ชัชวนันท์ สันธิเดช

ดีกรีแฟนพันธุ์แท้แห่งปี 2008 หัวข้อ สามก๊ก , นักลงทุนเน้นมูลค่า หรือ วีไอ และ นักเขียน ,นักแปลด้านการลงทุน และ ประวัติศาสตร์จีน

29 พฤษภาคม 2561
4,529

นักลงทุน กับ 'อนาคตใหม่'

หากเศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน ตลาดหุ้นก็ย่อมจะสะท้อนภาพนั้นออกมา

เที่ยงตรงวันนี้ (อาทิตย์ที่ 27 พ.ค.) มีการประชุมจัดตั้ง 'พรรคอนาคตใหม่' ที่ มธ. ศูนย์รังสิต โดยที่ผ่านมา การประกาศเข้ามาทำงานการเมืองของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทไทยซัมมิท ร่วมด้วย ปิยบุตร แสงกนกกุล นักกฏหมายไฟแรงจากคณะนิติราษฎร์ ดูจะสร้างกระแสความสนใจให้เกิดขึ้นในสังคมไทยได้ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหมู่คนรุ่นใหม่ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศ

ผมเองอยู่ในสังคมของนักลงทุนเน้นมูลค่า หรือ 'วีไอ' ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยตรง แต่สิ่งหนึ่งซึ่งสังเกตเห็นมาตลอดก็คือ คนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะพวก 'วีไอพันธุ์แท้' หลายคน มีมุมมองทางการเมืองที่ยึดโยงอยู่กับ 'ความเป็นจริง' ค่อนข้างมาก เท่าที่เคยคุยเคยถาม นโยบายหรือหลักเศรษฐกิจที่วีไอจำนวนมากชื่นชอบ คือนโยบายที่สอดคล้องกับการพัฒนาของประเทศในระยะยาว ไม่ใช่อะไรที่ 'โลกสวย' ฟังดูดี แต่แท้จริงแล้วล้าหลัง หรือถึงขั้นฉุดรั้งความเจริญของชาติ

ในความคิดของผม หากประเทศไทยมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นปีหน้าจริง พรรคการเมืองที่คนเป็นวีไอ รวมทั้งนักลงทุนทั่วๆ ไปน่าจะต้องการสนับสนุน นอกจากจะเป็นพรรคที่ผู้นำและทีมเศรษฐกิจมีความสามารถและความคิดก้าวไกลแล้ว ผมมองว่าเรื่องของ 'การกระจายความมั่งคั่ง' เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องมุ่งเน้น

ธนาธรเพิ่งให้สัมภาษณ์ GM Live สรุปความได้ว่า แม้ GDP ของไทยจะโต 4 เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ กลุ่มมหาเศรษฐี หรือคนรวย 50 อันดับแรกของประเทศ กลับมีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้นถึงราว 30 เปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าอะไร? ก็แปลว่าคนจนคนรากหญ้า ไม่มีทางที่ฐานะความเป็นอยู่จะดีขึ้นถึง 4 เปอร์เซ็นต์แน่ๆ เพราะความร่ำรวยไปกระจุกอยู่ข้างบนหมดแล้ว อีกทั้งเงินที่ใช้ไปในการกระตุ้นเศรษฐกิจก็ไม่ได้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

นี่เป็นคำตอบต่อข้อสงสัยของใครหลายคนที่ถามว่า 'เศรษฐกิจดีขึ้น ทำไมเดินตลาดมีแต่คนบ่น' ก็เพราะสิ่งที่ดำรงอยู่ต่อเนื่องมาหลายปี คือ 'รวยกระจุก จนกระจาย' มีแต่ 'ความเหลื่อมล้ำ' เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เราเห็นข่าวบริษัทยักษ์ใหญ่ทุ่มเงินซื้อที่ดินกลางเมือง ผุดอภิมหาโปรเจ็กต์แข่งกันเป็นว่าเล่น ชาวบ้านตาดำๆ กลับเป็นหนี้เป็นสิน ชีวิตลำบากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ผู้ที่เหมาะสมจะมาเป็นผู้นำประเทศคนต่อไป จึงควรเป็นคนที่พร้อมจะเข้ามาเปลี่ยนแปลง โดยมุ่งลดช่องว่างทางชนชั้น สร้างความเป็นธรรมในทุกระดับ

และแน่นอน หากเศรษฐกิจของประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน ตลาดหุ้นก็ย่อมจะสะท้อนภาพนั้นออกมา (ลองนึกถึงตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่สะท้อนผลงานทางเศรษฐกิจของ ชินโสะ อาเบะ ให้เห็นกันมาแล้วก่อนหน้านี้) ซึ่งท้ายที่สุด นักลงทุนอย่างเราๆ นี่แหละ ที่จะได้รับประโยชน์โพดผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย

สุดท้ายแล้ว ผมเชื่อว่า ด้วยทางเลือกที่มีอยู่ ณ วันนี้ กับภาพแห่ง 'อดีต' และ 'อนาคต' ที่แตกต่างกันชัดเจนขึ้นทุกที จะเลือกเดินไปทางไหน ทาง 'สายใหม่' หรือ 'สายเก่า' คนไทยจะตัดสินใจได้เอง

ขอเพียงเรามีโอกาส 'ได้เลือก' เท่านั้น

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

กฎหมายภาษีที่ดินฯผ่านฉลุย