ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ

คอลัมนิสต์ประจำคอลัมน์ "อาหารสมอง"

13 มีนาคม 2561
2,027

แสวงหายาอายุวัฒนะ​​

มนุษย์ปรารถนาจะมีอายุยืนยาวโดยพอจะรู้ว่าต้องดำรงชีวิตอย่างไร แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่อาจทำได้เพราะพลังจากนิสัยความเคยชินและรสนิยม

ในการบริโภคของต้องห้ามนั้นแรงมาก ในปัจจุบันมนุษย์จึงแสวงหายาอายุวัฒนะที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน มนุษย์จะสามารถเอาชนะชะตากรรมแห่งความเสื่อมของร่างกายหรือไม่เป็นเรื่องที่น่าติดตาม

ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของชาวโลกอยู่ที่ 71.4 ปี ซึ่งหมายความว่าบางแห่งสมาชิกมีอายุขัยต่ำกว่านี้และบางแห่งสูงกว่านี้ มีอยู่ 5 แห่งในโลกที่เป็นแหล่งของผู้มีอายุยืนและอยู่อย่างมีสุขภาพดีอีกด้วยตามข้อมูลจากหนังสือชื่อ The Blue Zone Solution(2015) โดย Dan Buettner

แห่งแรก คือ เมืองSadinia ใน อิตาลี มีสัดส่วนของชายที่อายุเกินกว่า 100 สูงที่สุดในโลก อาหารส่วนใหญ่มีพืชผักเป็นหลักออกกำลัง และมีความใกล้ชิดอบอุ่นของครอบครัว

คนเหล่านี้มีอาชีพเลี้ยงแกะวันหนึ่งๆ เดินไม่ต่ำกว่า 8 กิโลเมตรที่น่าสังเกตก็คือชายที่มีลูกสาวดูแลเป็นอย่างดี(ไม่ใช่ภรรยาเพราะอาจแก่เท่าเทียมกันจนดูไม่ไหว)มักมีชีวิตยืนยาวกว่าเพื่อนบ้าน

นักวิทยาศาสตร์พบว่าคนในบริเวณนี้มียีนส์ตัวที่มีชื่อว่า M26 ซึ่งโยงใยกับการมีชีวิตยืนยาวถ่ายทอดกันลงมาจากบรรพบุรุษ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่มีการผสมกันอย่างเหมาะเจาะระหว่างยีนที่ดี อาหารที่เหมาะสม การออกกำลัง และความสุขทางใจ

แห่งที่ 2 คือ เกาะOkinawa ญี่ปุ่น ความผูกพันช่วยเหลือกันอย่างใกล้ชิดเป็นวัฒนธรรมเด่นของชาวเกาะนี้ เครือข่ายเล็กๆ ที่ถักทอกันอย่างอบอุ่นที่เรียกกันว่า Moai ให้กำลังใจสนับสนุนกันตลอดชีวิตจนช่วยลดความเครียดและร่วมกันสร้างนิสัยดูแลสุขภาพที่เหมาะสมสิ่งที่เกิดตามมาก็คือผู้หญิงมีอายุยืนที่สุดในโลกจำนวนไม่น้อยมีอายุเกินกว่า 100 ปี

แห่งที่ คือ เมืองNicoya ประเทศคอสตาริกา คนที่นี่หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารที่ผ่านกระบวนการปรุงแต่งและบริโภคถั่ว ข้าวโพดและผักตลอดจนผลไม้ การบริโภคพืชผักที่อุดมด้วยสารอาหารครบหมู่และการออกกำลังกลางแจ้งทำให้มีร่างกายแข็งแรง กอบกับชาวเมืองนี้มีอุดมการณ์ในการดำเนินชีวิตที่แข็งขันทำให้มีสุขภาพทั้งกายและใจดีจนส่วนใหญ่มีอายุ 90 ปีขึ้นไป

แห่งที่ เมืองLoma Linda รัฐคาลิฟอเนียร์ เมืองนี้เป็น “เมืองหลวง” ของศาสนาคริสต์นิกาย The Seventh-day Adventist การมีหลักการดำเนินชีวิตซึ่งเน้นชุมชนตามศาสนาทำให้ชาวเมืองนี้มีชีวิตยืนยาวกว่าคนอเมริกันทั่วไปประมาณ 10 ปี หลายคนในเมืองนี้ไม่บริโภคเนื้อโดยกินพืชผักและธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยและถั่วเป็นหลัก

แห่งที่ คือ เมืองIkaria ประเทศกรีก ความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเป็นชาวเกาะ Ikaria ทำให้ชาวเมืองนี้พร้อมใจที่จะลงทุนให้กับชุมชน การนอนดึกโดยทดแทนด้วยการนอนกลางวันและการบริโภคอาหารที่เรียกว่าMediterranean (ผักผลไม้ปริมาณมากถั่วธัญพืชที่ผ่านกระบวนการขัดสีน้อยมันฝรั่งและน้ำมันมะกอก)อย่างเคร่งครัด ทำให้ 1 ใน 3 ของชาวIkaria มีชีวิตอยู่ในวัย 90 ปีและส่วนใหญ่ปลอดภัยจากโรคอัลไซเมอร์และการเจ็บป่วยเรื้อรัง

กล่าวโดยสรุปก็คือคนอายุยืนมีสาเหตุจากอาหารที่บริโภค ความผูกพันธ์ทางสังคมกับผู้อื่น ความสุขทางจิตใจอันโยงใยกับศาสนา การปลอดจากความเครียด การมีอุดมการณ์ในการใช้ชีวิต การออกกำลังกายและอาจมียีนอันเหมาะสมประกอบด้วย

สำหรับคนใจร้อนที่ต้องการอยู่นานๆ แก่อย่างช้าๆ อย่างมีสุขภาพดี โดยไม่ต้องทำตัวเหมือนคนเหล่านี้ บัดนี้นักวิทยาศาสตร์ได้พบสารตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า NAD :Nicotinamide Adenine Dinucleotide โดยระบุว่าเป็นสิ่งที่ใกล้ที่สุดของการเป็นยาอายุวัฒนะที่มนุษย์แสวงหากันมายาวนานในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินักวิจัยคนสำคัญคือ David Sinclair แห่ง Paul F. Glenn Center for The Biology of Aging ที่ Harvard Medical School

Sinclair บอกว่า NAD+เป็นหนึ่งในโมเลกุลที่สำคัญที่สุด ที่จะให้ชีวิตดำรงอยู่ ถ้าขาดมันมนุษย์จะตายใน 30 วินาที NAD+เป็นโมเลกุลที่พบในเซลล์ที่มีชีวิตและสำคัญอย่างยิ่งในการกำกับควบคุมความแก่ของเซลล์และดูแลให้ร่างกายทั้งหมดทำงานอย่างเป็นปกติ

เมื่อมีอายุมากขึ้นปริมาณ NAD+ในร่างกายมนุษย์และสัตว์จะลดลงอย่างมากเป็นลำดับ เขาพบว่าหากเพิ่มปริมาณNAD+ในหนูที่มีอายุมากก็จะทำให้มันเป็นหนุ่มขึ้นและมีชีวิตยืนยาวกว่าที่คาดไว้

วารสาร Science ฉบับ มี..2017 พิมพ์เรื่องราวของ Sinclair และทีมงานที่ใส่บางหยดของสารเหลวที่เพิ่มNAD+ลงในน้ำให้หนูกลุ่มหนึ่งกิน ภายใน 2 ชั่วโมงระดับNAD+ในหนูสูงขึ้นอย่างมากและภายในหนึ่งอาทิตย์ สัญญาณของความแก่ดังปรากฏในเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อของหนูแก่ กลับสภาพไปถึงจุดที่ผู้วิจัยไม่สามารถบอกข้อแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อของหนูอายุ 2 ปีกับหนูอายุ 4 เดือนได้

บัดนี้นักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มหนึ่งได้ทดลองกับมนุษย์โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเดาสุ่มและรายงานผลในวารสารNature ฉบับพ.ย.2017 ว่า คนที่กินอาหารเสริมที่มีNAD+ ทุกวันนั้นทำให้มีระดับNAD+ในร่างกายสูงได้อย่างสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลาถึง 2 เดือน

ตัว Sinclair เองก็ทดลองกินอาหารเสริมทุกวัน เพื่อเพิ่มระดับNAD+และพบว่าไม่มีอาการเมาค้าง หรือ jet lag จากการเดินทางดังที่เคยเป็น เขาพูดเร็วขึ้นและรู้สึกหนุ่มขึ้น พ่อของเขาที่อายุ 78 ก็ทดลองกินเช่นเดียวกันและรู้สึกหนุ่มขึ้นจนเดินป่าเขาอาทิตย์ละ 6 วันและเดินทางไป ทั่วโลก ขณะนี้เขากำลังขออนุมัติFDA (U.S. Food and Drug Administration)ทำวิจัยในมนุษย์อย่างกว้างขวางขึ้นและจะผลิตเป็นเม็ดขายโดยอยู่ในรูปอาหารเสริม

Sinclairมีคู่แข่งในเรื่องNAD+เพราะมีผู้ผลิตอาหารเสริมชื่อBasisเพื่อช่วยยกระดับNAD+ออกมาขายแล้วโดยมีผู้อำนวยการสถาบันชื่อเดียวกันแต่อยู่ที่MITเป็นผู้ผลิตและมีนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบิลหลายคนเป็นที่ปรึกษาสนับสนุนจนมีผู้วิจารณ์บริษัทElysiumผู้ผลิตBasisว่าไม่เหมาะสมเพราะยังไม่มีงานวิจัยพิสูจน์ว่าได้ผลในมนุษย์อย่างเด่นชัด

NAD+เป็นที่น่าสนใจของนักวิชาการมากในปัจจุบันเพราะดูจะมีความเป็นไปได้พอควรและไม่เป็นสารที่FDAจัดว่าเป็นอันตราย NAD+เป็นสารสังเคราะห์จากสารสกัดจากยีสต์และแบคทีเรียพิเศษบางตัว

ระหว่างรอคอยผลงานวิจัย NAD+กับมนุษย์ก็ต้องระวังการโฆษณาสรรพคุณเกินความจริงเพราะจะถูกหลอกให้เสียเงินก่อนเวลาอันควร NAD+เป็นยาอายุวัฒนะจริงหรือไม่ อดใจอีกไม่นานก็คงรู้กัน​

แชร์ข่าว :
Tags: