ปกรณ์ พึ่งเนตร

26 มีนาคม 2561
1,822

ความหมาย... ของการปลด อ.สมชัย

การใช้อำนาจตามมาตรา 44 สั่ง อ.สมชัย ศรีสุทธิยากร ให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่กรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีนัยมากกว่าการใช้อำนาจพิเศษ "ปลด"

หรือ "เด้ง" หรือระงับการปฏิบัติหน้าที่ของ "คนเพียงคนเดียว(ซึ่งแค่เหตุผลนี้ก็ดูแย่อยู่แล้ว)

แต่การใช้อำนาจพิเศษหนนี้ หมายความถึงการแทรกแซง "องค์กรอิสระ" ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็น "องค์กรอิสระเมื่อถูกอำนาจการเมืองแทรกแซงได้ย่อมไม่มีสถานะเป็น "องค์กรอิสระอีกต่อไป

ซ้ำร้าย "องค์กรอิสระที่ว่านี้ยังเป็น "คณะกรรมการการเลือกตั้ง" ซึ่งก็คือองค์กรที่ทำหน้าที่ "จัดการเลือกตั้งให้ "บริสุทธิ์ ยุติธรรมสาเหตุที่รัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับปี 40 เป็นต้นมา ยกสถานะให้ กกต.เป็นองค์กรอิสระ และให้มีอำนาจจัดการเลือกตั้งแทน "กระทรวงมหาดไทย" ก็เพื่อให้มีสถานะที่ฝ่ายการเมืองครอบงำสั่งการไม่ได้

ขณะที่รัฐบาล คสช.ประกาศเองว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ไม่เกินเดือน ก.พ.ปีหน้า และมีแนวโน้มสูงที่ต้องใช้บริการ กกต.ชุด อ.สมชัย จัดการเลือกตั้งไปพลางก่อน เนื่องจาก กกต.ชุดใหม่ยังสรรหาไม่เรียบร้อย ฉะนั้นการที่ คสช.มีอำนาจสั่ง"เลื่อน-ลด-ปลด-ย้าย" คนระดับกรรมการการเลือกตั้งได้ แล้วจะมีอะไรรับรองได้ว่า การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ ยุติธรรมอย่างแท้จริง

เพราะต้องไม่ลืมว่า คสช.มีแนวโน้ม "สืบทอดอำนาจ" ทั้งผ่านการจัดตั้งพรรคการเมืองนอมินี และการใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญเพื่อชิงตำแหน่ง "นายกฯคนนอก" ฉะนั้น คสช.จึงเป็นหนึ่งใน "ผู้เล่น" ในสมรภูมิเลือกตั้งหนหน้านี้ แต่ขณะเดียวกัน คสช.ก็มีอำนาจพิเศษตามมาตรา 44 ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลชุดใหม่หลังเลือกตั้ง ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษที่แทรกแซง "องค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ "จัดการเลือกตั้ง" ได้เสียอีก

และนี่เองที่ทำให้การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลด อ.สมชัย ไม่ได้เป็นข่าวใหญ่แค่ในเมืองไทย แต่ยังมีสื่อต่างประเทศอีกหลายสำนักรายงานเป็นข่าวใหญ่เช่นกัน อาทิ วอลล์สตรีท เจอร์นัล เพราะนี่คือสัญญาณร้ายที่ชี้อนาคตการเมืองไทยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอีกไม่นานนี้!

แชร์ข่าว :
Tags: