ธีรพล แซ่ตั้ง

คิดแบบกลยุทธ์ ทำแบบมืออาชีพ

1 พฤษภาคม 2561
2,560

“เรียน..ผู้จัดการ และผู้จัดกรรม ทุกท่าน!”

สวัสดีตอนเช้า(ถ้าผู้จัดการ เปิดอ่านตอนเช้า) และสวัสดีตอนเวลาอื่นๆ..(ถ้าผู้จัดการเปิดอ่านเวลาอื่นๆ!)

“ข้าเจ้า” เป็นตัวแทนของพนักงาน “ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ทุกธุรกิจ” ที่เป็นลูกน้องของ ผู้จัดการทุกท่าน ที่กำลัง (บังเอิญ หรือ ตั้งใจก็ตาม) ที่เปิดอ่านจดหมายฉบับนี้

มีอยู่ 2 เรื่องหลักๆเท่านั้น ที่อยากจะเรียนให้ผู้จัดการทุกท่านทราบ..

และหลังจากผู้จัดการทุกท่านอ่านแล้ว จะเห็นชอบด้วยหรือไม่? และจะทำประการใดต่อไปหรือไม่? ก็ขึ้นอยู่กับ วิจารณญานของทุกท่าน...และขึ้นอยู่กับ “กรรมเก่า”หรือ “บุญสัมพันธ์” ที่มีร่วมกันระหว่าง ข้าเจ้าที่เป็นตัวแทนพนักงานและผู้จัดการทุกท่าน....!

เรื่องที่ 1. ขอ“ขอบคุณจากใจจริง” ถึง “ผู้จัดการ”

ขอขอบคุณผู้จัดการหลายๆท่านจากใจจริง ที่เป็นผู้นำทีมที่มีศักยภาพ มีความสามารถทั้งในเรื่องการวางแผนงาน การบริหารจัดการงาน โดยเฉพาะความสามารถในการบริหารจัดการ“ทีมงาน”

การได้เป็นทีมงานของผู้จัดการหลายๆท่านที่มีศักยภาพสูง..

ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง..เพราะผู้จัดการเก่งๆของเรา ทำให้เราเห็นคุณค่าของตนเองมากขึ้น จากการที่ดึงศักยภาพในตัวพวกเรา ช่วยให้พวกเรามีความมั่นใจสูงขึ้น เก่งขึ้น ทำงานได้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น พวกเราทุกคน ยังได้รับการดูแลอย่างใส่ใจในทุกเรื่อง ไม่ได้คิดแต่เพียงใช้งานหรือให้เราทำงานให้เพื่อเอาเป็นผลงานเอาหน้าของผู้จัดการเหมือน ผู้จัดการบางคนในอดีตที่พวกเราเคยเป็นลูกน้อง..

พวกเราทุกคนได้เรียนรู้ว่า...

การเป็นลูกน้องของผู้จัดการที่มีทั้งภาวะผู้นำและมีศักยภาพสูง ไม่ว่างานจะมากแค่ไหนก็ไม่ทำให้รู้สึกเหนื่อย เพราะสนุกกับทุกสิ่งที่คิดทุกอย่างที่ทำ

ในทางตรงกันข้าม...จากที่เคยเป็นลูกน้องของอดีตผู้จัดการบางคน ต่อให้งานน้อย ก็รู้สึกว่าไม่อยากทำ และยิ่งงานเยอะ ก็ยิ่งรู้สึกท้อแท้ เหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ

ก็เลยขอต่อเนื่องไปเรื่องที่ 2 ถึงผู้จัดการหลายๆ ท่าน ดังนี้...

เรื่องที่ 2. ขอ“วิงวอน...” ถึง “ผู้จัดกรรม”!

ขอให้ ผู้จัดการหลายๆท่าน ที่มีลูกน้องไม่ว่ากี่คนก็แล้วแต่...

ที่ทำงานแบบหาเช้ากินค่ำ ตำข้าวสารกรอกหม้อไปวันๆ ไม่มีการวางแผนงาน จนทำให้หน่วยงานและทีมงานวุ่นวาย มั่วไปหมดจนแยกไม่ออกว่างานไหนสำคัญ งานไหนด่วนเพราะมันด่วนและสำคัญมันซะทุกงานแต่ไม่มีงานอันไหนสำเร็จเป็นรูปธรรมซักงาน!

ผลที่เกิดขึ้นคือ เกิดความสับสน วุ่นวาย เครียด กันทุกคน ทั้งหน่วยงานก็เลยทำงานกันด้วยความหงุดหงิด ฉุนเฉียว โดยมีจุดเริ่มต้นความหงุดหงิด ความฉุนเฉียวจาก ผู้จัดการทุกวัน!

ข้าเจ้า เอ๊ย! พวกเราจึงอยากวิงวอนให้ นายท่านที่เป็นผู้จัดการ.. ช่วยวางแผนก่อนการทำงาน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด และวุ่นวายอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้

นอกจากในเรื่องการทำงานโดยไม่มีการวางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวแล้ว...

ในเรื่องการพัฒนาความสามารถของพวกเรา ก็ไม่เคยได้เรียนรู้หรือเก่งขึ้นเลย แต่รู้สึกยิ่งทำยิ่งโง่ลงด้วยซ้ำ(แรงไปมั๊ยเนี่ย!?)

เหตุผลที่ไม่ได้รับการพัฒนาจากผู้จัดการเหล่านี้ก็เพราะ... แต่ละวัน"นายท่านผู้จัดการ"ก็ยุ่งจะตาย...่า"อยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาพัฒนาลูกน้อง!?

เมื่อไม่มีการพัฒนา เมื่อไม่มีการวางแผนในการบริหารงาน การสื่อสารระหว่างผู้จัดการ กับพวกเราที่แต่ละคนได้รับตำแหน่งเท่าเทียมกันทุกคน คือตำแหน่ง“ทาสอารมณ์”ของผู้จัดการ...!

พวกเราทุกคน ก็ต้องกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ร้ายๆจากผู้จัดการในทุกๆวัน

จึงอยากวิงวอน ให้ผู้จัดการที่มีลักษณะดังกล่าวนี้...ช่วยหาเวลาไปพัฒนาตนเอง เพื่อที่จะได้มีความสามมาพัฒนาพวกเรา!

เรื่องที่พวกเรา ลงมติเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องที่ นายท่านควรจะไปพัฒนาเรื่องหลักๆดังนี้..

เรื่องแรกก็คือ ภาวะผู้นำและการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ (เพราะเป็นผู้นำทีม แต่ไม่มีภาวะผู้นำ แล้วจะไปนำใครได้เล่า จริงไหมนายท่าน..!?)

เรื่องถัดมาคือเรื่อง บทบาทหน้าที่ของผู้จัดการ(ที่ควรทำ)และการวางแผน การบริหารจัดการในเรื่องงาน เพราะจะช่วยให้นายท่านรู้ว่า เรื่องใดท่านไม่ควรไปเสียเวลาทำ แค่คิดก็พอ เรื่องใดควรวางแผนอย่างไร

เรื่องสุดท้ายคือเรื่อง Coach เพราะในยุคนี้ เป็นผู้นำทีมแต่ไม่สามารถเป็น Coach ให้กับทีมงานได้แล้วพวกเราจะทำงานให้ประสบความสำเร็จ และทำงานเป็นทีมได้อย่างไร!?

ถ้าผู้จัดการเป็น Coach ก็จะช่วยให้พวกเราเก่งขึ้น พัฒนาขึ้น ไม่ใช่ทำไปวันๆแบบซังกะตายอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้!

สุดท้ายนี้... ขอขอบคุณผู้จัดการที่เก่งๆอีกครั้ง ที่ทำให้ทีมงานแต่ละคนทำงานได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้

และขอวิงวอน... ผู้จัดการ (บางท่าน...ที่มีอยู่ในทุกองค์กร!) ช่วย“พัฒนาตนเอง”ให้สมกับตำแหน่ง “ผู้จัดการ” ไม่ใช่เป็น“ผู้จัดกรรม”ให้พนักงานรับกรรมอยู่จนถึงทุกวันนี้!

 

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ปีติ‘ร.10’ทรงนำปั่นอุ่นไอรัก