ดร.พสุ เดชะรินทร์

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "มองมุมใหม่"

20 มีนาคม 2561
2,690

ทำอย่างไรให้ผลงานดี ?

ท่านผู้อ่านเคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมบางคนถึงสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมบางอย่าง ได้ผลงานที่ออกมาดีกว่าผู้อื่น

ทั้งๆ ที่อาจจะใช้เวลาหรือความเครียดในการทำงานน้อยกว่า? มีหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายถึงปรากฎการณ์ดังกล่าว ทั้งมาจากพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือ จากความพยายามในการฝึกฝน หรือ ทั้งมาจากความสามารถในการ Work smart ฯลฯ

ล่าสุด Morten Hansen ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย California Berkeley ได้ทำวิจัยโดยศึกษาพฤติกรรมของคนมากกว่า 5,000 คน เพื่อหาว่าคนที่ทำงานเก่ง มีผลการทำงานที่ดีนั้น มีพฤติกรรมหรือวิธีการในการทำงานที่แตกต่างจากผู้อื่นอย่างไร สิ่งที่ Hansen พบนั้นนำไปสู่แนวปฏิบัติทั้งหมดอยู่ 7 ประการ โดยแนวปฏิบัติที่สำคัญที่สุดที่ Hansen พบว่าส่งผลต่อผลงานที่ดีนั้น คือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญและทุ่มเทกับสิ่งที่เลือก หรือที่เขาเรียกว่า Do less, then obsess ซึ่งภายใต้ประโยคที่ว่า Do less, then obsess นั้นจะมีองค์ประกอบ 2 ประการ 

ประการแรก คือการเลือกทำในสิ่งที่สำคัญ 

ระการที่สอง คือ ในสิ่งที่เลือกทำนั้นจะต้องทำแบบทุ่มเทและมุ่งมั่น

ปัญหาที่เผชิญในปัจจุบัน คือ ความยากในการที่จะเลือกและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้ามาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ตลอดเวลา ยิ่งทำให้ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของคนยิ่งลดลง

สิ่งที่จะพบเห็นมากขึ้นคือ ความพยายามของคนในการทำหลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันหรือที่เรียกกันว่า multi-tasking เนื่องจากคิดว่าทุกงานหรือทุกกิจกรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ จำเป็น และเร่งด่วนทั้งสิ้น และมักจะมีความเข้าใจผิดๆ กันว่าการทำงานหลายๆ อย่างพร้อมๆ กันแสดงถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมีงานวิจัยออกมาอย่างมากมาย ที่ระบุชัดเจนว่า multitasking นั้นไม่ได้ทำให้ผลงานออกมาดีขึ้น เช่น การปรับสมองจากงานสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งอยู่เรื่อยๆ จะทำให้ความสามารถในการทำงานของมนุษย์ลดลงถึง 40%

ภายใต้องค์ประกอบแรก จะต้องสามารถที่จะเลือกและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำ และต้องเลือกทำในเฉพาะสิ่งที่มีความสำคัญหรือความจำเป็นเท่านั้น แต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้น เมื่อมีการเลือกทำเฉพาะสิ่งที่สำคัญ แต่ขาดองค์ประกอบที่สองคือความมุ่งเน้น หรือ ทุ่มเทในสิ่งที่เลือก (obsess) ทำให้สุดท้ายผลงานที่ได้ก็จะไม่ได้ออกมาโดดเด่นอย่างที่หวัง เนื่องจากการเลือกทำแต่เฉพาะบางงาน แต่ขาดความทุ่มเทนั้น กลับจะทำให้ดูเหมือนทำงานน้อยลงด้วยซ้ำ และสุดท้ายผลงานก็ไม่ได้ออกมาอย่างโดดเด่น

งานวิจัยของ Hansen เขาจัดคนทำงานออกเป็นสี่กลุ่มและแต่ละกลุ่มสะท้อนตามผลงานที่เกิดขึ้น ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูว่าอยู่ภายใต้กลุ่มใด

กลุ่มแรก มีผลงานออกมาแย่ที่สุดคือ ผู้ที่เลือกทำหลายๆ อย่าง (หรืออีกนัยคือไม่เลือกในสิ่งที่สำคัญ) และไม่ทุ่มเทในสิ่งที่ทำ

กลุ่มที่สอง มีผลงานแย่ลำดับรองลงมา คือพวกที่เลือกทำในสิ่งที่สำคัญและจำเป็น แต่พอเลือกแล้วกลับไม่ได้ทุ่มเทความพยายามในการทำสิ่งที่เลือก (เรียกว่ากลุ่ม Do less, no stress)

กลุ่มที่สาม เป็นกลุ่มที่ผลงานออกมาดีเป็นอันดับสอง คือกลุ่มที่ไม่ได้เลือกทำในสิ่งที่สำคัญ แต่เป็นคนที่รับที่จะทำในทุกๆ อย่าง แถมยังทุ่มเทในการทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบ กลุ่มนี้ถึงแม้จะมีผลงานดี แต่ก็ตามมาด้วยความเครียดในการทำงาน (เรียกว่ากลุ่ม Do more, then stress)

กลุ่มสุดท้าย คือกลุ่มที่ผลงานออกมาดีที่สุด เป็นกลุ่มที่เลือกทำในสิ่งที่มีความสำคัญไม่กี่อย่าง และพยายาม ทุ่มเทในสิ่งที่ตนเองเลือก ซึ่งนำไปสู่ผลงานที่ดีและไม่เครียดด้วย (Do less, then obsess)

ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูนะครับว่าท่านอยู่กลุ่มไหน และจะทำให้ผลการทำงานออกมาดีขึ้นได้อย่างไร?

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

ไทยส่งออกสหรัฐพุ่ง‘ทุบสถิติ’