ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม

เจ้าของคอลัมน์ศุกร์ เว้น ศุกร์

11 มกราคม 2562
3,312

ฉันจะเปลี่ยนโลก   

การที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง จะสำเร็จมัธยมศึกษา 6 ในวัย 16 ปี ถือเป็นเรื่องปกติ  

แต่ถ้าหลังจากนั้นเพียง 11 วัน เขาก็จะสำเร็จอุดมศึกษา ได้รับปริญญาตรีพร้อมกันไปด้วย ตรงนี้สิ น่าประหลาดใจ  แถมปริญญาที่ได้รับนั้น เป็นของมหาวิทยาลัยระดับโลก ชื่อว่า ฮาร์วาร์ด เสียอีกด้วย

 หนุ่มน้อย Braxton Moral จากรัฐแคนซัส ฉายแววแห่งความเฉลียวฉลาดตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ขวบ พออายุ 13 ขวบ เขาเริ่มลงทะเบียนเรียนคอร์ส ออนไลน์ ของมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด คู่ขนานไปกับการเรียนที่โรงเรียนมัธยม แล้วใช้เวลาที่โรงเรียนปิดภาคฤดูร้อน บินไปเรียนที่ฮาร์วาร์ด

 วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 นี้ แบร๊กซตัน จะรับประกาศนียบัตรมัธยมศึกษา และสิ้นเดือนเดียวกัน เขาจะไปรับปริญญาตรีที่เมืองบอสตัน

 เด็กพรสวรรค์พิเศษอย่างนี้ เป็นคนส่วนน้อยของสังคม พวกเราซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ที่ไม่มีความเฉลียวฉลาดเป็นพิเศษ รู้สึกทึ่งทุกครั้งที่เห็นข่าวแบบนี้ กรณีนี้ก็เช่นกัน สื่อมวลชนต่างเข้าสัมภาษณ์หนุ่มแบร๊กซตัน ว่าเก่งแบบนี้ โตขึ้นอยากเป็นอะไร

 เขาตอบว่าหลังจากรับปริญญาตรีในเดือนพฤษภาคมแล้ว หวังว่าจะได้รับการตอบรับให้เข้าเรียนต่อที่ Harvard Law School ซึ่งเป็นโรงเรียนกฎหมายชั้นนำระดับโลก คนที่สำเร็จไปจากโรงเรียนกฎหมายแห่งนี้ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เช่น บารัค และ มิทเชล โอบาม่า ราล์ฟ เนเด้อร์ มิทท์ รอมนี่ และเทด ครูซ เป็นต้น

 สมมติว่าแบร๊กซตันได้เรียนกฎหมายที่นั่นจริงๆ เมื่อเรียนจบแล้ว เขาอยากจะทำอะไร หนุ่มน้อยสติปัญญาเลิศ ตอบโดยไม่ต้องคิดว่าเขาอยากเป็นนักการเมือง...เพราะนักการเมือง เปลี่ยนโลกได้” และเขาหวังว่าวันหนึ่งจะก้าวไปถึงตำแหน่ง ประธานาธิบดี ของอเมริกา

 เด็กวัย 16 ปี ย่อมมีความหวังและความฝันกันทั้งนั้นแหละครับ เมื่อเป็นเด็กจีเนียส ยิ่งมีสิทธิฝันให้ไกล และใครก็ไม่กล้าสบประมาท เพราะว่าเก่งซะขนาดนั้น

 ขนาด บิล คลินตัน สมัยเป็นนักเรียนมัธยม ซึ่งก็คงไม่ได้เรียนเก่งฉกาจแบบแบร๊กซตัน พอได้ไปเยี่ยมชมทำเนียบขาว เขามีโอกาสจับมือกับ ประธานาธิบดีเคนเนดี้ แล้วกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ บิล คลินตัน ไฝ่ฝันที่จะเป็นประธานาธิบดี และเขาก็ได้เป็นจริงๆ เสียด้วย

 ความจริง แบร๊กซตัน ก็เป็นเพียง 1 ในเยาวชนจำนวนมากจากทั่วโลก ที่พูดว่า ฉันจะเปลี่ยนโลก เพราะพวกเขาต่างมองเห็น ความไม่งดงาม บนโลกใบนี้ ทั้งจากเหตุธรรมชาติ เช่นโรคภัยไข้เจ็บ และเหตุที่มนุษย์ทำขึ้นมาเอง เช่นการใช้แรงงานเด็ก การทำลายสิ่งแวดล้อม การเหยียดผิว การเหยียดเพศ การค้ายาเสพติด การทุจริต ฯลฯ เรื่อยไปจนถึงสงครามทำลายล้างเผ่าพันธ์ เป็นต้น เยาวชนเหล่านี้มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงโลกให้งดงามยิ่งขึ้น และมีวิธีการที่แตกต่างกันไป

 มาลาล่า สาวน้อยชาวปากีสถานวัยเพียง 12 ปี กล้าฝืนคำสั่งนักรบตาลีบัน ที่ห้ามเด็กหญิงเรียนหนังสือ จน 2 ปีต่อมาเธอถูกยิงเกือบเสียชีวิต วันนี้เธอเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบิลที่อายุน้อยที่สุดในโลก และยังคงต่อสู้เพื่อสิทธิของเด็กหญิงทั่วโลก เช่นเดิม

 เซเวิน คัลลิส-ซูซูกิ เด็กหญิงชาวแคนาดา วัยเพียง 12 ปี ไปปาฐกถาในการประชุมสุดยอดของผู้นำจากทั่วโลก เมื่อปี 1992 ด้วยวาทะที่คมกริบ เธอถามว่า ทำไมพวกท่านทั้งหลายจึงทำในสิ่งที่ท่านสอนเด็กอย่างฉันมิให้ทำ ทำไมท่านเอาเงินไปทำสงคราม ทำไมไม่เอาไปแก้ความยากจน ท่านจะส่งมอบโลกใบนี้ ให้แก่เยาวชนอย่างฉัน ในสภาพที่เสื่อมโทรมเช่นนี้หรือ

 เธอสะกดผู้นำจากทั่วโลก ให้นั่งฟังอย่างเงียบสนิท เรียกว่าโลกทั้งโลกเงียบสนิท เป็นเวลานาน 5 นาที เพื่อฟังการเรียกร้องของเด็กวัย 12 ปี

 หลุยส์ เบรลล์ เด็กน้อยซึ่งดวงตามืดสนิทในวัยเพียง 3 ขวบ เขาเปลี่ยนโลกของคนพิการทางสายตา ด้วยการสร้างอักษรเบรลล์ขึ้นมา เมื่ออายุเพียง 15 ปี เท่านั้น

 ยังมีเด็กวัยเพียง 10 ขวบกว่าๆ ที่เปลี่ยนโลกมาแล้ว อีกหลายคน สำหรับแบร๊กซตัน เขาฝันว่า การเป็น นักการเมือง และเป็นประธานาธิบดี จะเปลี่ยนโลกได้ ตรงนี้ก็คงจริง....ดูทรัมพ์สิ เขาเปลี่ยนโลกให้ปั่นป่วนได้ตลอดเวลา!

 ใครจะชอบหรือไม่ชอบ แม้ทีมงานของเขาเองจะต่อต้านด้วยการลาออก แม้จะมีความพยายามปลดเขาออก แต่ทรัมพ์ก็ยังอยู่ และตัดสินใจมุทะลุ สร้างความสั่นสะเทือนให้โลก เขาเปลี่ยนโลกให้อลหม่านมากยิ่งขึ้น

 สื่อที่ติดตามข่าวของแบร๊กซตัน ได้สัมภาษณ์พ่อแม่ของเขาด้วย ทั้งพ่อและแม่บอกว่า สนับสนุนแบร๊กซตันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน หรือเรื่องความไฝ่ฝันที่จะเป็นนักการเมือง แม่บอกว่าที่สนับสนุนก็เพราะ นักการเมือง เปลี่ยนโลกได้ ภาษาเดียวกับลูก...เป๊ะเลย

 ผมก็เห็นด้วยนะ คนเราเมื่อมีอำนาจ ย่อมจะเปลี่ยนอะไรได้มาก เพื่อนฝูงรุ่นน้องผมหลายคน ระดับมันสมองของชาติ ที่กระโดดเข้าสู่วงการเมืองไทยในขณะนี้ ก็คงตั้งใจจะเข้าไป เปลี่ยนประเทศไทย ให้ดีขึ้นเหมือนกัน

 แต่ผมลืมบอกไปว่าแม่ของแบร๊กซตัน ได้บอกว่า คำถามที่เธอถูกถามบ่อยๆ ก็คือ “Why I would let him waste his smartness on being a politician?ทำไมคุณถึงยอมปล่อยให้ สมองอันเป็นเลิศ (ของลูกคนนี้) สูญเปล่าไปกับการเป็น นักการเมือง? -- แหม! คำถามอย่างนี้ มันเจ็บปวดสำหรับคนมีอาชีพนักการเมืองนะครับ

 แต่คำตอบของเธอก็เหมือนเดิมว่า “เพราะนักการเมืองเปลี่ยนโลกได้ ไงล่ะ”

 วันนี้ มีนักการเมืองหน้าเก่าและใหม่จำนวนมาก อาสาเข้ามา เปลี่ยนประเทศไทยก็น่าคิดนะว่า บางคนอาจจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเสียก่อนหรือเปล่า แล้วค่อยคิดเข้ามาเปลี่ยนประเทศ?

 ก็คงต้องเลือกผู้สมัครเท่าที่มีให้เลือกแหละครับ ถ้าไม่ถูกใจ ก็ต้องอดทนรอ แต่อาจจะนานหน่อย เพราะพรุ่งนี้เป็น วันเด็กและเด็กๆจะไปเที่ยวทำเนียบรัฐบาล หลายคนจะทดลองนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี

 คงมีสักคนหนึ่งน่ะ....ที่จะได้มานั่งจริงๆในอนาคต

 รอหน่อยนะ

 

แชร์ข่าว :
Tags: