน ศูนย์ FLEC ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากแรงงานประมง ประมงเกี่ยวเนื่อง และครอบครัว รวมถึงนายจ้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการให้ความร่วมมือ และเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของศูนย์ฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ ปี 2561 ที่ผ่านมา มีแรงงานประมงและครอบครัวเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ FLEC เดือนละ 35-36 ครั้ง ได้รับความร่วมมือให้พบแรงงานบนเรือเพื่อแจกกล่องยาสามัญ และสอนการใช้ยาและการดูแลสุขภาพตนเองของลูกเรือ ซึ่งสามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติที่ทำงานบนเรือประมงถึง 76 ลำ สามารถเข้าลูกเรือประมงได้กว่า 2,000 คน แม้จำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานข้ามชาตินับแสนคน ที่ทำงานในภาคการประมง แต่ด้วยความที่ ศูนย์ฯ ยังสามารถขยายเครือข่ายและอาสาสมัครกลายเป็นกระบอกเสียงและนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาให้แรงงานข้ามชาติเพิ่มมากขึ้น

ศูนย์ FLEC ยังได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่แรงงานที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรือการใช้แรงงานผิดกฎหมายได้กว่า 38 คน ขณะที่ ศูนย์ฯ จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัยในการทำงานบนเรือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยให้แรงงานข้ามชาติทำงานด้วยความมั่นใจและสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ดี ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ยังนำปัญหาที่พบจากการพูดคุยกับแรงงานมาปรับกิจกรรมให้ตรงกับสถานการณ์และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น เช่น การเปิดช่องทางสื่อโซเชียลให้เข้าถึงแรงงาน การสอนลูกเรือใช้บัตร ATM ซึ่งเป็นปัญหาเล็กน้อย แต่อาจจะกระทบกับภาพลักษณ์ของมาตรฐานแรงงานประมงข้ามชาติในอนาคตได้

สำหรับการศึกษาของลูกหลานประมงข้ามชาติ ศูนย์ FLEC ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองมาร่วมประชุมผู้ปกครองและจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านเพิ่มขึ้น และส่งลูกมาเรียนหนังสืออย่างสม่ำเสมอประมาณ 30 คนต่อปี และในปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สามารถส่งเด็ก 7 คนเข้าเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และ 5 คนในระดับอนุบาล 2 ที่โรงเรียนเทศบาล 1 (ถนนนครนอก) อ.เมือง จ.สงขลา และที่ศูนย์ฯ ยังสอนอัลกุรุอานให้กับเด็กที่นับถือศาสนาอิสลามอีกด้วย

นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังดำเนินกิจกรรมด้านเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตของแรงงานและครอบครัวของแรงงาน ทั้งเรียนรู้การประกอบอาชีพเสริม เช่น ปลูกผักสวนครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน และยังมีการให้ความรู้ด้านการวางแผนครอบครัว การอนามัยการเจริญพันธุ์ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานและครอบครัว

จากผลสำเร็จในการดำเนินงานของศูนย์ FLEC จึงพอจะกล่าวได้ว่า มาจากการบูรณาการหน่วยงานที่ทำงานด้านแรงงานมาอยู่ด้วยกัน ช่วยให้การดำเนินงานช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติและการป้องกันปัญหาค้ามนุษย์มีความสอดคล้อง คล่องตัว ไม่ซ้ำซ้อน และรวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้นแบบของการร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้แรงงานข้ามชาติอยู่ในประเทศไทยอย่างอบอุ่นใจ 

ขณะที่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของนายจ้าง และแรงงานประมง เป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการแก้ปัญหาแรงงานในภาคประมง ซึ่งมาจากความไว้ใจต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่จริงใจ และการทำงานของศูนย์ FLEC ที่เป็นองค์รวมและดำเนินการอย่างจริงจัง จึงได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างและแรงงานเพิ่มขึ้นตามลำดับ

แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับการปลดธงเหลืองแล้วก็ตาม การจัดการและป้องกันปัญหาด้านแรงงานในภาคประมงยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศทั่วโลก ในการยกระดับมาตรฐานแรงงานในห่วงโซ่การผลิตอาหารอย่างจริงจัง

สำหรับศูนย์ FLEC เอง ยังเดินหน้าสร้างการรับรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่แรงงาน และทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ การใช้แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานเด็ก ตลอดจนการใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมทั้ง สร้างเสริมความรู้เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน การวางแผนครอบครัว และดูแลสุขภาพให้แก่แรงงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของแรงงานประมงข้ามชาติและครอบครัว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยในอนาคต.

โดย... 

นางสาวนาตยา เพชรัตน์ 

กรรมการศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด