นเรศ เหล่าพรรณราย

Chief Operation Officer สต๊อคควอดแรนท์ (ประเทศไทย)

14 มีนาคม 2561
1,691

ICO จะมาแทนที่ VC กับ IPO หรือไม่?

กระแสการลงทุนด้วยวิธีการ ICO มีแนวโน้มเติบโตรวดเร็วในปี 2017 ที่ผ่านมา 

โดยข้อมูลจากเวบไซท์ Crunchbase ระบุว่าในช่วง 14 เดือนคือตลอดปี2017 และสองเดือนแรกของปี 2018 มูลค่าการระดมทุนด้วย ICO อยู่ที่4,500 ล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วน 78% ของการระดมทุนของสตาร์ทอัพขณะที่การระดมทุนด้วยวิธีการของ VC อยู่ที่ 1,300 ล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วน 22% เรียกได้ว่า ICO เติบโตรวดเร็วอย่างมาก

แม้บางฝ่ายอาจจะมองว่าการระดมทุนด้วย ICO เหมาะสำหรับสตาร์ทอัพในกลุ่ม Seed Funding หรือระยะเริ่มต้นเท่านั้น แต่ตอนนี้มูลค่าการระดมทุนด้วย ICO กำลังยกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยมูลค่าการระดมทุนขนาดใหญ่ในวงการ ICO อย่างเหรียญ Filecoin ก็มีมูลค่าถึง 257 ล้านเหรียญ หรือเหรียญ Tezos ก็มีมูลค่าถึง 232 ล้านเหรียญ เทียบกับการระดมทุนด้วย VC แล้วเทียบได้กับการ Raise Fund ระดับ Series B หรือ C ด้วยซ้ำ

เร็วๆนี้ เราอาจจะได้เห็น ICO ที่มีมูลค่าการระดมทุนแตะระดับ 2,000 ล้านเหรียญนั่นคือ Telegram ซึ่งเป็นช่องทางสื่อสารหลักของนักลงทุนในวงการICO หากเกิดขึ้นจริง หมายความว่า Telegram ระดมทุนเจ้าเดียวมีมูลค่ามากกว่าการลงทุนด้วย VC ทั่วโลกในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมาเลยทีเดียว

เห็นแบบนี้แล้ว เกิดคำถามว่าเป็นไปได้ไหมที่การระดมทุนด้วย ICO จะมาแทนที่กองทุน VC หรือแม้แต่การนำหุ้นเข้าตลาดหรือ IPO ส่วนตัวมองว่ายังไม่สามารถเข้ามาแทนที่ได้เร็วขนาดนั้นและไม่น่าจะแทนที่ได้ทั้งหมดเพราะเหตุผลดังนี้

หนึ่ง..ต่อไป ICO จะทำได้เฉพาะสตาร์ทอัพที่มีคนรู้จักในวงกว้างเท่านั้น แม้ตอนนี้กระแสการทำ ICO จะมาแรง แต่ก็มาพร้อมกับ Scam หรือการหลอกลวงให้ลงทุนที่มีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน และบทความที่แล้วผมได้บอกว่า 59% ของการทำ ICO ในปีที่ผ่านมาล้มเหลว หมายความว่าสตาร์ทอัพที่ไม่มีความพร้อมในด้านธุรกิจ ประสบการณ์และฐานลูกค้า อาจจะระดมทุนด้วยวิธีดังกล่าวไม่ได้ผลเสมอไป ผู้ที่มีฐานลูกค้าแล้วเท่านั้นถึงจะระดมทุนได้สำเร็จและต้องเป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินไปใช้ขยายธุรกิจไม่ใช่ระดมไปเพื่อตั้งบริษัท

สอง..สภาพคล่องการเงินในโลกนี้มีจำกัด จากการที่ธนาคารกลางขนาดใหญ่ของโลกทั้ง FED,ECB รวมถึงญี่ปุ่นมีแผนที่จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องเพื่อดูดซับสภาพคล่องกลับและป้องกันไม่ให้เกิดภาวะฟองสบู่ในสินทรัพย์ต่างๆ ทำให้สภาพคล่องในระบบการเงินโลกมีโอกาสสูงที่จะปรับตัวลดลง โอกาสที่รายย่อยจะนำเงินมาลงทุนใน ICO อาจมีจำกัด ขณะที่นักลงทุนรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นกองทุน VC,Private Equity,Hedge Fund ยังมีหน้าตักหนาพอจะลงทุนด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมได้

สาม..หากระดมทุนด้วย ICO อาจไม่มีผู้แนะนำในเชิงการบริหาร แม้จะได้เงินมา แต่ก็จะต่างจากผู้ที่ได้การระดมทุนจาก Angle Investor หรือCorporate VC ที่จะนำ Know How หรือคอนเนคชั่นทางธุรกิจมาให้กับสตาร์ทอัพรายนั้นด้วย ถึงที่สุดแล้วโอกาสที่สตาร์ทอัพรายนั้นจะโตไปไ้ด้ไกลกว่านั้นก็ยังต้องพึ่งพาการลงทุนด้วยแนวทางดั้งเดิม

แชร์ข่าว :
Tags: