ชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์

29 มิถุนายน 2561
1,614

“พฤหัส” กับตลาดหุ้น

“...สถานการณ์ปีนี้มีลักษณะขึ้นเร็วลงเร็ว ขึ้นสุดลงสุด เต็มไปด้วยความพลิกผันแปรเปลี่ยนและอันตราย เปรียบได้ดั่งรถไฟเหาะตีลังกา

ในภาวะเช่นนี้ สิ่งที่ควรทำคือเกาะติดสถานการณ์ให้มั่น ยืดหยุ่นปรับตัวไปตามกระแส อย่าหวังใหญ่ อย่าทำอะไรเกินตัว...  นี่คือคำทำนายของผู้เขียนใน “รถไฟเหาะตีลังกา” เมื่อ 12/1/2561 (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/643614)

จากภาพสวยงามเมื่อต้นปี ถึงวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปมาก ความอึมครึมขัดแย้งและวุ่นวายเกิดขึ้นไปทั่ว สาเหตุหลักคือนโยบายกีดกันการค้า (ทั้งมิตรและศัตรู) ของอเมริกา จนเกิดเป็นสงครามการค้ากับจีน เมื่อมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 และ 2 ของโลกเปิดศึกกัน ผลกระทบย่อมยิ่งใหญ่กว้างขวาง ไม่ช้าก็เร็วทุกชาติต้องได้รับผลตามไปด้วย

ในโลกการเงินก็ไม่แตกต่างกัน วันที่ 14 มิถุนายน เฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25 % ไปอยู่ที่ 1.75 – 2 % นี่คือครั้งที่ 2 ของปี ครั้งแรก 21 มีนาคมขึ้น 0.25 % เฟดแสดงท่าทีจะขึ้นอีก 2 ครั้งภายในสิ้นปี วันต่อมา อีซีบีประกาศลดวงเงิน QE จาก 30,000 เหลือ 15,000 ล้านยูโร/เดือนในไตรมาส 4 และจะยุติ QE สิ้นปีนี้ ทั้ง 2 ข่าวทำให้ตลาดเงินตลาดทุนปรับตัวอย่างรุนแรง เกิดเป็นคลื่นความปั่นป่วนแผ่ขยายไปทั่วโลก

ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ ทำให้ค่าเงินอ่อนตัวอย่างรวดเร็วและเกิดปัญหาใหญ่ตามมา เช่น อาร์เจนติน่าต้องขอความช่วยเหลือจาก IMF ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ ฟิลิปปินส์ต้องขึ้นดอกเบี้ยกะทันหันเพื่อป้องกันค่าเงิน ฯลฯ ไทยก็หนีไม่พ้นสถานการณ์นี้ ต่างชาติเทขายหุ้นและพันธบัตรอย่างหนัก เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วเช่นกัน จาก 31.12 เมื่อ 26 มีนาคม มาเป็น 33.12 บาท/ดอลลาร์เมื่อ 26 มิถุนายน

ตลาดหุ้นไทยคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุด  ตั้งแต่ต้นปี 2560 ดัชนีแกว่งแคบ ๆ ระหว่าง 1,535 – 1,580 จุด นานถึง 8 เดือน ดัชนีปรับตัวขึ้นอย่างแรงกว่า 28 จุดเมื่อ 28 สิงหาคมและขึ้นต่อเนื่องจนทะลุจุดสูงสุดเดิม ย่างเข้าปี 2561 ดัชนียังวิ่งขึ้นต่อจนปิดสูงสุดที่ 1,838.96 เมื่อ 24 มกราคม จากนั้นอ่อนกำลังลง ดัชนีปรับตัวลงอย่างชัดเจนพฤษภาคมและลงหนักกลางมิถุนายนเกือบ 100 จุด เหลือแค่ 1,623.98 จุด (วันที่ 26) เหล่านักวิเคราะห์ที่ทำนายว่า ดัชนีจะไป 1,900 – 2,000 เงียบเสียงไปหมดแล้ว

ข้อสังเกตคือต่างชาติเริ่มขายหุ้นหนักตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2561 ที่ 41,382 ล้าน มีนาคม 11,036 ล้าน เมษายน 21,450 ล้าน พฤษภาคม 51,859 ล้าน มิถุนายน (26) อีก 47,667 ล้าน รวมตั้งแต่ต้นปี 179,093 ล้านบาท ขายเยอะและต่อเนื่องเช่นนี้ คงไม่กลับมาง่าย ๆ ถ้าต่างชาติไม่ซื้อ ตลาดหุ้นจะขึ้นแรงได้อย่างไร ?

นักโหราศาสตร์บ้านเรามักเชื่อมโยงพฤหัสกับการพุ่งขึ้นของดัชนีตลาดหุ้น ซึ่งถูกต้องเพราะพฤหัสหมายถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจดี ดัชนีย่อมปรับตัวสูงขึ้น แต่สิ่งที่ไม่ถูกคือ ฟันธงว่าหุ้นขึ้นโดยดูแค่พฤหัสดวงเดียว นี่คือกับดักที่คนส่วนใหญ่ไม่อาจก้าวข้าม

ครั้งก่อนที่พฤหัสเข้าสิงห์ 14 กรกฎาคม 2558 – 11 สิงหาคม 2559 หลายคนทำนายว่าหุ้นจะพุ่งแรง เพราะสิงห์คือภพ 5 ของดวงเมือง ซึ่งหมายถึงตลาดหุ้น พฤหัสตรีโกณลัคน์ อาทิตย์ดาวเจ้าเรือนภพ 5 และพฤหัสเดิมด้วย ผลเป็นอย่างไร ? ดัชนีไม่ได้พุ่งสูง แต่แกว่งตัวอย่างแรง เริ่มต้น 1,488.40 ลงไป 1,301.06 ขึ้นมา 1,425.32 ลงไป 1,224.83 และขึ้นไปปิดที่ 1,552.64 รวมระยะทางขึ้นลง 840 จุด ถ้าคิดแค่หัวท้าย หุ้นขึ้นมาเพียง 65 จุดเท่านั้น

ที่เป็นเช่นนี้เพราะพฤหัสสิงห์เข้ารูป T-square กับเสาร์พิจิก-เนปจูนกุมภ์ ตั้งแต่ 9 มกราคม 2559 ยังเพิ่มราหูสิงห์อีกดวง พฤหัสถูกเบียนจากบาปเคราะห์ทั้ง 3 ย่อมให้คุณได้ไม่เต็มที่ การฟันธงจากดาวดวงเดียว ย่อมมีโอกาสผิดพลาดสูง

ใน “หน้าต่างแห่งโอกาส ?” เมื่อ 24/07/2558 ผู้เขียนทำนายว่า “...พฤหัสสิงห์เล็งเนปจูนกุมภ์ เป็นช่วงสุดท้ายก่อนวัฏจักรขาลง มีโอกาสสูงที่ราคาสินทรัพย์จะพุ่งแรงอีกครั้ง แต่พฤหัสโคจรเร็ว-เนปจูนโคจรช้า ทั้งคู่ยังมีจังหวะเดินหน้าถอยหลังที่ไม่เท่ากันอีก ที่สำคัญคือเสาร์ การแทรกแซงของเสาร์จะทำให้เกิดความผันผวนอย่างมาก มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะคำนวณช่วงเวลาที่ถูกต้องเหมาะสมในการเข้าออกจากตลาด... (http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/635133)

โหราศาสตร์เชื่อถือได้หรือไม่ ทุกท่านโปรดพิจารณาด้วยตนเอง

พฤหัสเข้าตุลย์ 12 กันยายน 2560 เล็งลัคน์และอาทิตย์เดิม หลายคนฟันธงว่าหุ้นจะขึ้นแรงอีกครั้ง หุ้นขึ้นจริง ๆ จาก 1,643.55 ไปสูงสุดที่ 1,838.96 ขึ้นแรง 195 จุด แต่แล้วก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด เมื่อดัชนีลงแรงเหลือแค่ 1,623.98 ต่ำกว่าจุดเริ่มต้นเสียอีก ท่าดีทีเหลวอีกแล้ว นี่คือปัญหาเดิม ๆ ของนักโหราศาสตร์ที่ไม่ละเอียดรอบคอบ มองแค่ดาวดวงเดียวแล้วทาย ไม่มองภาพรวมทั้งหมดของดวง

เสาร์เนปจูนยังคงมีอิทธิพลมากในครั้งนี้ เสาร์ธนูทับพฤหัสเดิม เสาร์คือดาวแห่งการจำกัดควบคุม พฤหัสจึงใช้กำลังได้ไม่เต็มที่ เนปจูน 90 อังคารเดิมสนิทเดือนกุมภาพันธ์ อังคารคือดาวเจ้าเรือนภพ 8 หมายถึงกระแสเงินทุนต่างชาติ เนปจูนคือการสลาย ฟันด์โฟลว์ชุดใหญ่ไหลออก พฤหัสพักร 9 มีนาคมและเสาร์พักร 18 เมษายน มันไหลออกต่อเนื่อง แต่สาเหตุสำคัญคือ Grand Cross ของอังคาร-พฤหัส-มฤตยู-ราหูในจรราศีที่เริ่ม 2 พฤษภาคม ไม่น่าแปลกที่พฤษภาคมเดือนเดียว ฟันด์โฟลว์ไหลรูดหนักเกือบ 52,000 ล้านบาท

จะเกิดอะไรต่อไป ? พฤหัสเสริด 10 กรกฎาคม สถานการณ์น่าจะเบาลง แต่เสาร์ยังถอยหลังทับพฤหัสเดิมจนถึง 6 กันยายน พฤหัสยังให้คุณมากไม่ได้ อังคารพักร 27 มิถุนายน – 27 สิงหาคม ช่วงนี้อันตราย Grand Cross ยังคงรูปจนถึง 11 ตุลาคม ความผันผวนเกิดได้ตลอด โดยเฉพาะช่วงสิงหาคมที่พฤหัส 90 สุริยคราส คราสนั้นยัง 90 ลัคนาดวงเมืองสนิทพอดีอีกด้วย

ตลาดหุ้นสำคัญ แต่เศรษฐกิจประเทศสำคัญกว่า เสาร์ธนูเล็งลัคน์เฟด ดอกเบี้ยขึ้นจริงจังและต่อเนื่อง แต่ไทยยังไม่ปรับตาม ความชะล่าใจอาจทำให้คำนวณจังหวะเวลาผิดพลาด ความประมาทอาจนำไปสู่วิกฤติในที่สุด

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

สมคิดขีดเส้น3เดือนฟื้นทีจี