วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

MoneyPro

28 พฤษภาคม 2561
1,884

เวเนซูเอล่า

เวเนซูเอล่า

ในการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของ IMD ล่าสุดของปี 2561 สหรัฐอเมริกาแซงฮ่องกงแชมป์เก่าขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง และสิงคโปร์มาเป็นอันดับที่สาม  ในขณะที่ประเทศไทยตกลงไปสามอันดับ จากที่ 27 ตกลงไปลำดับที่ 30

ปีนี้ IMD จัดอันดับ 63 ประเทศ เพิ่มขึ้นมาสองประเทศ คือ มองโกเลีย และเวเนซูเอล่า และสองประเทศใหม่ก็รั้งอันดับท้าย คือมองโกเลียได้อันดับที่ 62 ในขณะที่เวเนซูเอล่า รั้งอันดับสุดท้าย

เวเนซูเอล่าเพิ่งมีการเลือกประธานาธิบดีไปเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา และประธานาธิบดี มาดูโร ได้รับชัยชนะบริหารประเทศอีกหกปี นับเป็นสมัยที่สอง ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน ดิฉันไปบรรยายเรื่องการลงทุน มีผู้ถามว่า เป็นจังหวะดีที่จะลงทุนในเวเนซูเอล่าหรือไม่ วันนี้จึงขอเขียนถึงค่ะ

เวเนซูเอล่า เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ เนื้อที่ประมาณ 912,050 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นดิน 882,050 ตารางกิโลเมตร ส่วนอีก 30,000 ตารางกิโลเมตรเป็นผืนน้ำ มีประชากรประมาณ 31.3 ล้านคน ส่วนใหญ่เชื้อสายสเปน นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

เวเนซูเอล่าเป็นประเทศที่มีแหล่งน้ำมันสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก และเศรษฐกิจของเวเนซูเอล่าก็พึ่งพาน้ำมันเป็นอย่างมาก เกือบจะเรียกได้ว่าน้ำมันเป็นสินค้าหลักอย่างเดียวของประเทศ โดยเป็นสัดส่วนถึง 95% ของจีดีพีเลยทีเดียว

ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันลดลงไปอย่างมากตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา เศรษฐกิจของเวเนซูเอล่าจึงมีการหดตัว ประมาณว่ารายได้ประชาชาติวัดจากจีดีพี ในปี 2560 เท่ากับประมาณ 215,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และจีดีพีลดลงเรื่อยๆ โดยลดลงประมาณ 6.2% ในปี 2558 ลดลง 16.5% ในปี 2559 และลดอีก 12% ในปี 2560 ทั้งนี้ รายได้ต่อหัวก็ลดลงจากเฉลี่ย 17,300 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2558 เหลือ 12,400 ดอลลาร์ในปีที่แล้ว

เนื่องจากรัฐบาลพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันของบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เมื่อราคาน้ำมันลด รายได้ของรัฐก็ลดลงด้วย

จึงทำให้ต้องตัดลดงบประมาณหลายอย่าง นอกจากนี้เนื่องจากการส่งออกน้ำมันมีมูลค่าลดลง เงินตราต่างประเทศจึงหายาก การซื้อขายเงินตราต่างประเทศจึงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐ และเกิดตลาดมืดขึ้น

เวเนซูเอล่ายังเป็นประเทศไม่กี่ประเทศในโลกปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับสูงและอัตราเงินเฟ้อยังสูงอยู่ โดยอัตราเงินเฟ้อในปี 2560 เท่ากับ 652.7% ในขณะที่ปี 2559 อยู่ที่ 254.4% และ ไอเอ็มเอฟคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะอยู่ที่ 2,068% โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อท่วมคือการอ่อนตัวของค่าเงินค่ะ

สินค้าส่งออกหลักของเวเนซูเอล่าคือ น้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวเนซูเอล่าคือ สหรัฐอเมริกา อินเดีย และจีน ในขณะที่นำเข้ามากที่สุดเรียงลำดับคือ จากสหรัฐอเมริกา จีน และบราซิล สินค้านำเข้ามีทั้งพืชผลการเกษตร ปศุสัตว์ วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เครื่องจักรอุปกรณ์

ปัญหาของประเทศนี้พัวพันกันไปหมดตั้งแต่การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ปัญหาความอดอยาก และยากจน มีประชากรจำนวนมากยังอยู่ใต้เส้นแบ่งความยากจน อัตราการว่างงานสูงถึง 25% อาชญากรรมสูง พลเมืองแทบจะหารายได้ไม่พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง สินค้าจำเป็นขาดแคลน แม้กระทั่งยาคุมกำเนิดก็ขาดแคลนทำให้เกิดคุณแม่วัยใสเพิ่มขึ้น การคมนาคมขนส่งมีบริการไม่เพียงพอ ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงในการรอรถเมล์เพื่อกลับบ้านในแต่ละวัน มลภาวะและสภาพแวดล้อมถูกทำลายจากการทำอุตสาหกรรมแบบไร้ความรับผิดชอบ ตอนนี้มีการประท้วงเกิดขึ้นรายวัน ประท้วงทั้งเรื่องการเมืองและเรื่องปากท้อง 

ดิฉันไปดูโครงสร้างประชากรแล้ว มีประชากรวัยต่ำกว่า 15 ปีค่อนข้างมาก คือมีสัดส่วนถึง 27.36% ในขณะที่มีวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (15-24 ปี) 17.03% และวัยทำงาน (25-54 ปี) 40.53% สูงวัยตอนต้น (55-64 ปี) ในสัดส่วน 7.98% และสูงวัย (65 ปีขึ้นไป) 7.09% เวเนซูเอล่าถือเป็นประเทศของคนหนุ่มสาว โครงสร้างประชากรยังเป็นรูปปิรามิดยอดแหลมสวยงามค่ะ แต่ประชากรจะมีคุณภาพหรือไม่เป็นอีกปัญหาที่รัฐบาลเวเนซูเอล่าต้องขบคิด

หากมองย้อนไปในอดีต เวเนซูเอล่า ซึ่งเป็นประเทศที่มีสาวงามเข้ารอบสุดท้ายของการประกวดนางงามจักรวาลมากที่สุดในโลกประเทศหนึ่ง มีประวัติทางเศรษฐกิจที่น่าเศร้า คือการจัดอันดับความน่าเชื่อถือถูกลดลงมาตลอด จากที่เคยได้ สามเอ (Aaa)จากมูดีส์ ในปี 2519 ลดมาเป็นสองเอ (Aa) ในปี 2526  Ba2 ในปี 2530 และถอยเป็น Ba3 ในปลายปีเดียวกัน ก่อนที่จะขยับขึ้นเป็น Ba1 และลดลงเหลือ B ตัวเดียวในปี 2541 หลังจากนั้นก็ขยับไปมาระหว่าง B1 B2 จนกระทั่งปี 2013 ได้ถอยมาอยู่ Caa1 (เท่ากับ CCC+)ในปี 2013 และถอยลงมาเหลือ Caa3 (เท่ากับ CCC-) และล่าสุดในเดือนมีนาคมปี 2018 ถูกจัดอันดับเหลือเพียง C ซึ่งก็เป็นระดับเดียวกับที่ฟิทช์เรทติ้งส์ให้ไว้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปี 2560 และเป็นระดับเดียวกับกรีซ ก่อนปรับโครงสร้างยืดอายุหนี้ต่างประเทศ

มีข่าวว่ารัฐบาลได้ผิดนัดชำระหนี้พันธบัตรล็อตเล็กๆ แต่ยังไม่ผิดนัดชำระพันธบัตรต่างประเทศ โดยประธานาธิบดีออกมาชี้แจงว่า กำลังเตรียมแผนการปรับโครงสร้างหนี้อยู่ แต่ดูแล้วลำบาก กรีซมีอียูหนุนหลัง ในขณะที่เวเนซูเอล่าไม่มีใคร เพราะสหรัฐก็บอยคอต คงเหลือแต่จีนที่เข้าไปลงทุนมาก ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ถึงการเอารัดเอาเปรียบคนท้องถิ่น

ถ้าถามเรื่องการลงทุนก็ต้องบอกว่า ยังไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลย และจริงๆแล้วยังมีเหวอยู่ ไม่มีประเทศไหนอยู่ได้ด้วยอัตราเงินเฟ้อแบบนี้ นอกจากนี้ปัญหาเศรษฐกิจยังนำไปสู่ปัญหาการเมืองและสังคม ซึ่งหากแก้ไขปัญหาการเมืองและสังคมไม่ดี จะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว เพราะฉะนั้น การเข้าไปลงทุนเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งค่ะ

อ่านแล้วทำให้รักประเทศไทยมากขึ้น  นึกดีใจว่า มีทรัพยากรและภูมิประเทศ ภูมิอากาศ เหมาะกับการเกษตร ดีกว่ามีน้ำมันเยอะๆค่ะ อย่างน้อยก็ไม่อดตาย

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

‘พลังงาน’เดินหน้าเปิดประมูลบงกช-เอราวัณวันนี้