อาร์ม ตั้งนิรันดร

คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

29 มีนาคม 2561
1,606

หูชุนหัว : อนาคตผู้นำจีน?

ในการประชุมสภาประชาชนจีนที่ผ่านมา หลายคนเข้าใจว่าการเมืองจีนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะสีจิ้นผิง (วัย 64 ปี) ยังคงเป็นประธานาธิบดี

(และดูท่าจะเป็นต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่จำกัดวาระด้วย) และหลี่เค่อเฉียง (วัย 62 ปี) ก็ยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกฯ

แต่รองลงมาจากทั้งสองท่าน ทราบไหมครับว่า ในครั้งนี้ได้มีการเปลี่ยนตัวรองนายกฯ จีนครบทั้ง 4 คน เรียกว่าเป็นดรีมทีมชุดใหม่ของจีนเลยทีเดียว

และในบรรดารองนายกฯ ทั้ง 4 คน มีท่านหนึ่งที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ คือ หูชุนหัว ซึ่งเป็นรองนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดในวัย 56 ปี จึงนับว่าเป็นผู้นำระดับสูงของจีนที่อายุน้อยที่สุด

ประวัติของ หูชุนหัว น่าสนใจมากครับ และยังสะท้อนการเมืองจีนในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ก่อนหน้าที่ หูชุนหัวจะได้รับการโปรโมทเข้ามาเป็นรองนายกฯ ในรัฐบาลกลาง เขาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมณฑลกว่างตง ซึ่งเป็นมณฑลที่เจริญที่สุดของจีน

เดิมหลายคนคาดการณ์ว่าเขาเป็นว่าที่ผู้นำจีนรุ่นถัดไปต่อจากสีจิ้นผิง เพราะเขาครองตำแหน่งสูงสุดในพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเปรียบเทียบกับคนวัยเดียวกัน แต่เมื่อสีจิ้นผิงไม่มีทีท่าว่าจะยอมลงจากตำแหน่ง ความหวังที่เขาจะได้ขึ้นเป็นเบอร์ 1 ในอนาคตอันใกล้ ก็หมดไป

หูชุนหัว มีประวัติที่น่าสนใจ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ เขาเป็นผู้นำระดับสูงของจีนที่มีพื้นเพมาจากชนชั้นล่างอย่างแท้จริง เพราะเขาเกิดในหมู่บ้านชนบทที่ยากจนมากในมณฑลหูเป่ย เขาเป็นเด็กที่เรียนหนังสือเก่ง จนสุดท้ายได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง และเข้าร่วมสันนิบาตเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์

ภูมิหลังที่ยากจนของเขา สะท้อนว่าในระบบของจีน คนที่มีภูมิหลังจากชนชั้นล่างก็สามารถไต่เต้าจนขึ้นมาเป็นผู้นำระดับสูงได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อาจไปไม่ถึงจุดสูงสุดเหมือนสีจิ้นผิง เพราะเขาไม่ใช่ลูกหลานผู้นำเช่นสีจิ้นผิง (สีจิ้นผิงเป็นลูกของสีจงซุ่น ซึ่งร่วมปฏิวัติมากับเหมาเจ๋อตง)

มีนักวิเคราะห์หลายคนอธิบายว่า สาเหตุหนึ่งที่สีจิ้นผิงสามารถครองอำนาจได้เบ็ดเสร็จกว่าผู้นำคนก่อนๆ เพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มลูกหลานผู้นำเก่าที่ตอนนี้เป็นเครือข่ายผู้นำระดับสูงภายในพรรคและกองทัพ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีหูจินเทา ซึ่งเติบโตมาในสายเด็กเรียนดีที่เข้าร่วมสันนิบาตเยาวชนของพรรคคอมมิวนิสต์ กลับถูกคานและลดทอนอำนาจตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง โดยกลุ่มลูกหลานผู้นำเก่าภายในพรรค

ประวัติที่น่าสนใจอีกเรื่องของหูชุนหัว ก็คือ เขาเคยทำงานอยู่ในธิเบตมาอย่างยาวนานรวมถึง 19 ปี และคลุกคลีกับคนธิเบต จนสามารถพูดภาษาธิเบตได้ ซึ่งผู้นำระดับสูงคนอื่นของพรรคคอมมิวนิสต์ไม่มีใครที่สามารถพูดภาษาธิเบตได้ และมีประสบการณ์ผ่านงานในพื้นที่อันละเอียดอ่อนเช่นนี้

ในปัจจุบัน สีจิ้นผิง มีนโยบายหลัก 3 เรื่อง ได้แก่ การกำจัดความยากจน การกำจัดมลพิษ และการกำจัดปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โดยให้รองนายกฯ แต่ละคนดูแลแต่ละเรื่อง ในส่วนของหูชุนหัวจะเข้ามารับหน้าที่ดูแลนโยบายกำจัดความยากจน และนโยบายเกษตร ซึ่งหลายคนมองว่าเหมาะกับเขาซึ่งมีภูมิหลังมาจากครอบครัวยากจนมาก

ในปีนี้รัฐบาลจีนตั้งเป้าจะลดจำนวนคนยากจนในชนบทลงให้ได้ 10 ล้านคน และจะย้ายถิ่นฐานให้คนยากจน 2.8 ล้านคน เพื่อให้เข้าถึงโอกาสและสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า คนยากจนตามเกณฑ์ของรัฐบาลจีนคือ ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 2,300 หยวนต่อปี

รัฐบาลจีนแถลงว่า ภายในช่วงปี ค.ศ.2013-2016 ได้ลดจำนวนคนยากจนไปแล้ว 55 ล้านคน โดยในปัจจุบัน ยังเหลือคนจีนราว 30 ล้านคนที่ยังเข้าเกณฑ์คนยากจน จากประชากรจีนทั้งหมด 1,400 ล้านคน เป้าหมายของรัฐบาลคือ จะกำจัดความยากจนให้หมดไปภายในปี ค.ศ.2021 ซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์จีนจะฉลอง 100 ปี

งานกำจัดความยากจนยังน่าจะเป็นงานที่ช่วยสร้างบารมีให้แก่หูชุนหัว เพราะเป็นงานที่ให้คุณกับชนบทและรัฐบาลท้องถิ่น แตกต่างจากงานกำจัดมลพิษและงานกำจัดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่อาจต้องเข้าไปควบคุมดูแลรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจให้ปฏิบัติตามนโยบายของส่วนกลางอย่างเข้มงวด

รองนายกฯ อีก 3 คนที่เหลือ ได้แก่ หานเจิ้ง หลิวเหอ และซุนชุนหลาน โดย หานเจิ้ง (วัย 64 ปี) เป็นอดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ประจำมหานครเซี่ยงไฮ้ ในบรรดารองนายกฯ ทั้ง 4 คน เขามีตำแหน่งสูงสุดในพรรคคอมมิวนิสต์ โดยเขาเป็น 1 ในคณะกรรมการสูงสุด 7 คนของพรรค หานเจิ้งจะเข้ามาดูแลงานกำจัดมลพิษ รวมทั้งนโยบายการลงทุนตามโครงการ One Belt One Road ของจีนในต่างประเทศ

ส่วนหลิวเหอ (วัย 66 ปี) เป็นรองนายกฯ ที่สื่อตะวันตกให้ความสนใจเป็นพิเศษ เพราะเชื่อกันว่าเป็นกุนซือด้านเศรษฐกิจของสีจิ้นผิง เขาจบการศึกษาจากฮาร์วาร์ด จึงเข้าใจแนวคิดเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะของตะวันตกเป็นอย่างดี เขาจะเข้ามาดูแลทีมเศรษฐกิจ การค้าระหว่างประเทศ และงานกำจัดปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ

ส่วนรองนายกฯ หญิงเหล็ก คือ ซุนชุนหลาน (วัย 67 ปี) ซึ่งเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกรรมการสูงสุด 25 คนของพรรคคอมมิวนิสต์ โดยจะรับดูแลงานด้านวัฒนธรรม วิทยาศาสตร์ การศึกษา กีฬา และสาธารณสุข

ในสมัยก่อน ถ้าดูจากอายุ เราก็จะมั่นใจว่าอีก 5 ปีต่อจากนี้ หูชุนหัวเป็นตัวเต็งนายกฯ จีนคนต่อไปแน่ๆ เพราะนายกฯ หลี่เค่อเฉียงและรองนายกฯ คนที่เหลือน่าจะถึงวัยเกษียณ แต่พอสีจิ้นผิงประกาศฉีกธรรมเนียมเกษียณอายุของผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ ตอนนี้ก็ไม่มีใครแน่ใจอีกต่อไป บางคนคิดว่า 5 ปีข้างหน้า นายกฯ หลี่เค่อเฉียง อาจจะยังนั่งเป็นนายกฯ ต่อ หรือบางคนก็ทำนายว่า หลิวเหอ ซึ่งสนิทกับสีจิ้นผิง ถ้าบริหารเศรษฐกิจได้ดี ก็มีแววอาจได้โปรโมทขึ้นนั่งนายกฯ เช่นกัน จีนยุคนี้อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน

หูชุนหัวจะไปต่อได้ไกลแค่ไหน จะเป็นผู้นำจีนในอนาคตได้จริงหรือไม่ ต้องจับตากันต่อไปอย่างใกล้ชิดครับ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

กนง.จ่อปิดฉาก‘ดอกเบี้ยต่ำ’