วีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ

เรื่องเล่าจากกระดาษลงเวลา weerawong.c@weerawongcp.com

3 กรกฎาคม 2561
1,291

Superstar : ฟ้าสร้างหรือคนกำหนด (2)

เชื่อว่าการขึ้นเป็น Chairman ของ White & Case ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและมีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้ทั้งกับตนเองและองค์กร

ในการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายผมได้ผ่านการเจรจาต่อรองธุรกรรมด้านธุรกิจที่สำคัญๆ มามากมาย แต่การเจรจาต่อรองที่ถือเป็นฉากสำคัญในชีวิตการทำงานที่ปรึกษากฎหมายของผมด้วย คือ การเจรจาต่อรองกับ Hugh Verrier ในปี พ.ศ. 2551 ซึ่ง Hugh Verrier เป็น Chairman ของ White & Case ในขณะนั้น

Hugh ขึ้นดำรงตำแหน่ง Chairman ของ White & Case ในปี พ.ศ. 2550 และได้ทำงานในตำแหน่งนี้ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งในการเจรจากับผมในปี พ.ศ. 2551 นั้น

ผมยังทำงานอยู่กับ White & Case ในฐานะหัวหน้าสำนักงานสาขา (Managing Partner) ของ White & Case ในประเทศไทย คือ White & Case (Thailand) โดย Hugh ซึ่งเพิ่งขึ้นดำรง ดำรงตำแหน่ง Chairman ต้องการให้ผมปรับทิศทางด้านธุรกิจของ White & Case (Thailand) ซึ่งเจริญเติบโตต่อเนื่องจากที่มีนักกฎหมายเพียง 4 คนในปีแรกที่ผมเข้ารับตำแหน่งเป็น Managing Partner เมื่อปลายปี พ.ศ. 2539 มาเป็นสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย มีนักกฎหมายถึง 50 กว่าคน โดยแนวทางที่ Hugh ต้องการคือให้ White & Case (Thailand) มุ่งเน้นการทำงานให้แก่บริษัทข้ามชาติเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นช่องทางการสร้าง margin ให้เพิ่มขึ้นแม้ปริมาณงานจะลดลง เพราะในขณะนั้นปริมาณงานจากลูกความที่เป็นบริษัทข้ามชาติของ White & Case (Thailand) อยู่ที่ปริมาณ 15% ของงานทั้งหมดเท่านั้น ซึ่งผลจากการนี้ย่อมจะทำให้ผมต้องลดขนาดของ White & Case (Thailand) ลงให้เหมาะสมด้วย ซึ่งผมไม่เห็นด้วยแต่ผมได้บอก Hugh ไปว่าแม้เราจะเคยเป็นเพื่อนกัน แต่ในขณะนี้เขาคือ Chairman ซึ่งผมจะต้องทำตามนโยบายของเขา และเมื่อผมไม่สมัครใจที่จะทำตามนโยบายของเขา ผมก็จะลาออก แต่ขอให้ Hugh มั่นใจได้เลยว่าผมไม่มีความตั้งใจที่จะออกไปตั้งสำนักงานใหม่หรือไปเป็นบุคลากรของสำนักงานกฎหมายคู่แข่งเพื่อมาแข่งกับ White & Case (Thailand) ที่ผมมีส่วนสร้างมา ซึ่งก็เท่ากับว่าผมจะเลิกอาชีพการเป็นที่ปรึกษากฎหมายและทนายความเลย

เราทั้งสองเจรจากันอยู่ระยะหนึ่งเพื่อหาทางออกอย่างอื่นแทนการที่ผมจะลาออกไป ซึ่งไม่ใช่ความต้องการของ Hugh และได้ข้อยุติซึ่งเป็นที่พอใจของทั้งสองฝ่าย คือ White & Case จะยุติการมีสาขาในประเทศไทย โดยผมและทีมงานในประเทศไทยจะนำ White & Case (Thailand) ออกจากเครือข่ายของ White & Case มาก่อตั้งเป็นสำนักงานกฎหมายอิสระเพื่อทำงานของลูกความทั้งหลายที่มีอยู่แล้ว โดยจะรับทำงานให้แก่ลูกความของ White & Case ซึ่งจะยังคงเป็นเพื่อนกันต่อไป แต่มีอิสระที่จะทำงานร่วมกับสำนักงานกฎหมายระดับโลกอื่นๆ ได้ด้วย ดังนั้น ในเดือนมกราคม ปี พ.ศ. 2552 White & Case (Thailand) จึงได้ออกจากเครือของ White & Case และเปลี่ยนชื่อใหม่จนมาเป็นสำนักงานกฎหมาย วีระวงค์, ชินวัฒน์ และพาร์ทเนอร์ส ในปัจจุบัน

ผมรู้จักคุ้นเคยกับ Hugh เมื่อเขาทำหน้าที่เป็น Head ของ Management Committee ประจำทวีปเอเชียของ White & Case ในช่วงปี พ.ศ. 2547-2550 ซึ่งผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น committee ด้วย โดย Management Committee จะมีหน้าที่ดูแลภาพรวมของการดำเนินงานของสำนักงานสาขาทั้งหมดในเอเชียซึ่งในขณะนั้นมีอยู่ใน 4-5 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

Chairman ของ White & Case จะมากจากการเลือกตั้งโดยการออกเสียงลงคะแนนของบรรดานักกฎหมายที่มีส่วนร่วมในการเป็นเจ้าของกิจการเรียกกันว่า Equity Partners ดังนั้น Hugh ซึ่งเป็นคนสัญชาติแคนาดาจึงมีโอกาสสูงมากที่จะได้รับการยอมรับจากบรรดา Equity Partners ของ White & Case ทั่วโลกซึ่งไม่ใช่คนอเมริกัน และในช่วงปี พ.ศ. 2550 เริ่มมีจำนวนมากกว่า Equity Partners ชาวอเมริกันแล้ว และในขณะเดียวกัน Hugh ก็ทำงานอยู่ที่ White & Case ที่ New York มาเป็นเวลานานมาก จึงมักคุ้นกับบรรดา Equity Partners ชาวอเมริกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ Hugh ยังเป็นนักกฎหมายที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสายงานของตัวเอง มี Charisma ที่ทำให้คนที่ได้ทำงานด้วยจะมีความรู้สึกผูกพันเป็นมิตร และมี Vision รวมทั้งเป็นนักกลยุทธ์ และได้เข้าผันตัวอยู่ในสายบริหารภายใต้ Chairman รุ่นก่อนๆ มาแล้วระยะหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนจุดเล็กๆ แต่สำคัญที่เชื่อมต่อกันจนเกิดเป็นเส้นทางไปยังเป้าหมาย เป็นการ connecting the dots แบบที่ Steve Jobs เคยกล่าวไว้ แต่คนที่จะทำอย่างนี้ได้จะต้องมีการตั้ง 'เป้าหมาย' ไว้อย่างชัดเจนและกำหนดรายละเอียด (dots) ที่จะต้องทำเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นด้วย passion และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ผมจึงเชื่อว่าการขึ้นเป็น Chairman ของ White & Case ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติและมีโอกาสสร้างชื่อเสียงให้ทั้งกับตนเองและองค์กรเป็นอย่างมากของ Hugh นั้น ไม่ใช่เรื่อง 'ฟ้าสร้าง' แต่เป็น 'เป้าหมาย' ที่ Hugh ได้ 'กำหนด' ไว้แล้วว่าจะไปให้ถึงด้วยตนเอง

(The primary cause of success in life is the ability to set and achieve goals. You either work to achieve your own goals or someone else’s goals. จากหนังสือ Maximum Achievement เขียนโดย Brian Tracy)

www.facebook/Weerawong: Wonderful Ways

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

กนง.จ่อปิดฉาก‘ดอกเบี้ยต่ำ’