เรือรบ เมืองมั่น

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "มองมุมใหม่"

28 มิถุนายน 2561
1,349

อย่ายอมรับการโดนว๊าก

ฤดูว๊ากน้องมาถึงกันอีกแล้ว หลังจากเปิดเทอมกันไม่ทันไร ความสุขของการได้เจอเพื่อนใหม่ เรียนที่ใหม่ และความหวังที่จะได้เก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ

 บรรยากาศเป็นมิตรที่เอื้อต่อการเพิ่มเติมปัญญา อันเป็นความต้องการหลักที่ไขว่คว้ากันเข้ามาเรียนในสถานศึกษาใหม่นั้นต้องหยุดชะงักไป หรือบางครั้งถึงขั้นเสียศูนย์ไปตลอดชีวิต เพียงเพราะคืนนั้นหรือสัปดาห์นั้นต้องตกอยู่ภายใต้ความทรมานบนอุ้งมือรุ่นพี่ที่มีวัยไร้ประสบการณ์ไม่ด้อยไปกว่ากัน แม้ว่ายุคใหม่เราจะสกัดกั้นเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ไว้ได้ไม่น้อย แต่ก็ยังมีข่าวออกมาอยู่เรื่อยๆ บางที่มีผู้ใหญ่รู้เห็นส่งเสริม บางที่ความพิเรนทร์รู้เท่าไม่ถึงการณ์เกินจินตนาการ ปัจจุบันยังระบาดเข้าไปในระดับมัธยม การแก้ไขปัญหาของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนั้นก็ว่ากันไป หลักคิดของ “ผู้โดนกระทำ” นั้นเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ทุกการแก้ไขประสบความสำเร็จ

การว๊ากน้องที่เมืองไทยเรียกคำย่อเสียหรูว่า SOTUS นั้น เมืองนอกเขาไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องของการเคารพอาวุโส การปฏิบัติตามระเบียบวินัย การปฏิบัติตามประเพณี การเป็นหนึ่งเดียวและการฝึกจิตใจ เหมือนที่รุ่นพี่ว๊ากอ้างว่าเป็นเช่นนั้น แต่เมืองนอกกลับเรียกว่า Hazing หมายถึงการข่มขู่บังคับทรมานหรือแกล้งเพื่อความสนุกหรือจุดมุ่งหมายอื่น  สิ่งเลวร้ายเช่นนี้เป็นตัวบดบังสิ่งที่รุ่นพี่โลกสวยมองว่าหลังจากผ่านการว๊ากแล้วน้องจะรักกันเป็นปึกแผ่นมั่นคง เคารพรุ่นพี่ และแกร่งพอที่จะออกไปสู้กับโลกภายนอกที่โหดร้าย เพราะการว๊ากอาจนำไปสู่ความเกินเลยที่ควบคุมไม่ได้ S ที่เพิ่มขึ้นจาก Seniority หรือ Spirit อาจเป็น Sexuality ก็ได้ เพราะกิจกรรมห่ามบางอย่างส่อนัยเรื่องนี้อย่างโจ่งครึ่ม และเปิดโอกาสให้รุ่นพี่ยิ่งก้าวเกินเลยไปนอกเหนือจากห้องซ้อมเชียร์

เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้แต่สมัยที่ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งห้ามมีการรับน้องแบบรุนแรงหรือบีบบังคับ แต่ในระดับมัธยมกลับมีการรับน้องกันมากขึ้น หลายที่เน้นการปฏิบัติคล้ายการฝึกของทหาร เน้นการสร้างกำลังและกล้ามเนื้อ ไม่แน่ใจว่าจะเกี่ยวกับยุคสมัยหรือบรรยากาศทางการเมืองที่มีผลต่อความคิดของรุ่นพี่หรือไม่ แต่แนวโน้มเช่นนี้น่าห่วงใย การฝึกของทหารนั้นเป็นการฝึกของมืออาชีพและมีความจำเป็นต่อการรับใช้ชาติด้วยกำลัง เลือดเนื้อและชีวิต กระนั้นก็ตามยังมีโอกาสพลาดได้ มีตัวอย่างให้เห็น แล้วการฝึกที่เด็กวัย 20 ผู้ไร้ประสบการณ์ทำกันเองจะไม่มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ การใช้อารมณ์เล่นงานรุ่นน้องที่ไม่ชอบหน้า หรือการล่วงละเมิดทางเพศรุ่นน้องที่ชอบหน้าเป็นพิเศษบ้างหรือ ถ้ารุ่นน้องที่โดนเช่นนั้นเป็นคุณ คุณควรจะทำอย่างไร

ประการแรก ต้องตระหนักไว้เลยว่าการรับน้องว๊าก เป็นการกระทำที่ผิดกฏระเบียบในมหาวิทยาลัยหรือสถานศึกษาเกือบทุกแห่งในประเทศไทย  แทบทุกแห่งออกกฎระเบียบห้ามตั้งแต่การบังคับจิตใจผู้เข้าร่วมประชุมเชียร์ จนถึงการไปรับน้องนอกสถานที่ สถานศึกษาอนุญาตแต่เรื่องของการรับน้องที่สร้างสรรค์ บายศรีสู่ขวัญ ส่งเสริมเรื่องของการใช้ความนุ่มนวลในการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง ดังนั้น หากเด็กปีหนึ่งเข้าร่วมกิจกรรมแล้วเกิดอุบัติเหตุ ป่วยไข้หรือเผชิญเรื่องไม่ดี ก็อย่าคาดหมายว่าใครจะมาเยียวยาช่วยเหลือได้เต็มร้อย เพราะคุณพาตัวเข้าไปหาความเสี่ยงเอง

ประการถัดไปคือรุ่นน้องต้องปฏิเสธมายาคติที่รุ่นพี่สร้างให้ดูงดงามเกินจริงหรือน่ากลัวเกินไปให้กับอนาคตของน้อง เมื่อพิจารณาตกแล้วจะไม่พาตัวเข้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น  รุ่นพี่มักจะอวดอ้างว่าการโดนว๊ากเป็นการเตรียมความพร้อมของจิตใจเวลาออกไปสู่โลกของความจริงจะได้แข็งแกร่งเพียงพอ แต่ในโลกของการทำงาน ยกเว้นอาชีพทหารแล้ว มีโอกาสน้อยมากที่จะต้องโดนคนดุด่ารุนแรงหรือบังคับให้ทำงานหนักทั้งวันโดยเราไม่สามารถทำอะไรได้เลย รุ่นพี่มักอ้างว่าการว๊ากทำให้รักกันทั้งเพื่อนทั้งพี่ แต่แท้ที่จริง คนเราจะเป็นมิตรกันได้ยาวนานนั้นต้องดูสัมพันธภาพนอกห้องซ้อม เราจะค้นพบตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาและจะเลือกคบต่อหรือไม่ด้วยตนเอง รุ่นพี่มักขู่อีกว่าถ้าไม่เข้าห้องเชียร์จะไม่มีเพื่อน จะเรียนไม่จบ ไม่ได้รุ่น หางานลำบากด้วยรุ่นพี่สถาบันในบริษัทไม่รับ เรื่องนี้ก็โกหกอีกเช่นกัน การทุ่มเทเชียร์มากไปนั่นแหล่ะอาจทำให้ไม่มีเวลาพอแก่การเรียนแล้วใครก็ช่วยเราไม่ได้ เราคงไม่หวังจะให้พวกที่มีแต่ความคิดคลั่งอำนาจมาติวหนังสือหรือให้เราลอกเพื่อสอบผ่านใช่ไหม ขณะเดียวกันในองค์กรต่าง ๆ ประกอบด้วยศิษย์เก่าหลายสถาบัน การกีดกันเพราะดูประวัติการเข้าห้องเชียร์หรือไม่นั้นไม่มีจริง องค์กรที่น่าทำงานด้วยจะเลือกคนที่ฝีมือและความรู้เป็นหลัก

นอกจากนี้ รุ่นน้องต้องสร้างสรรค์สังคมที่ปลอดจากการข่มเหงทางจิตใจ กระตุ้นให้เพื่อนอย่ายอมรับการละเมิดสิทธิมนุษยชน พบเห็นการกระทำผิดต้องกล้าแจ้งผู้ใหญ่และสื่อ อย่าคิดว่าเป็นการทำร้ายสถาบัน เพราะการเปิดโปงคือการช่วยเหลือสถานศึกษาที่เราอยากเรียน ไม่ให้พวกเลวร้ายซ่อนตัวอยู่ได้โดยอ้างประเพณีหรือความหวังดีอันใด อย่าไปกลัวที่จะการกล้ายืนหยัด บ้านเมืองมีขื่อมีแป ยิ่งยุคนี้หูตาโซเชียลมีเดียมีมากและรวดเร็ว หลายคนและหลายแห่งเปลี่ยนพฤติกรรมกันไปแล้ว เพราะโดนสื่อสาธารณะถล่ม

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

‘สมคิด’สั่งอัดฉีดศก.ปลายปี