อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล

อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์มเมชั่น

20 เมษายน 2561
1,451

เส้นทางสู่จุดหมายของรถยนต์ไร้คนขับ

บรรดาค่ายรถรายใหญ่ต่างเร่งออกแบบรถรุ่นใหม่รองรับนวัตกรรมไร้คนขับ ท่ามกลางการแข่งขันจากรอบด้าน

ค่ายรถยนต์รายใหญ่เกือบทุกค่ายในเวลานี้ไม่เพียงแต่เร่งออกแบบและผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า (Electric Vehicle หรือ EV) เท่านั้น แต่เหนือกว่านั้น ค่ายรถชั้นนำอย่างบีเอ็มดับเบิลยู ออดี้ ฟอร์ด เมอร์เซเดส-เบนซ์ นิสสัน หรือโตโยต้า ต่างกำลังเร่งวางแผนและออกแบบรถรุ่นใหม่ที่รองรับนวัตกรรมไร้คนขับ (Autonomous Vehicle หรือ AV) เพื่อให้พร้อมรับมือกับคู่แข่งมาแรงอย่างเทสล่า (Tesla) หรือผู้ท้าชิงน้องใหม่อย่างบริษัทเวย์โม (Waymo) ซึ่งแตกตัวมาจากกลุ่มงานโครงการ Self-Driving Car ของกูเกิล ตลอดจนอูเบอร์ (Uber) ที่เริ่มการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2016 โดยความหวังที่จะเปิดให้บริการรถแท็กซี่แบบไร้คนขับ (Robo-Taxi หรือ Robo-Cab) ในอนาคต

ระดับสู่ความเป็นเลิศ

การจัดระดับยานพาหนะที่ขับเคลื่อนแบบไร้ผู้ขับขี่ (Autonomous) ถูกจัดเป็น 5 ระดับ โดยมีระดับ 0 ซึ่งถือเป็นระดับที่ยานพาหนะไม่มีการควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติแต่อย่างใด ระดับที่ 1 “Driver Assistance” เป็นระดับการขับขี่อัตโนมัติขั้นพื้นฐานที่ผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนใหญ่อาจคุ้นเคย เช่น การทำงานของระบบ Cruise Control ที่สามารถปรับระยะตรวจจับหน้ารถได้ก่อนรถเบรก ระดับที่ 2 “Partial Automation” เป็นระดับที่เริ่มเห็นมากขึ้น โดยระบบเริ่มเข้าควบคุมการขับเคลื่อนรถยนต์ได้มากขึ้น ตัวอย่างเช่นระบบการเข้าจอดในที่จอดรถแบบอัตโนมัติ (Remote-Controlled Parking) เป็นต้น

ส่วนระดับที่ 3 “Conditional Automation” เป็นระดับที่ยานพาหนะสามารถขับเคลื่อนอัตโนมัติในระยะทางไกลโดยผู้ขับขี่สามารถดึงการควบคุมยานพาหนะได้ทันทีที่จำเป็น ระดับที่ 4 “High Automation” เป็นระดับที่ยานพาหนะสามารถขับเคลื่อนเองเป็นส่วนใหญ่ โดยผู้ขับสามารถหลับตาพักผ่อนได้ และระดับที่ 5 “Full Automation” หรือ No Driver ซึ่งเป็นระดับที่ไม่ต้องมีคนขับ มีแต่เพียงผู้โดยสารในรถ

เชื่อว่า ความสำเร็จของนวัตกรรมพาหนะไร้คนขับจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนลง ผู้โดยสารจะได้รับความเพลิดเพลินในการเดินทางและยานพาหนะจะเป็นมากกว่าแค่การขนส่ง อีกทั้งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้สูงอายุหรือผู้พิการเพื่อให้สามารถเดินทางได้เองอย่างสะดวกปลอดภัย

ความท้าทายของคลื่นลูกใหม่

ข่าวอุบัติเหตุการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับของอูเบอร์จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คนในรัฐแอริโซนา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้อูเบอร์ต้องระงับการทดสอบโครงการลง ทั้งที่อูเบอร์ได้ทดสอบขับขี่รถยนต์ในเมืองใหญ่หลายเมืองวัดระยะทางรวมกว่า 3.2 ล้านกม. อุบัติเหตุครั้งนี้สร้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้คนบนท้องถนนและผลกระทบจากนวัตกรรม โดยอาจมีการออกกฏหมายและข้อบังคับใหม่ในการทดสอบและขับเคลื่อนรถยนต์ไร้คนขับบนทางสาธารณะ

ผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการแพร่หลายของอุตสาหกรรมรถยนต์ไร้คนขับรวมถึงรถยนต์พลังไฟฟ้า คงไม่พ้นค่ายผลิตรถยนต์ที่ยังคงผลิตรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีเดิม กลุ่มบริษัทเชื้อเพลิง สถานีบริการและโรงแรมที่พักค้างแรม บริษัทประกันภัยรถยนต์ และพนักงานขับรถ โดยเฉพาะกลุ่มพนักงานขับรถบรรทุกสินค้าซึ่งคิดเป็นค่าใช้จ่ายกว่า 1 ใน 3 ของค่าขนส่งในอเมริกา

เปิดทางธุรกิจใหม่

ในขณะที่อูเบอร์กำลังเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับความปลอดภัยอย่างหนัก เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา บริษัท Waymo ได้ประกาศความร่วมมือกับค่ายรถยนต์จากัวร์แลนด์โรเวอร์ในการสั่งซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น I-PACE จากจากัวร์จำนวน 20,000 คันภายในปี 2020 ซึ่งเป็นการเพิ่มรถยนต์ไร้คนขับระลอกใหม่ของ Waymo ภายหลังจากที่ได้มีการสั่งซื้อรถไฟฟ้ามินิแวนจากบริษัทเฟียต ไครสเลอร์ (Fiat Chrysler) ไปแล้วหลายพันคันเมื่อต้นปีนี้ นับเป็นการประกาศแผนการให้บริการรถรับส่งผู้โดยสารด้วยรถยนต์ไร้คนขับครั้งสำคัญเป็นประวัติการณ์ โดยประมาณการว่าจำนวนเที่ยวรถยนต์ไร้คนขับจากค่ายกูเกิลจะสูงถึง 1 ล้านเที่ยวต่อวันในอีก 2 ปีจากนี้ ช่วยให้คนนับล้านใช้บริการนี้ได้ทุกวัน

กูเกิลจัดเป็นผู้นำด้าน Artificial Intelligence (AI) รายสำคัญของโลก ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่ากูเกิลที่ได้พัฒนารถยนต์ไร้คนขับมาตั้งแต่ปี 2009 และบริษัทในเครืออย่าง Waymo ซึ่งทดสอบการขับขี่รถไร้คนขับมาแล้วกว่า 8 ล้านกม. จะนำนวัตกรรม AI มาใช้ในฝูงรถยนต์รุ่นใหม่ของ Waymo จนอาจกลายเป็นรถยนต์เอนกประสงค์ที่สามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อการเดินทาง การสังสรรค์รับประทานอาหาร หรือการพักผ่อน ซึ่งจะสร้างโมเดลใหม่ที่พร้อมให้ความสะดวกในการเดินทางและการทำงานจนอาจเปลี่ยนความนิยมและไลฟ์สไตล์ในการเดินทางและการซื้อรถยนต์ตลอดไป

แรงกระทบทางอุตสาหกรรม

ถึงแม้ว่าในเวลานี้การใช้รถยนต์ไร้คนขับดูเหมือนห่างไกลจากความเป็นจริงของการใช้รถใช้ถนนในประเทศไทย แต่นวัตกรรมและเทรนด์ความนิยมในเรื่องนี้อาจมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ซึ่งถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี แหล่งพลังงาน นวัตกรรมด้าน AI ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่รองรับรถโมเดลใหม่จนถึงซัพพลายเชนที่รองรับการผลิตและการพัฒนา จึงสำคัญอย่างมากที่ผู้บริหารของรัฐและอุตสาหกรรมควรเร่งศึกษาและปรับนโยบายและการผลิต ตลอดจนเตรียมบุคลากรให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสู่ตลาดรถยนต์ไร้คนขับในอนาคต

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

รัฐไฟเขียวแพ็คเกจฟื้นท่องเที่ยว