นเรศ เหล่าพรรณราย

Chief Operation Officer สต๊อคควอดแรนท์ (ประเทศไทย)

10 มกราคม 2562
644

ใช้ Bitcoin ซื้อหุ้นดิจิทัลได้แล้ว

วงการ Blockchain และCrypto กำลังก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นด้วยบริการใหม่ที่มีชื่อว่า Dx.Exchange

หลังจากกระแสของการระดมทุนแบบ STO (Securities Token Offering) เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น แต่ล่าสุดวงการ Blockchain และCrypto กำลังก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นด้วยบริการใหม่จาก Exchange  ที่มีชื่อว่า Dx.Exchange ที่สามารถซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ อย่าง Facbook,Amazon,Tesla,Apple  ฯลฯ ได้แล้วด้วยการใช้ Crypto Currency อย่างเช่น Bitcoin 

โดย Dx.Exchange เกิดจากการรวมตัวของตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำของโลกอย่าง NASDAQ, NYSE, Hong Kong Exchange,Tokyo Stock Exchange โดยได้ไลเซ่นส์การจัดการหลักทรัพย์จากประเทศเอสโตเนีย(ประเทศที่ได้ชื่อว่าล้ำหน้าอย่างมากในด้านกฎหมายดิจิทัล) นอกจากนี้ยังซื้อขายเงินดิจิทัลชื่อดังอื่นๆได้อย่างเช่น Bitcoin,Etherium โดยรับแลกเปลี่ยน Fiat Currency ด้วย

หุ้นที่นำมาซื้อขายในกระดานทาง Dx.Exchange จะจับคู่กับเหรียญUSDT ซึ่งมีค่าเท่ากับเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯแบบ 1:1 โดยใช้ Token ERC-20 ที่ Backup แบบ 1:1 กับหุ้นที่ซื้อขายอยู่จริงในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ  จึงมั่นใจได้ในเรื่องของความน่าเชื่อถือส่วนเรื่องของค่าธรรมเนียมนั้นจะเรียกเก็บอยู่ที่ 20 เหรียญต่อเดือน 

ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนมองว่าการให้บริการดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของการนำเทคโนโลยี Blockchain และ Crypto มาใช้กับตลาดทุน (จะขยายความต่อในตอนหน้าว่าทำไม Blockchain ถึงอาจนำมาใช้กับตลาดเงินไม่สำเร็จ) โดยความได้เปรียบที่มีมากกว่าการซื้อขายหุ้นในรูปแบบปกติมีดังนี้ 

สามารถซื้อขายกันได้ทั่วโลกอย่างสะดวก ทุกวันนี้การซื้อขายหุ้นระหว่างประเทศสามารถทำได้อย่างลำบากด้วยเหตุผลเรื่องของสกุลเงินที่แตกต่างกัน แพลตฟอร์มซื้อขายที่แตกต่างกันและอุปสรรคในการโอนเงินระหว่างประเทศ แต่ถ้าใช้ 

Blockchain และ Crypto ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ไร้ข้อจำกัดในด้านพรมแดนทำให้คนทั่วโลกใช้เงินสกุลเดียวกันในการซื้อขาย จากเดิมที่นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้เฉพาะตลาดของประเทศตัวเอง

สามารถซื้อหุ้นได้ในหน่วยที่ย่อยเล็กลง ด้วยเทคโนโลยีของBlockchain และ Crypto ทำให้นักลงทุนสามารถซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์อื่นๆ (อย่างเช่นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกนำมา Tokenization เรียบร้อยแล้ว)ได้ในหน่วยย่อยที่เล็กลง เช่น ปัจจุบันการซื้อขายหุ้นจะต้องเริ่มต้นที่ 100หุ้นขึ้นไป หากหุ้นตัวนั้นมีราคาสูงอย่างเช่นหุ้น Apple ที่ราคา 500เหรียญจะต้องใช้เงินเกือบล้านบาทเพื่อให้ได้หุ้นมาในครอบครอง แต่หากหุ้นนั้นมีโทเคน BACKUP ความเป็นดิจิทัลทำให้สามารถซื้อหุ้นได้โดยเริ่มต้นที่ 1 หุ้นหรืออาจจะซอยเล็กลงมากกว่านั้นก็ได้

ค่าธรรมเนียมที่ถูกลง ปัจจุบันการซื้อขายหุ้นระหว่างประเทศจะมีค่าธรรมเนียมที่จะต้องเสียสองครั้งให้กับตลาดที่ผู้ซื้ออยู่กับตลาดที่หุ้นที่ซื้อจดทะเบียนอยู่ แต่หากใช้ Blockchain เข้ามาจัดการจะทำให้ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนลงไป นักลงทุนจะเสียค่าธรรมเนียมลดลง 

ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์หลักๆของโลกเริ่มศึกษาการนำ Blockchainและ Crypto มาใช้ในการซื้อขายหลักทรัพย์อย่างแพร่หลายหลาย และน่าจะพูดได้ชัดเจนว่าจะสามารถ Disrupt วงการตลาดทุนได้อย่างแน่นอนไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เหลือเพียงแค่การสร้างความเข้าใจให้กับผู้ลงทุน ระบบป้องกันการโจรกรรมออนไลน์ และที่สำคัญคือกฎหมายหลักทรัพย์ของแต่ละประเทศที่ต้องปรับตามเทคโนโลยีให้ทัน

แชร์ข่าว :
Tags: