ธนพล นิมิตตานนท์

ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

9 มีนาคม 2561
2,224

เริ่มต้นลงทุนอย่างไรดีให้ไม่ขาดทุน

เริ่มต้นลงทุนอย่างไรดีให้ไม่ขาดทุน

ผมเชื่อว่านักลงทุนทุกคนต่างก็ต้องการที่จะทำกำไรจากการลงทุนทั้งนั้น ไม่มีใครที่อยากจะขาดทุน แต่คำถามที่สำคัญคือจะทำอย่างไรดี วันนี้ผมมีคำตอบเบื้องต้นมาให้ครับ 

ก่อนอื่นจะต้องเข้าใจเรื่องการลงทุนกันก่อนว่าจะมีโอกาสที่จะขาดทุนได้เสมอ ซึ่งเราเรียกว่าความเสี่ยง แต่การบริหารจัดการเงินลงทุน จะสามารถลดทอนความเสี่ยงดังกล่าวได้ หรือแม้แต่การปกป้องเงินต้นไว้ (เกือบทั้งหมด) โดยหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการ คือ การกำหนดสัดส่วนของเงินลงทุนให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการลงทุน กล่าวคือ หากวัตถุประสงค์หลัก คือ การไม่ขาดทุน นั่นหมายความว่าต้องการปกป้องเงินต้นเต็มจำนวน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องจัดสรรเงินลงทุนส่วนมากไปใส่ไว้ในสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินต้น ซึ่งในที่นี้ คือ การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และเงินทุนส่วนน้อยที่เหลือก็สามารถนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่เสี่ยงมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนรวมที่สูงขึ้น

ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้ามีเงินลงทุน 100 บาท เราจัดสรรเงินลงทุนส่วนใหญ่ คือ 98.64 บาท ไว้ในพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปี เมื่อถือครบกำหนดจะได้เงินต้นคืนพร้อมผลตอบแทนในอัตรา 1.38% และนำเงินลงทุนส่วนน้อยที่เหลืออีก 1.36 บาท ไปลงทุนในตลาดหุ้น เพื่อเพิ่มผลตอบแทนรวม ซึ่งก็คือ การเอากำไรที่จะได้ในอนาคตมาเสี่ยงนั่นเองครับ หากเกิดกรณีแย่ที่สุดคือขาดทุนจากการลงทุนในตลาดหุ้นทั้งหมด เมื่อครบปีเงินลงทุนตั้งต้นของเราจะยังคงอยู่ครบทั้ง 100 บาท (เงินลงทุนในพันธบัตร 98.64 บาท + ดอกเบี้ยพันธบัตร 1.36 บาท) อย่างไรก็ดี ในความเป็นจริงแล้ว การลงทุนในตลาดหุ้นแม้มีความเสี่ยงสูง แต่ก็ใช่ว่าจะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดไปได้โดยง่าย จึงมีโอกาสสร้างผลตอบแทนรวมได้มากขึ้นจากส่วนของเงินลงทุนในตลาดหุ้น อีกทั้งในปีถัดไปก็จะสามารถขยายส่วนของเงินที่ลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ได้อีก

การลงทุนในหลักทรัพย์โอกาสขาดทุนมากน้อยแค่ไหนจะขึ้นกับปัจจัยหลายประการ แต่การสูญเงินลงทุนทั้งหมดเป็นไปได้น้อย ซึ่งผมได้เก็บตัวเลขเบื้องต้นมาว่าในแต่ละอุตสาหกรรมของหุ้นนั้น มีโอกาสขาดทุนสูงสุดได้เท่าไหร่บ้างในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยค่าที่ผมเก็บเรียกว่า Maximum Drawdown ครับ

ตารางค่า Maximum Drawdown ของแต่ละอุตสาหกรรม (ข้อมูลอ้างอิงในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ระหว่าง  1 มกราคม 2551 - 17 มีนาคม 2561)

แล้วจะประยุกต์ใช้ค่าดังกล่าวอย่างไร ให้ทำคล้ายกับกรณีที่ผมยกตัวอย่างไปในเบื้องต้นครับ หรือถ้าจะให้ง่ายผมก็มีสูตรคำนวณให้ครับ ดังนี้

[ (100-x ) (1+y) ] + [ (x) (1- Max DD) ] = 100

โดยที่      x หมายถึง สัดส่วนที่ควรลงทุนในหุ้น

                y หมายถึง อัตราผลตอบแทนในสินทรัพย์ที่ปราศจากความเสี่ยง

ตัวอย่าง ถ้าไม่อยากขาดทุนเลยในการลงทุนในหุ้นอุตสาหกรรม CONS (รับเหมาก่อสร้าง) ซึ่งมีค่า Max DD สูงสุดอยู่ที่ 39.3 หมายความว่าถ้าลงทุน 100 บาท มีโอกาสขาดทุนสูงสุด 39.3 บาท จะต้องบริหารเงินลงทุนอย่างไร ถ้าสมมติว่าผลตอบแทนจากการลงทุนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 ปีอยู่ที่ 2% ก็ให้แบ่งเงินลงทุนโดยแทนค่าในสูตรข้างต้นดังนี้ครับ

[ ( 100-x ) (1+0.02) ] + [ (x) (1- 0.393) ] = 100

จะได้สัดส่วนมากสุดที่ควรลงทุนในหุ้นคือ 4.84%

การบริหารเงินลงทุนดังกล่าว และกระจายไปลงหลายสินทรัพย์แวดวงการลงทุนมักจะเรียกกันว่า Money management และ Asset allocation ครับ ซึ่งมีอีกหลายมุมมองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการบริหารจัดการเงินลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจ ในระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซึ่งผมจะมาเล่าให้ฟังกันในตอนหน้า แล้วพบกันครับ

แชร์ข่าว :
Tags:

i-Newspaperดูทั้งหมด

กฎหมายภาษีที่ดินฯผ่านฉลุย